Login
ลืมรหัสผ่านหรือเข้าสู่ระบบไม่ได้? คลิกที่นี่
ข่าวประชาสัมพันธ์
วิทยาลัยดุสิตธานี นำโดยดร.อรรถเวทย์ พฤกษ์สถาพร อธิการบดี ดร.ประวีณา คาไซ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ผศ.ดร.วัชรากร มยุรี รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คุณรักเกล้า ตั้งกุลพานิชย์ ผู้ช่วยอธิการบดีสำนักรับสมัครนักศึกษา คุณพิชยา นรนิติผดุงการ ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและภาคอุตสาหกรรม และคุณสิทธิพล นุ่นสุข ผู้อำนวยการสำนักรับสมัครนักศึกษา ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารคณาจารย์ จาก 6 โรงเรียน  ประกอบด้วย โรงเรียนแก่งคอย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ โรงเรียนเทพศิรินทร์สมุทรปราการ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา ๒  โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต  และโรงเรียนสายปัญญา ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยเป็นการ “ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU)” ระหว่างวิทยาลัยดุสิตธานี กับ  โรงเรียนแก่งคอย นำโดย นายดุลชิตร์ มงคล  ผู้อำนวยการโรงเรียนแก่งคอย พร้อมด้วยว่าที่ ร.ต. ณัฏฐวร ยิ้มสรวล  รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ และนายอภิชาติ เถื่อนวงษ์  หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ  นำโดย   ตัวแทนท่านผู้บริหาร  นายกันตพัฒน์ หิรัญญ์โชตเมธากุล ครูโครงการห้องเรียนพิเศษอาหาร การโรงแรม และภาษาเพื่อการสื่อสาร โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ  นำโดย  ดร.รุ่งสุรีย์  สิงหราช ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์  สมุทรปราการ พร้อมด้วยนายศรายุทธ  พุทธศรี  รองผู้อำนวยการโรงเรียน และนายปูรณ์  ณงค์อินทร์ ผู้ช่วยรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา ๒ นำโดย  นายสมศักดิ์ แสวงการ  ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา ๒ พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ นิ่มนวล  รองผู้อำนวยการโรงเรียน และนางสาวบุษกล เพ็ชรกลับ  หัวหน้างานแนะแนว โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต นำโดย ดร.ราเมศน์ โสมแสน ผู้อำนวยการโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต พร้อมด้วยนายนิธิภัทร์ สร้อยเชื้อดี หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และนางสาวกชพรรณ เอี่ยมอุ้ย หัวหน้าแผนการเรียนคหกรรมศาสตร์ โรงเรียนสายปัญญาในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำโดย นางฐิฏิภรณ์ สุคติศิริอุดม รองวิชาการ พร้อมด้วยนางสาวสุทิศา รุจิวงศ์  ครูประสานงาน และครูภัทรวดี สว่างภพ หัวหน้ากลุ่มสาระการงานอาชีพ   ทั้งนี้ คณะผู้บริหารและคณาจารย์ได้เดินเยี่ยมชมวิทยาลัยดุสิตธานี และแนะนำการเรียนการสอน สาขาวิชาศิลปะการประกอบอาหาร โดย อาจารย์ชรัตน์ บูรณะสมทบ  เลขาวิชาการหลักสูตร สาขาศิลปะการประกอบอาหารและทำกิจกรรม(Mixology) ผสมเครื่องดื่ม โดย อาจารย์วิพล โชติวรรณชูสกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการโรงแรม  แล้วจึงรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ก่อนเดินทางกลับโรงเรียน การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างสถาบันในครั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุน เสนอแนะ ให้คำปรึกษา พัฒนาการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล้องกับหลักสูตรไทย สาขาวิชาศิลปะการประกอบอาหาร สาขาวิชาการจัดการโรงแรม และหลักสูตรนานาชาติ สาขาวิชาศิลปะการประกอบอาหารอย่างมืออาชีพ และสาขาวิชาการจัดการการบริการ  ส่งเสริมกิจกรรมการเรียนการสอน เช่น การศึกษาดูงาน การมีโอกาสในการฝึกปฏิบัติการ การร่วมจัด งานวิชาการของนักเรียน การสนับสนุนบุคลากรของวิทยาลัยในการให้ความรู้บรรยายให้กับนักเรียนที่เรียนในหลักสูตรสาขาต่าง ๆ ที่กล่าวมา เพื่อเป็นการสนับสนุน ส่งเสริม การพัฒนาองค์ความรู้ การฝึกอบรมของครูอีกด้วย
โปรปังสปาเซ็นวารี ลดสูงสุดประจำปีกับแพ็กเกจราย 6 เดือน และราย 1 ปี ณ สปาเซ็นวารี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ผ่อนคลายพร้อมบรรยากาศเริ่ดกลางกรุง สปาเซ็นวารี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมปรนนิบัติผิว ร่างกาย และจิตใจของคุณ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่จะมาช่วยดูแลคุณตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า ทั้งฟื้นฟูการไหลเวียนของโลหิตตามเส้นลมปราณ โดยมีทรีทเม้นท์ให้เลือกหลากหลายให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่คุณชื่นชอบ สปาเซ็นวารี ขอนำเสนอตัวเลือกสุดพิเศษสำหรับแพ็กเกจแบบรายเดือน หรือรายปี สำหรับสมาชิกราย 6 เดือน ในราคาเพียง 37,555 บาทสุทธิต่อท่าน ประกอบไปด้วย บัตรกำนัล 6 ใบ สำหรับนวดตัว 90 นาที, บัตรกำนัล 3 ใบ สำหรับทรีทเม้นท์นวดหน้า 60 นาที, บัตรกำนัล 1 ใบ สำหรับทรีทเม้นท์โมรอคโค ฮัมมัม 75 นาที และบัตรกำนัล 2 ใบ สำหรับทำสปา 30 นาที สำหรับสมาชิกราย 1 ปี ในราคาเพียง 68,555 บาทสุทธิต่อท่าน ประกอบไปด้วย บัตรกำนัล 10 ใบสำหรับนวดตัว 90 นาที, บัตรกำนัล 5 ใบ สำหรับทรีทเม้นท์นวดหน้า 60 นาที, บัตรกำนัล 2 ใบ สำหรับทรีทเม้นท์โมรอคโค ฮัมมัม 75 นาที, บัตรกำนัล 2 ใบ สำหรับทรีทเม้นท์อายุรเวท 60 นาที หรือซิกเนเจอร์ทรีทเมนท์ 90 นาที, บัตรกำนัล 1 ใบ สำหรับทรีทเม้นท์นวดตัว 60 นาที และบัตรกำนัล 5 ใบ สำหรับทำสปา 30 นาที พร้อมเพลิดเพลินกับสิทธิพิเศษอีกมากมายสำหรับสมาชิกสปาเซ็นวารี สปาเซ็นวารีเปิดทุกวัน: 9.00 - 23.00 น สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองห้องสำหรับทำทรีทเม้นท์ได้ที่ โทร. 02-100-1234 ต่อ 6511, 6516 หรืออีเมล์: [email protected]
The Vietage by Anantara announces the introduction of a second railway carriage, which will operate a daily return journey between Nha Trang and Quy Nhon commencing its first journey on 15th May 2024. Building on the resounding success of the existing carriage running every day between Da Nang and Quy Nhon, the new custom-designed addition will connect the renowned coastal city of Nha Trang served by Cam Ranh International Airport, offering timeless luxury travel experiences through South-Central Vietnam. Heralding a new age of slow and sustainable travel, the five-hour journeys meander through the picturesque Vietnamese countryside, transporting guests into a world of glamour and nostalgia with all the comforts of modern luxury. 12 reservation-only seats in private booths of two blend sleek modern interiors with inspiration from Indochina, along with big picture windows to admire the stunning views. A trendy sit-up bar gives guests the chance to watch some mixology in action as the on-board hosts create rail-inspired cocktails and mocktails, while relaxation time beckons in the dedicated spa area for 15-minute head and shoulder treatments on the go. An exclusively-curated and sumptuous afternoon tea experience takes guests on a culinary adventure, including poached Bai Dai Lobster and Da Lat Caviar to whet the appetite, a tea tower with selection of home-made finger sandwiches, pastries, cakes and traditional scones with all the trimmings. An artisanal cheese and charcuterie platter rounds off the occasion. A dedicated vegan menu is available to excite all plant lovers. Refreshments come in the form of a distinctive tea selection from the Vietnamese tea brand Epicurean Sao, ethically-sourced local coffee from La Folliet, plus free-flowing wines, cocktails, beers, mocktails and soft drinks. An à la carte menu also offers premium wines and champagnes for pre-order while caviar fans can purchase extra portions on board. Catch a glimpse of water buffalo, Vietnam’s national animal, as the train makes its way through the country’s landscape, along with a plethora of lotus ponds, rice paddies and plenty of flora and fauna. Striking stretches of coastline fronting the East Sea and expansive bays are also not to be missed, after which the train heads more inland into the mountainous province of Phú Yên, which is home to one of the country’s Champa people communities and many historical points of interest. While not visible from the railway itself, the train passes nearby Vietnam’s oldest lighthouse, Mui Dien, which sits at the easternmost point of the country making it the first place to witness the sunrise. Continuing its northerly track through the province’s capital city of Tuy Hòa, Vietnam’s longest wooden bridge, Bình Thạnh Bridge at 800 metres in length, is a gateway to some other local notable landmarks. Guests travelling from Nha Trang to Quy Nhon can enjoy combination accommodation experiences with Anantara Quy Nhon Villas for a luxury beachside retreat. For the ultimate Vietnam itinerary, jump on board The Vietage by Anantara running from Quy Nhon to Da Nang and enjoy the charming Hoi An Ancient Town with a stay at Anantara Hoi An Resort. A one-way ticket aboard The Vietage by Anantara between Nha Trang and Quy Nhon costs US$ 420 per person, including luxury afternoon tea, a 15-minute head and shoulder treatment, free-flowing wines, cocktails, beers, mocktails, soft drinks and a selection of local tea and coffee. The Vietage by Anantara departs from Nha Trang every afternoon arriving at Dieu Tri station in Quy Nhon in the evening. It then continues up to Da Nang arriving after midnight. Running in the opposite direction, The Vietage by Anantara’s additional carriage departs from Da Nang every morning, arriving at Dieu Tri station in Quy Nhon in the early afternoon and then onto Nha Trang for a mid-evening arrival. The Vietage by Anantara contributes to the ‘Dollars for Deeds’ programme, in which US$ 1 per ticket is donated by us and guests are at liberty to make their own contribution. Donations are given to The Kianh Foundation, a not-for-profit charity providing a full-time, customised, special needs curriculum for children with disabilities in the Quang Nam Province of Central Vietnam. For further information, please contact The Vietage by Anantara team on +84 256 368 6168, or at [email protected].
เมื่อเร็วๆ นี้ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่นักเรียนและนักศึกษาผู้มีความประพฤติดีทั่วราชอาณาจักร ประจำปี 2567 ขึ้น ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ กรุงเทพฯ ซึ่งภายในงานมีนักเรียนและนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วม พร้อมกับร่วมกันประกอบกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การฟังปาฐกถาธรรม การบูชาพระรัตนตรัย การถวายราชสักการะ กล่าวคำปฏิญาณตน สวดมนต์ กล่าวคำแผ่เมตตา และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และนับเป็นเรื่องน่ายินดียิ่งที่ในโอกาสนี้มีนักศึกษาจากวิทยาลัยดุสิตธานีได้รับรางวัล 2 คน ได้แก่ นายสุรศักดิ์ ขุมเงิน นักศึกษาสาขาวิชาศิลปะการประกอบอาหาร และ นายธรรมรัตน์ นมัสพงษ์ธนากูล นักศึกษาสาขาวิชาการจัดการโรงแรม แต่เนื่องจากนายธรรมรัตน์ปฏิบัติภารกิจฝึกงานที่จังหวัดภูเก็ต ไม่สามารถเดินทางมาเข้ารับรางวัลด้วยตัวเองได้ นายสุรศักดิ์จึงเป็นตัวแทนกล่าวความรู้สึกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ว่า “ผมขอขอบคุณวิทยาลัยดุสิตธานีที่มองเห็นศักยภาพและมอบโอกาสให้ผมเข้ารับรางวัลความประพฤติดี ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งทำให้ผมได้ข้อคิดที่ดีจากกิจกรรมทำความดีในครั้งนี้ว่า เราเป็นผู้ประพฤติดีและทำความดีอย่างสม่ำเสมอ จึงมีผู้ใหญ่ใจดีมองเห็นการทำความดีของเรามาโดยตลอด และผมจะทำความดีเช่นนี้ตลอดไป โดยจะตั้งตนอยู่ในหลักคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบต่อไป" โครงการคัดเลือกนักเรียนและนักศึกษาในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ด้วยการยกย่องเยาวชนผู้เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดำรงตนตามหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ซึ่งนับเป็นตัวอย่างที่ดีต่อทั้งเยาวชนด้วยกันและต่อสังคมโดยรวม โดยมุ่งหวังว่าผู้ได้รับรางวัลทุกคนจะประพฤติดี ประพฤติชอบ พร้อมเป็นแบบอย่างเช่นนี้ตลอดไป
Minor Hotels, a leading global hotel owner and operator, secured an impressive haul of 22 accolades at the Travel + Leisure Luxury Awards Asia Pacific 2024. The awards ceremony, held on the evening of 13 June 2024, celebrated excellence across the luxury travel sector, showcasing the very best in hospitality throughout the region. The awards, determined through an extensive online survey conducted by Travel + Leisure, recognise outstanding achievements in the travel and hospitality industry, with readers from around the world voting for their favourite luxury hotels, resorts, and experiences. Anantara Kihavah Maldives Villas emerged as a standout, securing multiple awards, including second place for Best Resorts in the Maldives, second place for Best House Reefs, and third place for Best Hotel Pools. Additionally, the resort was featured in the categories of The Most Outrageous Villas and Best Resort Spas, solidifying its reputation as a premier destination in the Maldives. The Crescent at Niyama Private Islands Maldives, a cluster of secluded overwater villas with private pools and dedicated butlers, was also awarded, ranking fourth in its category. In Thailand, Anantara Chiang Mai Resort and Anantara Golden Triangle Elephant Camp & Resort were celebrated among the best upcountry hotels, placing third and fifth, respectively. The BDMS Wellness Clinic Retreat at Anantara Riverside Bangkok Resort also earned a spot in the Best Hotel Spas category, demonstrating the brand’s commitment to holistic wellness. The Avani+ Luang Prabang Hotel in Laos continued its tradition of excellence, earning accolades in Best Hotels, Best Hotel Pools, and Best Hotel Spas. Similarly, Anantara Angkor Resort and FCC Angkor by Avani were selected among the top city hotels in Cambodia, while Anantara Desaru Coast Resort & Villas in Malaysia was honoured in the Best Beach, Island + Upcountry Hotels category. Properties in Vietnam, Anantara Hoi An Resort and Anantara Quy Nhon Villas, also received significant recognition, underscoring Minor Hotels' diverse portfolio and its ability to excel in various aspects of luxury hospitality. See the full rankings below: Laos Best Hotels: #8 Avani+ Luang Prabang Hotel Best Hotel Pools: #2 Avani+ Luang Prabang Hotel Best Hotel Spas: #4 Avani+ Luang Prabang Hotel Cambodia Best City Hotels: #8 Anantara Angkor Resort #9 FCC Angkor by Avani Best Hotel Pools: #9 Anantara Angkor Resort Malaysia Best Beach, Island + Upcountry Hotels: #9 Anantara Desaru Coast Resort & Villas Best Hotel Pools: #7 Anantara Desaru Coast Resort & Villas Maldives Best Resorts: #2 Anantara Kihavah Maldives Villas Best Hotel Pools: #3 Anantara Kihavah Maldives Villas Best Resort Spas: #4 Niyama Private Islands Maldives Best House Reefs: #2 Anantara Kihavah Maldives Villas The Most Outrageous Villas: #4 Anantara Kihavah Maldives Villas #5 Niyama Private Islands Maldives Best General Managers: #3 Hafidh Busaidy, Niyama Private Islands Maldives Thailand Best Upcountry Hotels: #3 Anantara Chiang Mai Resort #5 Anantara Golden Triangle Elephant Camp & Resort Best Hotel Pools: #10 Anantara Riverside Bangkok Resort Best Hotel Spas: #7 BDMS Wellness Clinic Retreat, Anantara Riverside Bangkok Resort Vietnam Best Beach + Island Resorts: #8 Anantara Quy Nhon Villas Best Upcountry Hotels: #5 Anantara Hoi An Resort Best Hotel Spas: #10 Anantara Quy Nhon Villas
ข่าวประชาสัมพันธ์
โรงแรมแนะนำ
ซูม่า กรุงเทพฯ ชวนทุกคนมาชิมเมนูใหม่ช่วงฤดูร้อนที่เชฟรังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบระดับพรีเมียมตามฤดูกาล เพื่อเปลี่ยนวันที่ร้อนอบอ้าวให้เป็นความสดชื่น โดยเมนูหน้าร้อนจะมีส่วนประกอบของยูซุ มะนาว และขิง ซึ่งจะอยู่ในอาหารทุกประเภททั้งจากครัวหลัก ซูชิบาร์ และเตาย่างโรบาตะ ให้บริการทั้งสำหรับมื้อกลางวัน และมื้อเย็น เริ่มแล้ววันนี้เป็นต้นไป โดยเมนูที่พร้อมให้คุณลิ้มลอง มีดังนี้ เทมปุระปลาน้ำแข็ง เสิร์ฟพร้อมซอสยูซุมาโย และมะนาวสด (380 บาท) ปลาชิราอุโอะทอดพร้อมยุซุมายองเนส ทอดจนได้เนื้อสัมผัสที่กรุบกรอบและขึ้นฟู โรยด้วยผิวเปลือกมะนาวขูดก่อนเสิร์ฟ เพิ่มความสดชื่นก่อนรับประทานด้วยการบีบน้ำมะนาวลงไปเล็กน้อย หรือจิ้มซอสยูซุมาโย เพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้นกว่าเดิม ชูโทโร่แล่ราดซอสพริกพอนสึ ผักชี และกระเทียมกรอบ (908 บาท) ชูโทโร่ หรือ เนื้อส่วนท้องของปลาทูน่ารสชาติกลมกล่อม ราดด้วยน้ำสลัดพอนสึที่ให้ทั้งความเผ็ดและเปรี้ยว สร้างความสดชื่นได้ดีเยี่ยม เติมกลิ่นหอมด้วยผักชี เมล็ดงา และกระเทียมฝานบางทอดกรอบ เพิ่มมิติให้กับรสสัมผัส และยกระดับรสชาติให้ซับซ้อนกว่าที่คิด ปลากระพงขาวย่าง กับ มะเขือเทศสลัด (920 บาท) ปลากะพงขาวทั้งตัว แล่เฉพาะเนื้อส่วนฟิเลต์ ย่างเกลือบนเตาถ่านจนสุกกำลังดี โดยการย่างบนเตาโรบาตะในแบบฉบับซูม่าจะช่วยกักเก็บความชุ่นชื้นของเนื้อปลาเอาไว้ ขณะที่หนังปลาให้สัมผัสที่กรอบ หอมกลิ่นชาร์โคล เสิร์ฟพร้อมมะเขือเทศเชอร์รี่ย่าง คลุกเคล้ากับขิงบด ผักชีซอยละเอียด และพริกพริกฮาลาเปญโญ สร้างสมดุลกับทุกคำที่รับประทาน ล็อบสเตอร์บัน กับ ซอสทรัฟเฟิล (1,250 บาท) จากกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ ซูม่า ยังคงเสิร์ฟเมนูนี้ในช่วงหน้าร้อน แป้งบันมีส่วนผสมของมิโซะที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมกว่าเดิม เนื้อสัมผัสหนานุ่ม เข้ากันได้ดีกับบอสตันล็อบสเตอร์สด ๆ ราดด้วยซอสมายองเนส กลิ่นทรัฟเฟิลและซอสครีมกุ้งจนชุ่มฉ่ำ ปิดท้ายด้วยแบล็กทรัฟเฟิลสดสไลซ์บาง และใบมิซูนะก่อนเสิร์ฟ
13-06-24 15:15:03 | เปิดอ่าน 26 ครั้ง
The MarCom Pro
13-06-24 14:13:35 | เปิดอ่าน 14 ครั้ง
Cape & Kantary Hotels
เครือโรงแรมอนันตรานำความเชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพที่สั่งสมมากว่าสองทศวรรษ เปิดตัว Layan Life by Anantara เน้นแนวคิดการดูแลสุขภาพที่ผสานเทคโนโลยีทางการแพทย์ยุคใหม่กับการแพทย์แผนไทย ภูเก็ต ประเทศไทย วันที่ 11 มิถุนายน 2567 – ไมเนอร์ โฮเทลส์ ประกาศเปิดตัว ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา (Layan Life by Anantara) ศูนย์ดูแลสุขภาพระดับโลก ซึ่งตั้งอยู่ใน อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดภูเก็ตในการยกระดับชื่อเสียงของเมืองในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับผู้รักสุขภาพจากทุกมุมโลก ศูนย์ดูแลสุขภาพ ที่สร้างขึ้นใหม่และมีกำหนดจะเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 นี้ จะครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,767 ตารางเมตร พร้อมนำเสนอบริการทางด้านการดูแลสุขภาพแบบบูรณาการที่ผสมผสานเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่และศาสตร์การแพทย์แผนไทยโบราณที่ใช้ภายในราชสำนัก ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่าสองทศวรรษในการบุกเบิกการบริการด้านการดูแลสุขภาพของโรงแรมและรีสอร์ทในเครืออนันตรา ทำให้ ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา ได้นำองค์ความรู้ธาตุทั้งสี่ อันได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ ที่เป็นองค์ประกอบของร่างกายตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทย เข้ามาใช้ประกอบการดูแลสุขภาพ โปรแกรมการดูแลสุขภาพของที่นี่ มีให้เลือกตั้งแต่ 3 วัน ไปจนถึง 10 วัน โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยได้นำภูมิปัญญาไทยสมัยโบราณมาผสานเข้ากับการวินิจฉัยของแพทย์ตามตำราสมัยใหม่ ควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารตามหลักโภชนาการและการออกกำลังกายที่ถูกต้องเหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อบรรลุผลลัพธ์สุขภาพแบบองค์รวมตามเป้าหมายที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็น การควบคุมน้ำหนัก การลดภาวะความเครียด การดูแลสมรรถภาพร่างกาย และการชะลอวัย ดีไซน์ของ ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา ใช้หลักสถาปัตยกรรมแบบไบโอฟิลิก (biophilic architectural) ซึ่งนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ โดยได้เชื่อมโยงทั้งตัวอาคารสถานที่และการตกแต่งให้เป็นหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติเขตร้อนรอบด้านผ่านโทนสีธรรมชาติ เน้นทำพื้นที่ให้โปร่งสบาย และเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา เป็นอาคารสองชั้น โดยในส่วนของชั้นล่าง ประกอบไปด้วย ห้องออกกำลังกายขนาด 220 ตร.ม. สตูดิโอสำหรับโยคะ ขนาด 60 ตร.ม. พิลาทิส สตูดิโอ ขนาด 35 ตร.ม. ห้องทำสมาธิ และพื้นที่สำหรับวารีบำบัด (hydrotherapy area) ที่มีทั้ง สระน้ำวน ซาวน่า และห้องอบไอน้ำ ในขณะที่ชั้นบนประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์ ห้องให้คำปรึกษา ห้องสำหรับกายภาพบำบัด ห้องนวดและทำหัตถการแพทย์แผนไทย ห้องดริปวิตามิน และห้องสำหรับทำทรีตเมนต์อื่น ๆ อาทิ การบำบัดด้วยความเย็น Icepod การบำบัดด้วยออกซิเจน (hyperbaric chamber) และการสวนล้างลำไส้ด้วยระบบวารีบำบัด (hydro colonic therapies) นอกจากนี้ยังมีแผนกยาสมุนไพรไทยซึ่งอยู่ในความดูแลของแพทย์แผนไทย ที่รวมถึงการจ่ายยาตามใบสั่งแพทย์ สำหรับการออกกำลังกาย Active Zone ของ อนันตรา ลายัน รวมพื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง สนามเทนนิส เวทีมวยไทย หน้าผาจำลอง กีฬาทางน้ำ ไปจนถึงกิจกรรมสันทนาการและกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมให้ได้เพลิดเพลินอีกมากมาย "ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา เป็นอีกความสำเร็จครั้งสำคัญของความมุ่งมั่นที่เรามีต่อการดูแลรักษาสุขภาพ โดยเราได้สร้างนิยามใหม่ให้กับการบริการด้านสุขภาพด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับภูมิปัญญาไทยที่อยู่เหนือกาลเวลา ณ สถานที่ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก" - แซนดี้ โจฮันเนสเซ่น (Sandie Johannessen) ผู้อำนวยการกลุ่มสปาและเวลเนส ประจำภูมิภาคเอเชีย ของเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ "ภูเก็ตกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางชั้นนำของโลกทางด้านการแพทย์เพื่อสุขภาพ การเปิดตัวของ ลายัน ไลฟ์ บาย อนันตรา ในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะมุ่งเน้นสุขภาพทางกาย แต่ยังช่วยดูแลสุขภาพใจและจิตวิญญาณอีกด้วย" - เฟรดเดอริค วาร์เนียร์ (Frederic Varnier) รองประธานฝ่ายปฏิบัติการโรงแรม ของเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ ภาคใต้ของประเทศไทย
13-06-24 10:49:19 | เปิดอ่าน 21 ครั้ง
MINOR HOTELS
ประชุมวิชาการทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ครั้งที่ 117 (1/2567) ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ทพ. อดิเรก ศรีวัฒนาวงษา (ที่ 4 จากซ้าย) นายกทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการครั้งที่ 117 (1/2567) ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี ทพ. วีระวัฒน์ สัตยานุรักษ์ (ที่ 4 จากขวา), รศ.ทญ. พอใจ เรืองศรี (ที่ 3 จากขวา), ทพ. ชวลิต กาญจนโอภาสวงศ์ (ที่ 3 จากซ้าย), ทญ. จามรี เหรียญอัมพร (ที่ 2 จากขวา), รศ.ทญ. ภรณี พีรานนท์ (ที่ 2 จากซ้าย), ศ.คลินิก ทญ. ผุสดี ยศเนืองนิตย์ (ขวาสุด), ผศ.ทญ. อนงค์นาฏ ภักดีณรงค์ (ซ้ายสุด) ให้เกียรติมาร่วมเปิดงานในครั้งนี้ พร้อมทั้งทันตแพทย์จากหลากสถาบันเข้าร่วมงาน ณ ห้องบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์
12-06-24 16:29:24 | เปิดอ่าน 21 ครั้ง
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ
จัดเต็มตลอด 4 ชั่วโมง กับความอร่อยยืนหนึ่งสไตล์สเปน ณ ห้องอาหารอูโนมาส โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ทุกเมนูคือจานเด่นจานดังติดดาวประจำห้องอาหาร ร่วมลิ้มรสชาติต้นตำรับขนานแท้สไตล์สเปน ณ ห้องอาหารสเปน อูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เราพร้อมเสิร์ฟความอร่อยกับหลากหลายเมนูเลิศรส ที่พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อยกับบรรดาเมนูสุดพิเศษ รสชาติอาหารสไตล์สเปนแท้ๆ ตลอด 4 ชั่วโมงแบบจัดเต็ม โดย เชฟโรแบร์โต้ กอนซาเลซ อลอนโซ หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหาร ได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศตามแบบฉบับอาหารสเปนนำมาปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันในแต่ละขั้นตอน ให้คุณได้สัมผัสถึงความอร่อยขนานแท้ในทุกๆจาน อาทิ สลัดซีฟู้ด, สลัดปลาหมึกยักษ์, ทูน่าทาร์ทาร์ เป็นต้น จัดหนักจัดเต็มกับอาหารจานหลักอย่าง กุ้งผัดกระเทียมน้ำมันมะกอกกระทะร้อน, หมูหันสไตล์สเปน, เนื้อซี่โครงแกะย่าง และปลากระพงย่าง ปิดท้ายความอร่อยด้วยของหวาน คาตาลันครีม, ชูโรส เป็นต้น ในราคาเพียง 1,490 บาท++ ต่อท่าน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) สามารถซื้อแพ็กเกจเครื่องดื่มเริ่มต้นที่ราคา 149 บาท++ (น้ำอัดลม น้ำเปล่า กาแฟ และชา) (ราคานี้ไม่รวมอัตราภาษีและค่าบริการ) บุฟเฟ่ต์อาหารกลางวันทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดให้บริการตั้งแต่ เวลา 12.00 น. ถึง 16.00 น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2100-6255 หรือ อีเมล์: [email protected]
12-06-24 16:03:59 | เปิดอ่าน 26 ครั้ง
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ
อนันตรา เกาะยาวใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์ นำเสนออาหารญี่ปุ่นเลิศรสในบรรยากาศอันเงียบสงบบนเกาะยาวใหญ่ ใจกลางอ่าวพังงา ที่ยังคงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติทั้งหาดทรายขาวและต้นไม้อันเขียวชอุ่ม ร้านอาหาร โทมิ ซูชิ บาร์ (Tomi Sushi Bar) เป็นร้านในเครือ โทมิ ซูชิ โอมากาเสะ (Tomi Sushi Omakase) กรุงเทพฯ โดยชื่อร้าน มีความหมายถึง "ความมั่งคั่งและความรุ่งเรือง" เลือกสรรเฉพาะวัตถุดิบและอาหารทะเลคุณภาพสูง สดใหม่ส่งตรงมาจากทั้งในไทยและญี่ปุ่น เพื่อสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล ทางร้านเปิดให้บริการอาหารมื้อค่ำทุกวัน โดยแขกทุกท่านสามารถเพลิดเพลินกับการชมเชฟผู้เชี่ยวชาญตระเตรียมอาหารบนเคาน์เตอร์แบบ 360 องศา โดยแต่ละเมนูถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยความทุ่มเท เพื่อรสชาติ ความสมดุล และภาพศิลป์บนจานอาหาร เมนูประกอบด้วยอาหารจานโปรดที่คุ้นเคย รวมถึงอาหารเรียกน้ำย่อยแบบดั้งเดิม ทั้งหมวดซุป ซูชิ ซาซิมิ มากิ ข้าวหน้าต่างๆ และอาหารจานหลักทีรังสรรค์ขึ้นมาใหม่ เมนูแนะนำประจำร้านได้แก่ ไข่ตุ๋นแบบญี่ปุ่น (Chawanmuchi) เสิร์ฟพร้อมปูหิมะ อูนิ และเห็ดทรัฟเฟิล ที่ช่วยแต่งแต้มทั้งรูปลักษณ์และรสชาติ, ซูชิคินเมได (Kinmedai Sushi) หรือซูชิกุ้งหวานจากฮอกไกโด (Botan Ebi Sushi) , เซทบลูฟิน ทูน่า ซาชิมิ (Bluefin Tuna Sashimi Set) ที่รวมเอา ชูโทโร่ โอโทโร่ และ อากามิ เอาไว้ด้วยกัน หรือ อีกจานแนะนำ เป็นเมนูยากิโซบะเสิร์ฟพร้อมกุ้งมังกรภูเก็ตจากชาวประมงในท้องถิ่น ร้านโทมิ ซูชิ บาร์ เลือกใช้ชาเขียวคุณภาพดีที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ เพื่อเสิร์ฟแก่แขกทุกท่านตลอดมื้ออาหาร ทั้งยังมีของหวานหลากหลายชนิดให้เลือกสรรเพื่อเติมเต็มมื้ออาหารสุดพิเศษ เช่น ชีสเค้กญี่ปุ่นโฮมเมดและครีมบรูเล่มัทฉะ หรือเลือกปิดท้ายค่ำคืนด้วยเครื่องดื่มหมักดั้งเดิมของญี่ปุ่นเคล้าบรรยากาศริมทะเล อนันตรา เกาะยาวใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า มีร้านอาหารและบาร์อีก 5 แห่ง รวมถึงห้องอาหารซิกเนอเจอร์ บีช เรสเตอรองท์ และห้องอาหารปะการัง ที่เสิร์ฟอาหารนานาชาติและอาหารไทยร่วมสมัย ติดต่อสำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ anantara.com/koh-yao-yai-phuket
11-06-24 16:07:15 | เปิดอ่าน 23 ครั้ง
MINOR HOTELS
Always innovative in its offer, Anantara brings the elevated tastes of Japanese fine dining to the remote setting of Koh Yao Yai, Thailand’s last untouched paradise in the middle of Phang Nga Bay. Drawing inspiration from its sister restaurant Tomi Sushi Omakase in Bangkok, Anantara Koh Yao Yai Resort & Villas’ Tomi highlights the riches of the ocean, serving only the highest quality fresh seafood from Thailand and Japan, fitting for a restaurant named after ‘wealth and prosperity’. Open for dinner each evening, guests are invited to take a seat at the 360° counter, affording a front seat to the skilled chefs in action. Each dish is presented with an absolute dedication to flavour, balance and artful presentation. The menu consists of familiar favourites, as well as novel takes on traditional appetisers, soups, sushi, sashimi, maki, donburi and mains. Highlights include the Chawanmuchi with snow crab, sea urchin and truffle adding rich layers of flavour and intrigue; Kinmedai and sweet Hokkaido shrimp sushi; Chutoro, Otoro and Akami, all of which can be sampled with the chef’s Bluefin Tuna Sashimi Platter; and Yakisoba topped with Phuket’s very own lobster caught by local fishermen. Leaving room for dessert is an imperative at Tomi, with homemade Japanese Cheesecake and Matcha Creme Brulee on offer. Each meal is accompanied by curated selections of green tea, and guests may wish to finish with sake out in the al fresco night overlooking the ocean. Anantara Koh Yao Yai Resort & Villas is home to an additional five restaurants and bars, including its signature Thai Pakarang and beachfront grill. For more information, or to make a reservation, please visit anantara.com/koh-yao-yai-phuket
11-06-24 15:46:33 | เปิดอ่าน 15 ครั้ง
MINOR HOTELS
ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (HSC-CU) และสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย (HSIT) ร่วม อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน ProPak Asia 2024 เชิญผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยว สินค้า บริการฮาลาล และผู้สนใจ ร่วมสัมมนาในหัวข้อ "Halal Tourism in Thailand: Key Success Factors in Creating Muslim Friendly Hospitality Services" กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในการสร้างบริการและการต้อนรับชาวมุสลิม สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวฮาลาลของไทย โดยการสัมมนาฯ ครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านฮาล้าน รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวข้อ มาตรฐานและแนวทางสำหรับฮาลาล (Halan Standard and Guideline) ดร.พรพิมล มะหะหมัด ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวข้อ ความท้าทายและแนวโน้มในอนาคตของฮาลาล (Halan Challenge and Future Trend) รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร ผู้อำนวยการสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย หัวข้อ ห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ฮาลาล: ผู้บุกเบิกการทดสอบและนวัตกรรม (Halan Forensic Laboratories : Pioneering Testing and Innovation) โดยการสัมมนาฯ ครั้งนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 13 มิถุนายน 2567 เวลา 13.30 - 16.00 น. ห้อง MR218-219 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมได้แล้ววันนี้ที่ www.propakasia.com ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย (บรรยายเป็นภาษาไทย)
11-06-24 08:52:11 | เปิดอ่าน 22 ครั้ง
The Red Communication
Set on a stunning natural island in the South Malé Atoll, surrounded by crystalline lagoon waters, Anantara Dhigu Maldives Resort reintroduces its Over Water Villas with a full facelift following four months of extensive renovations. With an overhaul in the interiors, plus the installation of four new pools, the Maldivian playground is all set to cradle couples and families into vacation mode. Drawing inspiration from the forms of a Maldivian boat and its journey over the serene Maldivian waters, the design concept for the over water villas revolves around the theme of “Sailboat Serenity”. Stephen O'Dell from the award-winning architecture and interior design firm, SODA (Thailand) Ltd., together with his team translated the concept into the interior design by reflecting the fluid lines and soothing ambiance of a boat journey, creating a space that blends the beauty of the surrounding water inside a villa that aims to offer relaxation and comfort to the guests. Suspended over the crystal-clear lagoon surrounding a stunning natural island, the interior of the 40 over water villas is adorned in a colour scheme that creates a natural feel to the villas. Warm neutral tones used to set a soothing sense for guests are balanced with subtle accents of blue in the furnishing to reflect the water. On the outside, a fun yet clever play of space is defined with the addition of over water hammocks in the Sunrise and Sunset Over Water Villas. Achieving a balance between functionality and design for a resort villa is a unique challenge for interior designers, but Stephen and his team have managed to provide spaces of practical comfort and ensure the villas serve as a Maldivian sanctuary for guests to unwind, unplug, relax, and rejuvenate in the island paradise. The relaunch of Anantara Dhigu’s over water villas also sees the introduction of four new Deluxe Sunset Over Water Pool Villas. The transformation of the existing Sunset Over Water Villas with an addition of a much larger infinity pool increases the inventory of its much sought-after sunset-facing pool villas. The most exclusive of Anantara Dhigu’s over water villa categories, each of the villa offers 129 square metres of luxurious space, with direct access into the crystal blue waters of the lagoon. Following the completion of the Over Water Villa refurbishments, Anantara Dhigu Maldives Resort has several renovations in the pipeline for the year, including the addition of an exclusive bar, The Yellow Fin Club. The new bar will add to the resort’s numerous dining venues, where guests can enjoy the finest cuisines from across the globe while learning about old and new world wines from the resort’s Wine Guru. From expertly grilled meats, and fresh fish and seafood from the local waters at Sea.Fire.Salt. to a wholesome Italian fare at Aqua, as well as breakfast and themed dinner buffets at Fushi Café, guests are spoiled for choices. On neighbouring sister island Anantara Veli Maldives Resort, Origami serves modern Japanese fare including teppanyaki and robatayaki, whilst Cumin offers dishes from Sri Lanka, India and Maldives, and Dhoni Bar specialises in Mediterranean tapas. Poised over water on the edge of a lagoon and outer reef, Baan Huraa delights with coconut curries from Thailand’s southern provinces and spicy dishes from the north. Guests also have the freedom to dine outside the restaurants thanks to Anantara’s signature Designer Dining by Anantara experience with a private chef and sommelier. Whether seeking serenity or reconnection, travellers will find a wide array of water- and land-based activities. Guests can enjoy the thrills of underwater discovery with Aquafanatics, the resort’s resident water sports partner, catch a wave during the surf season with resident experts Tropicsurf, and join the resort in its habitat preservation efforts by adopting a coral as part of Anantara’s sustainability programme with the resident marine biologist.  A tennis court and dedicated spaces for volleyball, badminton, table tennis, chess and Pétanque, plus a fully equipped fitness centre keeps guests occupied on land. Guests can also book fitness sessions with a personal trainer or try their hand in the boxing ring. Holidaymakers looking for quieter pursuits can book a Spice Spoons by Anantara cooking class, rejuvenate in the overwater Anantara Spa, or lounge by the infinity pool. Located 21 kilometres south of Velana International airport, Anantara Dhigu Maldives Resort is only 30 minutes by speedboat, available 24 hours a day. For more information or to make a reservation, call +960 664 4100, email [email protected].
10-06-24 17:51:25 | เปิดอ่าน 24 ครั้ง
MINOR HOTELS
อวานี โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท (Avani Hotels & Resorts) แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับบน (upscale) ในเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) เดินหน้าขยายธุรกิจในภูมิภาคยุโรปอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เปิดให้บริการ อวานี มิวเซียม ควอเตอร์ อัมสเตอร์ดัม (Avani Museum Quarter Amsterdam) ริมคลองใจกลางย่าน Museum Quarter ที่รวมพิพิธภัณฑ์อันมีชื่อเสียงต่าง ๆ ของเมือง โดยโรงแรมซึ่งอยู่ภายในอาคารที่สร้างขึ้นในยุคกลางศตวรรษแห่งนี้ ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 163 ห้อง  ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อให้แขกที่เข้าพักทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสถึงการพักผ่อนที่แสนผ่อนคลายและประสบการณ์การท่องเที่ยวสุดพิเศษในอัมสเตอร์ดัม การพักผ่อนและศิลปะที่ลงตัว การออกแบบของโรงแรมแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานศิลปะต่าง ๆ ในพิพิธภัณฑ์ Stedelijk ซึ่งผสมผสานความล้ำสมัยและความดั้งเดิมเพื่อการตกแต่งที่ดูทันสมัยและน่าดึงดูด โดยมีการนำอิฐซึ่งเป็นวัสดุที่เป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์ทางสถาปัตยกรรมของเมืองอัมสเตอร์ดัมมาใช้ในการออกแบบด้านหน้าของอาคารซึ่งเป็นกระจกที่แวววาว ภายในอาคารมีการใช้เส้นตัดที่ทำให้ดูสบายตา เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้นอกจากจะเน้นเรื่องความสะดวกสบายในการใช้งาน (functionalism) ยังสะท้อนสถาปัตยกรรมด้าน เหตุผลนิยม (rationalism) กระจกและพื้นผิวที่มันวาวยังสื่อถึงคลองอันเงียบสงบ ลวดลายทรงเลขาคณิตและสีของพรม กระเบื้อง และเฟอร์นิเจอร์ผิวสัมผัสนุ่ม ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานศิลปะชื่อดังแห่งศตวรรษที่ 20 โดยศิลปินมากมาย อาทิ Piet Mondrian, Anni Albers, Gunta Stolzl และ Sophie Taeuber ต่างช่วยเติมเต็มการสอดแทรกงานศิลปะลงไปในการออกแบบได้อย่างกลมกลืน ห้องพักที่พร้อมชาร์จพลังกาย ห้องพักและห้องสวีทที่กว้างขว้างของโรงแรมอวานีแห่งนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากช่วง 1960 ด้วยการใช้เฉดสีโทนอบอุ่นของดินเผา สีเหลืองมัสตาร์ด และสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งสื่อถึงมุมอันเงียบสงบของกรุงอัมสเตอร์ดัม ห้องพักครอบคลุมพื้นที่เจ็ดชั้นของโรงแรม มาพร้อมความสะดวกสบายและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย โดยบางห้องยังมีหน้าต่างแบบพาโนรามาเปิดรับวิวแบบ 360 องศา หลังจากเพลิดเพลินจากการเที่ยวในเมืองหรือการประชุม แขกสามารถพักผ่อนด้วยการดูทีวีผ่านอุปกรณ์โครมแคสต์ (Chrommecast TV) การฝึกสมาธิบนเสื่อโยคะในห้องพัก หรือผ่อนคลายไปกับการฟังพอดแคสด้วยลำโพงบลูทูธคุณภาพสูง นอกจากนี้ ยังมีบริการเครื่องดื่มและอาหารทานเล่นตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงเมนูอาหารเพื่อสุขภาพและเมนูยอดนิยมต่าง ๆ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย ห้องฟิตเนส อวานี ฟิต (AvaniFit) มาพร้อมอุปกรณ์คาร์ดิโอและเปิดให้บริการตลอดทั้งวัน  และแขกยังสามารถเลือกไปออกกำลังกายกลางแจ้งได้ที่สวน Vondelpark ใกล้ ๆ โรงแรม ซึ่งมีเส้นทางทั้งสำหรับการวิ่งและการเดิน ตัวเลือกอาหารแสนอร่อยที่อวานี  ภายในชั้นล่างของโรงแรมมี ล็อบบี้ เลานจ์ ที่โปร่งสบาย และเชื่อมกับ เดอะ แพนทรี (The Pantry) ที่นำเสนออาหารแบบ grab-and-go ในสไตล์ของอวานี ในช่วงเช้าแขกสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ที่หลากหลาย ทั้งขนมอบสไตล์ท้องถิ่น ของว่างเพื่อสุขภาพ เมนูวีแกน และเครื่องดื่มสมูทตี้ ภายในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาแห่งนี้ในช่วงฤดูร้อนแขกยังสามารถนั่งรับประทานอาหารที่ระเบียงเพื่อดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของสวนที่ร่มรื่นและอิ่มอร่อยกับอาหารท้องถิ่นหรือขนมหวานได้อีกด้วย ท่องเมืองอัมสเตอร์ดัม อวานี มิวเซียม ควอเตอร์ อัมสเตอร์ดัม ได้ร่วมกับพันธมิตรและเครือข่ายต่าง ๆ ในเมืองเพื่อคิดค้นโปรแกรมทัวร์ที่แขกจะได้สัมผัสกับเมืองอัมสเตอร์ดัมในมุมที่เต็มไปด้วยความสนุกและสร้างสรรค์ โดยได้ร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์และผู้ก่อตั้งนิตยสาร Girls Who จัดโปรแกรม Street Art Tour ให้แขกสำรวจความสวยงามของอัมสเตอร์ดัมในมุมต่าง ๆ พร้อมสนุกสนานกับการดูแผนที่ตามหางานศิลปะแบบ สตรีท อาร์ต ในช่วงหน้าร้อน แขกที่รักสุขภาพสามารถเล่น SUP พายเรือในคลอง แวะพักเพื่อรับประทานพิซซ่าเจ้าอร่อยพร้อมเครื่องดื่มเย็น ๆ หรือนั่งคลายร้อนที่จุดว่ายน้ำของเมือง นอกจากนี้ แขกยังสามารถสัมผัสเทรนด์ดูแลสุขภาพล่าสุดกับ THIS.IS.EDEN ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ก่อตั้งขึ้นที่อัมสเตอร์ดัม เป็นการผสมผสานระหว่างการเต้นรำและการนั่งสมาธิเข้าไว้ด้วยกัน โดยการสร้างเพลงประกอบแนวอิเล็กโทรที่ฟังผ่านหูฟังในรูปแบบ Silent Disco-Style โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นในพื้นที่กลางแจ้งหลายแห่งของเมืองอัมสเตอร์ดัม ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะอันงดงาม บนระเบียง ดาดฟ้า หรือในคลับ โดยกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้แขกได้ปรับความโฟกัสภายในจิตใจไปยังร่างกายผ่านเทคนิคการเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยพลัง อวานี มิวเซียม ควอเตอร์ อัมสเตอร์ดัม ตั้งอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ ของเมืองเพียงไม่กี่ก้าว ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์ไรจ์คส์ (Rijksmuseum) หรือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติซึ่งแสดงผลงานศิลปะและประวัติศาสตร์ของประเทศ พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ (Van Gogh Museum) และ Stedelijk ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงเรื่องศิลปะสมัยใหม่และการออกแบบที่เน้นสร้างแรงบันดาลใจ นอกจากนี้ โรงแรมยังอยู่ใกล้กับช้อปปิ้งที่คึกคักอย่าง PC Hooftstraat และย่าน De Pijp ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา โดยทั้งสองย่านนี้ใช้เวลาเดินจากโรงแรมเพียงห้านาที และโรงแรมยังอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟกลาง (Amsterdam Central Station) โดยสามารถเดินทางโดยรถแท็กซี่จากโรงแรมไปเพียง 10 นาที สำหรับนักธุรกิจที่ต้องการไปยังศูนย์นิทรรศการและการประชุม RAI สามารถเดินไปเพียง 25 นาที    ราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 7,700 บาท (195 ยูโร) ต่อห้อง ต่อคืน สำหรับการเข้าพักสองท่านต่อหนึ่งห้อง รวมอาหารเช้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.avanihotels.com/en/museum-quarter-amsterdam หรือติดต่อ อีเมล [email protected] หรือโทร +31 20 573 8200
10-06-24 17:23:29 | เปิดอ่าน 31 ครั้ง
MINOR HOTELS
อิ่มไม่อั้น ฟินจุใจไปกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติสุดพรีเมียม ณ ห้องอาหารเวนติซี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ทุกมื้อค่ำวันพฤหัสบดี วันศุกร์ และวันเสาร์ ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ขอชวนคุณพร้อมครอบครัวร่วมเปิดประสบการณ์ความฟินแบบสุดคุ้มกับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติสุดพรีเมียมสไตล์อิตาเลียนและไทย รวมถึงอาหารจากทั่วทุกมุมโลก โดยเชฟแอนเดรีย มอนเทลลา หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ พร้อมเชฟผู้เชี่ยวชาญประจำห้องอาหาร ได้หยิบยกขุมทรัพย์วัตถุดิบชั้นนำระดับพรีเมียม นำมาบรรจงรังสรรค์ปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันให้คุณได้ฟิน อิ่มไม่อั้นอย่างจุใจ อาทิ ซีฟู้ด ออนไอซ์, โคลด์คัท, สลัดบาร์, ซุป, ชีสนานาชนิด, พาสต้า, สปาเกตตี้, ซาชิมิ ซูชิหน้าต่าง อาหารอิตาเลียน อาหารไทย, ขนมไทย ขนมอบ เค้กหน้าต่างๆ ไอศกรีม ผลไม้ตามฤดูกาล รวมไปถึงเมนูสุดพรีเมียมต่างๆ เป็นต้น บุฟเฟ่ต์นานาชาติทุกมื้อค่ำวันพฤหัสบดี วันศุกร์ และวันเสาร์ ราคาเพียง 1,655 บาท++ ต่อท่าน รวมเครื่องดื่มเพิ่มอรรถรส และซอฟดริ้งค์ และเพิ่มอรรถรสให้มื้อค่ำสมบูรณ์แบบกับเมนูพรีเมียม ล็อบสเตอร์เทลเทอร์มิดอร์ สามารถสั่งเพิ่มในราคา 750 บาท++ ต่อชิ้น หรือเลือกอร่อยเมนูพิเศษได้ 3 เมนู สั่งเพิ่มในราคา 999 บาท++ ดังนี้ ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อวากิว, กุ้งแม่น้ำเผา, แกงกระหรี่ปู, ปลาโดเวอร์โซลอบเกลือพริกไทยและเลมอน, ซี่โครงแกะย่าง, ทอดมันปู และฟัวกราส์ เวนติซีเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30 น. – 22.30 น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02-100-6255 หรือ อีเมล์: [email protected]
10-06-24 17:20:58 | เปิดอ่าน 31 ครั้ง
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ
Bangkok, June 2024 – Discover the best offer of the year from Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit and bring your dream wedding to life. Our wedding planning experts and partners are here to guide you through every detail, ensuring your special day is perfect in every way. Offer 1: Book a wedding package and pay a deposit of THB 100,000. • Enjoy complimentary bring-in decoration valued at THB 35,000. • Get a complimentary food tasting for 6 persons. Offer 2: Receive up to four "Wish List" items when you book a package under certain conditions: • For a THB 550,000 package, choose 2 "Wish List" items. • For a THB 600,000 package, choose 3 "Wish List" items. • For a THB 750,000 package, choose 4 "Wish List" items. Offer 3: Enter a lucky draw worth over THB 89,000 when booking a package and paying the deposit on the event day. Prizes include an Executive Suite, a Deluxe Room with breakfast for 2 persons, dining vouchers, and more. Wish List Items: • Complimentary bring-in band and lighting/sound system. • Complimentary alcohol corkage fee. • Complimentary bring-in 2 food stalls. • One barrel of draft beer (Chang or Singha). • 100 servings of shrimp dumplings from the Michelin Guide Cantonese Restaurant, Wah Lok. • F&B voucher valued at THB 3,000. • 50% discount on Carlton Grand Ballroom rental for an after-party. • One-night stay in a Deluxe Room with breakfast for 2 persons. Join us at the Carlton Wedding Fair and let us elevate your wedding dreams to unparalleled heights. Carlton Wedding Fair Date: 15-16 June 2024 Time: 10:00 am – 8:00 pm Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit Contact our Wedding Sales Team for more information at T. 0208907888 or email [email protected].
10-06-24 14:19:22 | เปิดอ่าน 27 ครั้ง
Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit
Niyama Private Islands Maldives is the perfect destination for Eid al-Adha getaways, with celebratory events lined up throughout the month of June, and special benefits for bookings of three nights or more. With two islands, and so much room to play, Niyama invites guests to find their groove this Eid al-Adha, whether hiding away in their sprawling pool villa, hidden from prying eyes, or diving into all the excitement on offer at Chill and Play. Throughout the month of June, there will be festive dining to celebrate Eid al-Adha, culminating with the Odyssey dinner on the 16th, when the beach comes alive with mezze stations and tanoura dancers specially flown in; the Fire Feast on the 17th, deep in the jungle, with the exotic flavours of South America and Africa; and on the 18th, a Moonlit Oasis dinner for only five tables, each with a personal chef to serve up an exquisite three-course creation. Guests may of course enjoy any of Niyama’s nine dining outlets (all halal), afternoon tea served in the privacy of their villa which takes a distinctly Middle Eastern twist this month, or a specially created floating futoor with date champagne. Designed for Families Niyama offers a wealth of stylish beach and overwater villas to choose from. Most exclusive of all is The Cresent of five villas, located at the very tip of the island and reached by its own private boardwalk. Accommodating parties of up to 22, no luxury has been spared, and two Thakurus (villa host) ensure everything is taken care of, from breakfast in bed to private movie screenings. Guests can jet into the VIP terminal at nearby Dhaalu Airport, with a speedboat waiting to whisk them to the resort in minutes. What follows is endless chilling or playing, with high-speed water sports, spa indulgence, and a world of fun for little ones at the Explorers Kids’ Club. Special Eid al-Adha Offer Niyama offers savings of 20% for bookings of three nights or more, as well as the following benefits: complimentary breakfast and dinner each day; one in-villa floating breakfast; a 30-minute spa treatment per person; 10% off water sports; and a magical dolphin cruise. In addition, guests staying on the 16th are invited to join the shisha party at Dune. For more information or reservations, email [email protected], call +960 676 2828, or visit www.niyama.com
10-06-24 10:11:09 | เปิดอ่าน 23 ครั้ง
MINOR HOTELS
Aguilar, joining Minor Hotels from Marriott, will spearhead the group's growth strategy for Europe and the Americas Aragonés will continue to sit on the Minor Hotels Europe & Americas Board of Directors and serve as Non-Executive Vice Chairman Minor Hotels, a leading global hotel owner and operator, has announced the appointment of Gonzalo Aguilar as Minor Hotels Europe & Americas CEO from 1 January 2025. Aguilar will replace current CEO Ramón Aragonés, who will retire and leave his chief executive role at the end of this year. Aragonés will remain a member of its Board of Directors and serve as Non-Executive Vice Chairman. Aguilar joins Minor Hotels Europe & Americas on 1 October to begin a three-month handover period with Aragonés. Dillip Rajakarier, CEO of Minor Hotels and President of Minor Hotels Europe & Americas, said in response to Aragonés’ retirement, “Ramón has dedicated his entire career to the hotel sector. Since joining the group, then known as NH Hotel Group, in 2009, he has been instrumental in transforming it into one of the leading hospitality groups in Europe and the Americas. He has demonstrated inspirational leadership, vision and tireless dedication throughout his tenure. Today, as we celebrate his tremendous legacy, we also extend our gratitude for his exceptional contributions to Minor Hotels.” Commenting on Aguilar’s appointment, Rajakarier said, “Gonzalo’s deep understanding of the hospitality industry and his proven leadership will be instrumental in guiding and executing Minor Hotels Europe & Americas’ strategic business plan. His invaluable insights into the multibrand and asset-light hotel space in Europe and the Americas will set Minor Hotels on the path of continued success.” Aguilar brings more than 30 years of industry experience to Minor Hotels. He joins the group from Marriott, where he was Chief Operating Officer for EMEA and responsible for driving growth and record earnings in the region. Throughout his career at Marriott, Aguilar oversaw numerous milestones, including the successful integration of AC Hotels following its acquisition by Marriott. Aguilar also served as General Manager of Marriott properties throughout the Americas before moving into executive positions in Europe. He began his career at Marriott in the United States in 1994 as Restaurant Manager at the Denver Marriott Tech in Colorado.
10-06-24 09:45:39 | เปิดอ่าน 16 ครั้ง
MINOR HOTELS
ทุกวันที่ 1 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันที่ชาววิทยาลัยดุสิตธานีต่างภาคภูมิใจ ด้วยเป็นวันครบรอบการสถาปนาวิทยาลัย ซึ่งในปีนี้ได้ดำเนินกิจการมาครบรอบปีที่ 31 โดยเพิ่งจัดงานเฉลิมฉลองความสำเร็จไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา งานฉลองเริ่มต้นตั้งแต่เช้าตรู่โดยการนำของ ดร.อรรถเวทย์ พฤกษ์สถาพร อธิการบดี วิทยาลัยดุสิตธานี และคณะผู้บริหารทั้งจากวิทยาลัยดุสิตธานีและจาก Dusit International ด้วยการสักการะศาลพระพิฆเนศอันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยึดเหนี่ยวจิตใจชาววิทยาลัยดุสิตธานีเพื่อความเป็นมงคล ก่อนที่จะไปสักการะศาลพระพรหมและศาลตายายที่โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ และไม่ลืมที่จะรำลึกถึงท่านผู้ก่อตั้งวิทยาลัย ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ซึ่งมีวิสัยทัศน์กว้างไกลก่อตั้งวิทยาลัยดุสิตธานีขึ้นเพื่อเป็นสถาบันการศึกษาที่สอนทางด้านธุรกิจบริการโดยเฉพาะ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะบ่มเพาะบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมอย่างมีคุณภาพ และนำพาการบริการอย่างไทยให้กว้างไกลไปในระดับสากล แล้วทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งเพื่อความเป็นมงคลเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นชาว DTC ก็ไปร่วมกันฉลองความสำเร็จกันที่ห้องศรีนครินทร์ฮอลล์ ร่วมกันประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ชมการรำอวยพรจากนักเรียนโรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ พร้อมแสดงความยินดีให้กับบุคลากรที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รางวัลอายุงาน และรางวัลงานวิจัยดีเด่น ปิดท้ายงานฉลองบนห้องศรีนครินทร์ฮอลล์ด้วยการลิ้มรสชาติเค้กอันแสนวิจิตรที่บรรจงรังสรรค์ขึ้นโดยอาจารย์นงเยาว์ อยู่เจริญ และทีมอาจารย์ ก่อนลงมารับประทานอาหารกลางวันร่วมกันและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลามในช่วงบ่าย อันทำให้วันแห่งความภาคภูมิใจนี้จบลงด้วยความอิ่มเอมทั้งกายและใจ วิทยาลัยดุสิตธานียังคงสานต่อเจตนารมณ์ของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้ง ให้สมกับที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่อุทิศตนให้กับการศึกษาด้านธุรกิจบริการโดยเฉพาะ โดยไม่เพียงมุ่งพัฒนาการเรียนการสอน แต่ยังพัฒนาองค์ประกอบต่างๆ ของวิทยาลัยอยู่เสมอ โดยมีความสุขความสำเร็จของนักศึกษาและบุคลากรทุกคนเป็นเป้าหมายสำคัญมาตลอด 31 ปี
08-06-24 22:57:52 | เปิดอ่าน 19 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
โรงแรมแคนทารี โคราช นำโดย มกริน พรหมโยธี (แถวยืน คนที่ 11 จากขวา) ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมฯ ร่วมกับ อรวรรณ จันทรเสริม (แถวยืน คนที่ 7 จากขวา) ผู้จัดการแผนกอาหารและเครื่องดื่ม และ องอาจ พฤกษ์พนาเวศ (แถวยืน คนที่ 5 จากขวา) ส.อบจ.อำเภอเมือง นครราชสีมา ให้การต้อนรับเหล่าดาราดังทีม “STAR RIDER” นำทีมโดย เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์ (แถวยืน คนที่ 9 จากขวา) พร้อมด้วยทัพนักแสดงอีกมากมาย อาทิ น้ำ-รพีภัทร เอกพันธ์กุล (แถวยืน คนที่ 4 จากขวา) กิก-ดนัย จารุจินดา (แถวยืน คนที่ 14 จากขวา) จอห์นบราโว่-ธนาเชษฐ์ มีสม (แถวยืน ซ้ายสุด) เนื่องในโอกาสเข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารี โคราช เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟุตซอลในพิธีเปิด การแข่งขันกีฬาโรงเรียนในสังกัด อบจ.นครราชสีมา "KORAT PAO SPORT GAMES 2024" ณ ชาติชายฮอลล์ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา
08-06-24 12:31:57 | เปิดอ่าน 20 ครั้ง
Cape and Kantary Hotels
‘เคปกูดู’ X ‘รสิก โลคอล คิทเช่น’ ดินเนอร์อาหารไทย 12 คอร์สมื้อพิเศษ เคล้ากลิ่นอายทะเลใต้สไตล์รสิก บนเกาะสวรรค์แห่งการพักผ่อน ณ โรงแรมเคปกูดู เกาะยาวน้อย โรงแรมเคปกูดู เกาะยาวน้อย ร่วมกับ รสิก โลคอล คิทเช่น เสนอประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับการพักผ่อนเหนือระดับที่โรงแรมเคปกูดู เกาะยาวน้อย ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในโรงแรมติดชายหาดที่สวยที่สุดในประเทศไทย โดย Small Luxury Hotels of the World ด้วยดีไซน์สวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติและการใช้โทนสีเทอร์ควอยซ์สร้างความสดใสสวยงามดั่งอัญมณีแห่งท้องทะเลอันดามัน พร้อมด้วยการบินลัดฟ้ามาเปิดครัวบนเกาะยาวน้อยเป็นครั้งแรกของเชฟหวาย เจ้าของร้าน ‘รสิก โลคอล คิทเช่น’ จังหวัดเชียงใหม่ กับฝีมืออัน จัดจ้านในการปรุงอาหารไทยทวิสต์ (Thai Twist Style) การันตีด้วยรางวัล “บิบ กูร์มองด์ ประจำปี 2567” จากมิชลิน ไกด์ ไทยแลนด์ ทำให้ร้านรสิกโด่งดังในหมู่นักชิมและยอมรอคิวการจองนานนับเดือนกับ ‘ดินเนอร์อาหารไทย 12 คอร์สสไตล์รสิก’ ที่เชฟหวายได้สร้างสรรค์มิติรสชาติอาหารไทยที่มีความอร่อยแตกต่างเหนือความคาดหมายและอิสระจากกรอบในการปรุงรสชาติอาหารไทยในแบบที่คุ้นเคย (คอร์ส อาหารแบ่งเป็นการเสิร์ฟแบบรายบุคคล ร่วมกับ การจัดเป็นเซ็ทรับประทานร่วมกัน) ในราคา 4,800 บาทสุทธิ (สำหรับ 1 ท่าน/ต่อดินเนอร์ 1 มื้อ) ระหว่างวันที่ 26 - 27 กรกฎาคม 2567 เท่านั้น! กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า โทร. 076-592-600 ดินเนอร์มื้อพิเศษที่โรงแรมเคปกูดู เชฟหวายบรรจงเลือกสรรวัตถุดิบของเกาะยาวน้อย ทั้งพืชผักท้องถิ่น เนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ รวมทั้งอาหารทะเลสดใหม่และปลาทะเลน้ำลึกหายากที่ชาวประมงจับได้จากทะเลอันดามัน โดยเชฟหวายและโรงแรมเคปกูดูฯ มีเจตนารมณ์เป็นหนึ่งเดียวกันในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งการสนับสนุนชุมชนและชาวประมงที่จับปลาและสัตว์ทะเลโดยคำนึงถึงระบบนิเวศเป็นสำคัญ ฯลฯ นำมาผสมผสานเข้ากับเครื่องปรุงท้องถิ่นเลื่องชื่อเรื่องรสชาติที่เชฟได้คัดสรรมาแล้วจากทั่วสารทิศ ทวิสต์ด้วยฝีมือการทำอาหารไทยสไตล์รสิกของเชฟหวายที่เน้นการดึงรสชาติอันโดดเด่นของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด โดยใช้เทคนิคพลิกแพลงและความคิดสร้างสรรค์ในการปรุงอาหารที่ไร้พรมแดนทางวัฒนธรรม (Borderless Cuisine) รวมถึงการนำวัตถุดิบมาจับคู่เข้ากันใหม่จนเกิดเป็นรสชาติเหนือความคาดหมายอิสระจากกรอบของเมนูเดิม ในการนำเสนออาหารทั้ง 12 คอร์สเน้นความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยมิติรสชาติอาหารที่หลากหลายหล่อหลอมเป็นรสชาติความอร่อยใหม่ที่ไม่ธรรมดา เชฟหวายได้บอกเล่าถึงความรู้สึกของการทำอาหารมื้อพิเศษนี้ “รู้สึกตื่นเต้นมากๆ ครับที่ ‘รสิก โลคอล คิทเช่น’ ได้ร่วมกับโรงแรมเคปกูดู เกาะยาวน้อย มาเปิดครัวที่ภาคใต้เป็นครั้งแรก ผมรู้สึกขอบคุณคุณแวว (ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล เจ้าของธุรกิจ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์) ที่เชื่อมั่นในแนวทางอาหารของร้านรสิกฯ และมอบโอกาสให้เราได้สร้างสรรค์การทำอาหารอย่างเต็มที่กับอาหารไทยทวิสต์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกาะยาวน้อย วัตถุดิบท้องถิ่น เสน่ห์ของวิถีชีวิตคนบนเกาะ ความสดใหม่ของอาหารทะเลแต่ละชนิดที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าประมงชาวบ้านจะจับอะไรได้ในแต่ละวัน ทั้งปลา สัตว์ทะเลที่หาทานยากหรือไม่เป็นที่รู้จัก ผมคิดว่ามันจะเป็นมื้ออาหารที่บอกเล่าเรื่องราวของท้องทะเลและเกาะยาวน้อยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนานและความประหลาดใจสไตล์รสิกอย่างที่คุณอาจคาดไม่ถึง ขอบคุณครับ” เอ็กซ์คลูซีฟแพ็คเกจห้องพัก “เคปกูดู X ‘รสิก โลคอล คิทเช่น’ นอกจากนี้ยังมีแพ็คเกจรวมห้องพักสุดพิเศษของโรงแรมเคปกูดู เกาะยาวน้อย กับการเข้าพัก 2 วัน 1 คืน (ราคาเริ่มต้น 18,480 บาท สำหรับห้องประเภทดีลักซ์) หรือ 3 วัน 2 คืน (ราคาเริ่มต้น 22,580 บาท สำหรับห้องพักประเภทดีลักซ์) รวมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน พร้อมดินเนอร์มื้อพิเศษจาก ‘รสิก โลคอล คิทเช่น’ 1 มื้อสำหรับ 2 ท่าน (ในวันที่ 26 หรือ 27 กรกฎาคม 2567) พร้อมอภินันทนาการบริการรับส่งไป – กลับ (ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต–เรือโดยสารสาธารณะข้ามเกาะ–โรงแรมเคปกูดู), บริการเครื่องเล่นกีฬาทางน้ำ (Non –Motorized), ผลไม้สดต้อนรับภายในห้องพัก ฯลฯ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทันสมัยระดับโรงแรมห้าดาว กรุณาสำรองห้องพักล่วงหน้าหรือดินเนอร์มื้อพิเศษ ได้ที่ โรงแรมเคปกูดู เกาะยาวน้อย โทร. 076-592-600 หรือจองห้องพักผ่าน Line: @capekudu และ Email: [email protected] * โรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไข โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางช่องทางการติดต่อสื่อสารของโรงแรมฯ
07-06-24 14:59:59 | เปิดอ่าน 41 ครั้ง
Cape & Kantary Hotels
The islands that speckle Mozambique’s coastline are a welcome vision of paradise for every guest. Seamlessly blending in with the natural beauty that surrounds them, Bazaruto Island is an ideal destination for marine adventurers. Equally as breath taking as the stunning ocean views offered along the 2,500km of Mozambique’s coastline are the extraordinary sights that lie just below the surface. Falling within the protective border of the Bazaruto Archipelago, Anantara Bazaruto Island Resort offers extraordinary oceanic adventures in pristine, unspoilt waters. Now that Mozambique’s whale-watching season is here, wildlife lovers can enjoy front row seats for the annual migration from the island resort. Every winter, pods of whales embark on their annual migration from Antarctica to Africa, one of the longest migrations in the world. They can be seen passing through the waters of Mozambique between June and December. The whale-watching season offers an exciting opportunity to witness these majestic creatures during their migration, as well as a chance to explore the turquoise Indian Ocean waters, spot dolphins and whales, and swim with sea turtles too. The most common whale species spotted are humpback and southern right. The whales migrate to cold waters in high latitudes for feeding, before moving on to warmer waters for mating and giving birth. From vibrant coral reefs teeming with tropical fish, to some of the world’s largest populations of dolphins, whales, sharks, turtles and dugong, it is these remarkable ecosystems and the surrounding crystal-clear waters that make Anantara Bazaruto Island Resort a premier whale watching destination. Southern right whales are best seen close to shore in the southern part of the Mozambique Channel from June to December, close to Anantara Bazaruto Island Resort. Between July and October, the humpback whales showcase their acrobatic skills in the waters of the Bazaruto Archipelago. These creatures can propel their upper bodies as high as ten metres above the surface. Guests at Anantara Bazaruto Island Resort have a choice of two ways in which they can experience the whale migration. A trip in a charter boat sets off in the morning for a three-hour excursion or a half-day tour in search of whales and snorkelling amongst spectacular vibrant coral reefs and bountiful marine at Two Mile Reef. A half day tour is followed by a picnic lunch at Pansy Island or Paradise Island. The picnic offers a tailored menu of barbeque delights and salad with beverages, served by a personal waiter and chef at a shady table on the beach. For an aerial escapade above the Bazaruto Archipelago, a scenic 30 minutes helicopter flight will give guests a birds eye view of the majestic and gentle humpback whales as they journey through the Indian Ocean. The whale watching trips are guided by Anantara’s expert guides who are knowledgeable about marine life and Mozambique’s ocean. Whale watching can be combined with dolphin watching, which is possible all year round. An excellent alternative to diving, dolphin watching gives guests the opportunity to go on an ocean safari and get up close with the dolphins in their natural element, not to mention other marine life, such as whale sharks and turtles. Guests can book a All-Inclusive Stay Longer offer at Anantara Bazaruto Island Resort from USD 522 per room per night which includes: - Accommodation in a beach villa - Daily breakfast, lunch and dinner - Daily beverages from a select menu of house wine, local beer, house spirits, tea, coffee and soft drinks - One dhow sunset cruise - Non-motorised water sport activities - Complimentary in-room minibar - Upgrade to the next room category, subject to availability And include a whale watching experience as an add on activity, for USD 165 per person for a three hour ocean safari excursion, or USD 209 per person half day ocean safari and USD 780 per helicopter flight excursion. For more information about Anantara Bazaruto Island Resort, please visit https://www.anantara.com/en/bazaruto-island/leisure/?category=whale-watching. For reservations email [email protected].
06-06-24 15:04:06 | เปิดอ่าน 43 ครั้ง
MINOR HOTELS
Global hotel owner and operator Minor Hotels has added two properties in Sri Lanka, marking the introduction of its upper-upscale NH Collection Hotels & Resorts and upscale NH Hotels & Resorts brands in the country. Minor Hotels will manage the two properties, one in the Sri Lankan capital of Colombo and the other in the beachside town of Bentota, following an agreement with Softlogic Holdings, the properties’ owner. NH Collection Colombo Hotel opened its doors on June 1st in the heart of the city, steps away from Liberty Arcade and the Indian Ocean, and within a 10-minute drive of the National Museum, Independence Square and Pettah Market. Sri Lanka’s main airport, Bandaranaike International Airport (CMB), is a 45-minute drive from the property. The five-star hotel boasts 219 rooms and suites, ranging from 33 to 254 sqm, and includes the city’s largest Presidential Suite. All rooms feature floor-to-ceiling windows providing expansive views of the Indian Ocean or the city. NH Collection Colombo has six food and beverage outlets offering authentic global flavours, including international all-day dining, specialty Indian, and specialty Thai and Japanese restaurants; a rooftop bar with panoramic sunset ocean views; and a café and a lounge off the hotel’s lobby. For business and event needs, the hotel offers modern meeting and event spaces that accommodate up to 200 attendees in two banquet facilities, five meeting rooms and a boardroom. NH Collection Colombo’s wellness amenities include a state-of-the-art gym, rooftop infinity pool and spa. Ninety minutes south of Colombo along the island’s west coast, NH Bentota Ceysands Resort sits between the Bentota River and the Indian Ocean. The 166-key property, scheduled to open July 1st, includes rooms and suites from 37sqm to 139sqm. NH Bentota’s amenities include an expansive swimming pool with stunning ocean views, a water sports centre, a spa and a kid’s club. Guests can dine at one of the property’s five restaurants and bars, including an international all-day dining restaurant, Thai and seafood specialty restaurants, a light bites café and the pool bar. "Sri Lankan tourism witnessed an impressive rebound in 2023, more than doubling its arrivals in the past year. This strong momentum has continued into the first quarter of this year, and arrivals are projected to surpass pre-pandemic levels and nearing or even exceeding 2018’s record high. We are excited to be part of this recovery and look forward to capitalising on the pent-up demand with our partner Softlogic Holdings through these new NH Collection and NH properties." - Dillip Rajakarier, CEO of Minor Hotels and Group CEO of Minor International "We are delighted to collaborate with Minor Hotels to manage our property in Colombo, Sri Lanka. Minor Hotels has a proven track record of successful management and is renowned for its exceptional hospitality standards. We at Softlogic Holdings are excited to be a part of NH Collection and NH’s debut in Sri Lanka and look forward to an outstanding partnership with Minor Hotels in the future." - Ashok Pathirage, Chairman of Softlogic Holdings NH Collection Colombo Hotel and NH Bentota Ceysands Resort join Minor Hotels’ three properties in Sri Lanka – Anantara Kalutara Resort, Anantara Peace Haven Tangalle Resort and Avani Kalutara Resort – and over 90 NH Collection and 230 NH hotels and resorts worldwide. The additions continue Minor Hotels’ global expansion of the NH Collection and NH brands into the Middle East, the Indian Ocean, Asia and Australia.
06-06-24 14:43:33 | เปิดอ่าน 37 ครั้ง
MINOR HOTELS
Special for the Months of June and July at Café Kantary Don’t Miss 3 New Sweet & Savoury Treats that Will Complete Your Day From 1 June - 31 July 2024, Café Kantary invites you to come and enjoy our 3 New Sweet & savoury treats to complete your meal of delicious food and drink. Not to be missed is “Spaghetti with Shrimp in Chilli Oil (185 Baht net)”, a bowl of delicious, stir-fried spaghetti with shrimp in Sichuan chilli sauce. Available at Café Kantary Ayutthaya, Phuket, Koh Yao Noi, Prachinburi, Sriracha, Rayong and Rayong By The Sea (Saengchan Beach). Come for our delicate sweet and juicy “Peach Melba Crêpe (165 Baht net)”. Sliced strawberries, raspberries and peach folded into a light, tasty, freshly-made crêpe with the soft smoothness of whipped cream and premium vanilla ice cream topped with berry sauce and garnished with slices of strawberries and peach. Available at Café Kantary Ayutthaya, Koh Yao Noi, Phuket, Prachinburi, Sriracha, Rayong By The Sea and Rayong. More fun than a barrel of monkeys are special drinks “Chocky Monkey” & “Milky Monkey” for everyone to enjoy. These seriously delicious drinks, “Chocky Monkey” a rich, dark chocolate, and “Milky Monkey” a smooth, creamy caramel, are yours at 135 Baht net per drink. Available at Café Kantary Prachinburi, Chiang Mai, Koh Yao Noi, Phuket, Korat, Sriracha, Rayong, Rayong By The Sea (Saengchan Beach), Ayutthaya and Café Kantary Corner, Ayutthaya at Classic Kameo Hotel, Ayutthaya. More details are available from Call Centre on 1627 or by visiting our website at: www.cafekantary.com
06-06-24 14:07:35 | เปิดอ่าน 20 ครั้ง
Cape and Kantary Hotels
3 เมนูใหม่ใจฟูครบเครื่องทั้งคาวหวาน ณ คาเฟ่ แคนทารี ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2567 คาเฟ่ แคนทารี ขอเชิญชวนทุกท่านมาพบกับความอร่อย ลิ้มลองเมนู 3 ใหม่ทำให้ใจฟู อร่อยฟินแถมอิ่มครบเครื่องทั้งคาวหวาน และเครื่องดื่ม ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2567 พลาดไม่ได้กับเมนูเส้นรสเด็ดสุดพิเศษ “สปาเกตตีผัดมันกุ้ง (ราคา 185 บาท สุทธิ)” สปาเกตตีเส้นเหนียวนุ่มผัดมันกุ้ง ซอสพริกเสฉวนสูตรพิเศษ รสแซ่บซี๊ดซ๊าดเข้มข้น ณ คาเฟ่ แคนทารี สาขาอยุธยา เกาะยาวน้อย ภูเก็ต ปราจีนบุรี ศรีราชา ระยอง และ ระยองบายเดอะซี (หาดแสงจันทร์) เชิญชวนคนรักพีช มาฟินเว่อร์กับ “พีช เมลบา เครป (ราคา 165 บาท สุทธิ)” ลิ้มรสความหอมหวานชุ่มฉ่ำของลูกพีชเชื่อมชิ้นใหญ่เต็มคำ เสิร์ฟพร้อมเครปแผ่นบาง ไอศกรีมพรีเมี่ยมรสวานิลลา และวิปครีมเนื้อเนียมนุ่มรสละมุน เติมความสดใสด้วยผลไม้สด สตรอว์เบอร์รี และราสพ์เบอร์รี ตบท้ายด้วยซอสเบอร์รีเข้มข้น ณ คาเฟ่ แคนทารี สาขาอยุธยา เกาะยาวน้อย ภูเก็ต ปราจีนบุรี ศรีราชา ระยอง และ ระยองบายเดอะซี (หาดแสงจันทร์) หวานเย็นชื่นใจ กับ 2 เมนู เครื่องดื่มปั่น “ช็อกกี้ มังกี้ (ราคา 135 บาท สุทธิ)” ครีมนมสดกับพรีเมียมซอสช็อกโกแลต ปั่นกับกล้วยหอม ท็อปปิ้งด้วยวิปครีม กล้วยหอมสด โรยผงช็อกโกแลตกรุบกรอบ “มิลกี้ มังกี้ (ราคา 135 บาท สุทธิ)” ครีมนมสดกับซอสคาราเมลเข้มข้น ปั่นพร้อมกับกล้วยหอมสด ท็อปปิ้งด้วยวิปครีม กล้วยหอม ราดซอสคาราเมล และกราโนล่า 2 เมนูอร่อยลงตัว ณ คาเฟ่ แคนทารี สาขาเชียงใหม่ ศรีราชา เกาะยาวน้อย ภูเก็ต โคราช ปราจีนบุรี ระยอง ระยองบายเดอะซี (หาดแสงจันทร์) อยุธยา และคาเฟ่ แคนทารี คอนเนอร์ สาขาคลาสสิค คามิโอ อยุธยา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Centre: 1627 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.cafekantary.com
06-06-24 14:04:41 | เปิดอ่าน 26 ครั้ง
Cape and Kantary Hotels
พิเศษ ! กลางปีนี้ พบกับโปรโมชั่นห้องพักราคาสุดคุ้มจาก เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ในงาน “ ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 70 “ ณ ไบเทค บางนา บูธหมายเลข H05 ฮอลล์ EH 101-102 ระหว่างวันที่ 27 – 30 มิถุนายน 2567 สายเที่ยวพลาดไม่ได้กับห้องพักสุดหรูจากโรงแรมชื่อดังในเครือฯ อาทิ โรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย พลูวิลล่าระดับ 5 ดาว บนเกาะส่วนตัว, โรงแรมเคปกูดู เกาะยาวน้อย หนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม สมอลล์ ลักซ์ชัวรี่ โฮเทลส์ ออฟ เดอะ เวิลด์ (Small Luxury Hotels of The World - SLH), โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต, โรงแรมเคปนิทรา หัวหิน, โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง, โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่, โรงแรมแคนทารี โคราช, โรงแรมแคนทารี อยุธยา โรงแรมซัมแวร์ เกาะสีชัง ฯลฯ โดยราคาห้องพักขึ้นอยู่กับช่วงเวลาการเข้าพักของแต่ละโรงแรมฯ และแพ็กเกจที่เลือก ร่วมกันสนับสนุนการท่องเที่ยวในไทย แล้วมาพักผ่อนกับห้องพักหลากหลายสไตล์ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลาย สะอาด ปลอดภัย และการบริการมาตรฐานระดับโรงแรมชั้นนำ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Centre 1627 พิเศษยิ่งขึ้น ไม่ต้องไปถึงงานก็สามารถจองห้องพักโดยตรงได้ที่ https://www.capekantaryhotels.com/ThaiTeawThai/ (เฉพาะช่วงเวลาการจัดงาน) #############
05-06-24 16:53:43 | เปิดอ่าน 22 ครั้ง
CapeandKantary Hotels
เสิร์ฟความสดใหม่จากฟาร์มผักออร์แกนิก สู่อาหารจานสุขภาพเพื่อคุณ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดพร้อมวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของผู้บริหาร โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ นำร่องเป็นโรงแรมต้นแบบแห่งแรกของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กับโครงการฟาร์มผักออร์แกนิก เปิดตัวสวนผักออร์แกนิก ที่ชั้น 26 ของโรงแรมฯ โดยความคิดริเริ่มนี้ต้องการแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด และให้ความสําคัญต่อความยั่งยืนของระบบนิเวศด้านสิ่งแวดล้อม และใส่ใจสุขภาพอนามัยของผู้มาใช้บริการ โดยมอบประสบการณ์จากฟาร์มผักออร์แกนิกสู่เมนูสุขภาพใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ ให้เป็นโรงแรมต้นแบบแห่งแรกในการทำฟาร์มผักออร์แกนิกนี้ "สวนผักออร์แกนิกแห่งนี้ ยกระดับจากแหล่งวัตถุดิบที่เรียบง่าย สู่ครัวกลางเมือง แสดงถึงคํามั่นสัญญาของเราที่จะนําเสนอตัวเลือกอาหารที่ยั่งยืนที่สุดให้กับแขกของเรา" มร. โรเบิร์ต เมาเรอร์ เลิฟเลอร์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา และผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ กล่าว "แนวคิด Farm-to-Fork ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์สําหรับเรา แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่จับต้องได้ซึ่งแขกของเราสามารถสัมผัสได้โดยตรง สวนผักออร์แกนิกสูงเสียดฟ้าเป็นโอเอซิสสีเขียวแห่งใหม่ท่ามกลางภูมิทัศน์ของเมืองกรุง ปลูกผักและสมุนไพรตามฤดูกาลหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น Butterhead, Green Cos, Red Oak, Iceberg (Frillice Iceberg), Rocket Salad, Mini Cos, Baby Cos และ Kale รวมถึงสมุนไพรและผักที่มีกลิ่นหอม เช่น Thai Lemon, Big Tomato, Italian Basil, Rosemary, Red Holy Basil, สะระแหน่ และโหระพา ที่ได้รับการดูแลอย่างดีเพื่อผลิตผลลัพธ์ที่มีคุณภาพสูงสุดสําหรับการสร้างสรรค์อาหารในโรงแรม สวนผักโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นคอนเซ็ปต์จากฟาร์มสู่ส้อม ช่วยให้แขกผู้เข้าพักได้เพลิดเพลินกับวัตถุดิบที่สดใหม่ตลอด ในขณะที่เราสนับสนุนแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สวนผักออร์แกนิกแห่งนี้ไม่เพียงแต่มอบผลผลิตที่ดีที่สุดให้กับเชฟ ยังมีส่วนช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราสู่ความเป็นเลิศด้านความใสใจในสิ่งแวดล้อม การศึกษาพบว่าสวนผักออร์แกนิกในเมืองสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ จึงไม่ได้เป็นเพียงการเสิร์ฟอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นการหล่อเลี้ยงโลกให้มีสุขภาพดีขึ้นและสร้างมาตรฐานใหม่สําหรับโรงแรมหรูทั่วโลก
05-06-24 16:09:23 | เปิดอ่าน 18 ครั้ง
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ
ยกจานเด่นติดดาวเสิร์ฟถึงมือคุณกับ “เห็ดทรัฟเฟิลฤดูร้อนและชีสพาร์เมซาน” ณ ห้องอาหารเรดสกาย โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาแห่งความสุขความอร่อยกับรสชาติรสสัมผัสอันล้ำค่าที่คู่ควร กับเมนูประจำฤดูกาล “เห็ดทรัฟเฟิลฤดูร้อนและชีสพาร์เมซาน” ณ ห้องอาหารเรดสกาย ชั้น 55 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ โดย เชฟลูก้า รุสโซ่ หัวหน้าพ่อครัวประจำห้อง ได้หยิบยกคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียม นำมาเนรมิตรังสรรค์อย่างละเมียดละไมจนเป็นเมนูจานเด่นเลิศรสให้คุณได้ลิ้มลอง อาทิ ทูน่าเยลโล่ฟินทาทาร์เสิร์ฟพร้อมครีมอาโวคาโดและเห็ดทรัฟเฟิลฤดูร้อน ราคา 950 บาท++,คาร์ปาชโชเนื้อวากิวเสิร์ฟพร้อมชีสพาร์เมซาน 36 เดือน และเห็ดทรัฟเฟิลฤดูร้อน ราคา 950 บาท++, รีซอตโต้ชีสพาร์เมซาน 24 เดือน เสิร์ฟพร้อมหอยเชลล์ย่างและเห็ดทรัฟเฟิลฤดูร้อน ราคา 1,550 บาท++, อกเป็ดย่างเสิร์ฟพร้อมครีมอาร์ติโชคเยรูซาเล็ม เห็ดทรัฟเฟิลฤดูร้อน หน่อไม้ฝรั่งและซอสทรัฟเฟิล ราคา 1,650 บาท++ และปลาหิมะย่างซอสครีมทรัฟเฟิลเสิร์ฟพร้อมเห็ดพอร์ชินีผัดและเห็ดทรัฟเฟิลฤดูร้อน ราคา 1,955 บาท++ (ราคานี้ไม่รวมอัตราภาษีและค่าบริการ) เพิ่มอรรถรสและความประทับใจสำหรับมื้อสุดพิเศษ ตระการตาด้วยวิวทิวทัศน์มหานครแบบ 360 องศา และหลากเมนูจานเด่นสุดพิเศษประจำห้องอาหาร ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิถุนายน 2567 นี้ ณ ห้องอาหารเรดสกายชั้น 55 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 01.00 น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร 02-100-6255 หรือ E-mail: [email protected]
04-06-24 17:50:08 | เปิดอ่าน 41 ครั้ง
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ
เช็คอิน ตะลุยกิน วิวอลังการโดนใจ 360 องศา ณ ครู แชมเปญ บาร์ รูฟท็อปกลางกรุง สายปาร์ตี้ต้องไม่พลาด ที่แฮงค์เอ้าท์ หรือปาร์ตี้วันพิเศษ ต้องที่นี่ ครู แชมเปญบาร์ ชั้น 59 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ชมวิวเมืองจากมุมสูง นั่งจิบเครื่องดื่มชิลๆ ชมพระอาทิตย์ตกดิน พร้อมวิวแบบพาโนรามา 360 องศา ลิ้มรสอาหารว่างแสนอร่อย ไม่ว่าจะเป็น กุ้งแม่น้ำเทมปุระ, แซลมอนมิลล์เฟย, แฮมซานดาเนียลกับขนมปังกรอบ, เฟรนซ์ฟรายส์กับฟองดูทรัฟเฟิล, ชูโรสสอดไส้ซาวด์ครีมและคาเวียร์, หอยนางรมสดกับเครื่องเคียง 6 ตัว, โคลด์คัทกับชีสและแยม เนื้อวากิวเสียบไม้ย่างกับซอสพริกหวานบาร์บีคิว และเมนูอื่นๆ อีกมาก และอีกไฮไลท์สำคัญที่คุณไม่ควรพลาด จิบเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟของเรา ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ใครชอบบรรยากาศหรูๆ ไม่ควรพลาด สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2100 6255 หรือ อีเมล์: [email protected]
04-06-24 10:29:14 | เปิดอ่าน 45 ครั้ง
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนับเป็นแหล่งรายได้หลักของนานาประเทศ เช่นเดียวกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เป็นหมุดหมายในใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยเหตุที่ว่าสถานที่ท่องเที่ยวค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างจากที่อื่นในโลก ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ หรือแม้แต่ประเพณีและวัฒนธรรม แต่การท่องเที่ยวจะยังคงเป็นแหล่งรายได้หลักของแต่ละประเทศได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าประเทศนั้นๆ มีการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนหรือไม่ หน่วยงานหนึ่งที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาการท่องเที่ยวภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็คือ PATA (The Pacific Asia Travel Association) หรือสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งเป็นสมาคมไม่แสวงหาผลกำไรที่สนับสนุนการวิจัยและสร้างกิจกรรมหรือนวัตกรรมให้กับองค์กรที่เป็นสมาชิก โดยจะจัดการประชุมสุดยอด PATA Annual Summit เป็นประจำทุกปี และปีนี้ได้จัดการประชุมขึ้นที่มาเก๊าควบคู่กับงาน PATA Youth Symposium 2024 ซึ่งเป็นเวทีรวบรวมผู้นำทางความคิดระดับนานาชาติ นักการศึกษาด้านการท่องเที่ยว และผู้นำด้านการท่องเที่ยวในอนาคต วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจบริการและการท่องเที่ยวในเครือโรงแรมดุสิตธานี ในฐานะที่เป็นสมาชิกของ PATA มาโดยตลอด จึงให้ความสำคัญต่อเวทีสำหรับเยาวชนครั้งนี้ โดยได้ส่งนักศึกษา 2 คนเดินทางไปร่วมงานที่มาเก๊า ได้แก่ Ms. Zhanna Spitsyna นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาศิลปะการประกอบอาหารอย่างมืออาชีพ (หลักสูตรนานาชาติ) ผู้ผ่านการคัดเลือกทุน PATA Youth Sponsorship และ Mr. Heng Meng นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาการจัดการการบริการ (หลักสูตรนานาชาติ) ผู้ได้รับทุนจากวิทยาลัยดุสิตธานี “ดิฉันมีโอกาสอันเหลือเชื่อที่ได้เจาะลึกอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยวในระดับเอเชียแปซิฟิก” Ms. Zhanna Spitsyna กล่าวถึงสิ่งที่ได้รับจากการไปร่วมงานครั้งนี้ “กิจกรรมเหล่านี้มีคุณค่ามาก เพราะทำให้ดิฉันได้รับข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์มากมายกับผู้นำในอุตสาหกรรมและเพื่อนนักศึกษาจากทั่วโลก ความรู้และเครือข่ายที่ดิฉันได้รับได้ช่วยยกระดับทัศนคติทางวิชาชีพให้แก่ดิฉันเป็นอย่างมาก และช่วยเตรียมความพร้อมให้ดิฉันก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีชีวิตชีวานี้ ข้อมูลเชิงลึกและกำลังใจที่ได้รับจากการเดินทางครั้งนี้ล้ำค่ามากสำหรับดิฉัน ดิฉันจึงอยากขอขอบคุณ PATA อย่างสุดซึ้งที่ให้การสนับสนุนการเดินทาง” ทางด้าน Mr. Heng Meng ได้กล่าวเสริมว่า “การได้รับโอกาสที่หาได้ยากในการเข้าร่วมงานใหญ่เช่นนี้ถือเป็นการเปิดหูเปิดตาให้ผมอย่างแท้จริง ภายในเวลาเพียง 3-4 วัน ก็ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้นมากแค่ไหน ซึ่งนั่นมาจากการมีโอกาสร่วมวงสนทนาอันมีค่ากับผู้คนที่สร้างแรงบันดาลใจที่นั่น ดังนั้นในปีหน้าถ้ามีการจัดงานแบบนี้อีกครั้ง ผมอยากสนับสนุนให้เพื่อนนักศึกษาทั้งจากวิทยาลัยดุสิตธานีและจากสถาบันอื่นที่เข้าร่วมโครงการ ต่อสู้เพื่อให้ได้รับโอกาสในการเดินทางไปร่วมงานเช่นผม เพราะมันไม่ใช่แค่การไปฟังการนำเสนอและการอภิปรายเท่านั้น แต่เป็นการพบปะและพูดคุยกับผู้คน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้งานนี้มีคุณค่าสำหรับผมมาก” วิทยาลัยดุสิตธานีเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาชั้นนำของไทยที่สอนทางด้านธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว บทบาทสำคัญของวิทยาลัยจึงหนีไม่พ้นการบ่มเพาะทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรมการบริการไทยและทั่วโลก วิทยาลัยดุสิตธานีจึงเสาะแสวงหาโอกาสและผลักดันให้นักศึกษาเข้าร่วมงานระดับสากลเช่นนี้ตลอดปี เพราะเชื่อมั่นว่า การได้ไปเก็บเกี่ยวไอเดียและประสบการณ์จากเวทีระดับนานาชาติเช่นนี้เป็นเครี่องมือที่ทรงประสิทธิภาพสำหรับบ่มเพาะนักศึกษา
31-05-24 21:39:37 | เปิดอ่าน 29 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
ความยั่งยืนนับเป็นหนึ่งปัญหาเร่งด่วนที่สุดที่โลกกำลังเผชิญ และหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดที่จัดการกับความท้าทายนี้คือการท่องเที่ยวและบริการ โดยมีความคิดริเริ่มหนึ่งทางด้านการศึกษาการบริการเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านความยั่งยืนและเป็นนวัตกรรม นั่นก็คือ Sustainable Hospitality Challenge 2024 (SHC) ซึ่งก่อตั้งโดย Hotelschool The Hague หนึ่งในโรงเรียนด้านการบริการชั้นนำของโลกในเนเธอร์แลนด์ SHC ผลักดันให้ผู้นำด้านการบริการรุ่นต่อไปสามารถคิดนอกกรอบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมที่ยั่งยืนของตนเองได้ และยังมอบแนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบริการด้วย เมื่อเร็วๆ นี้ วิทยาลัยดุสิตธานีและโรงแรม ASAI Chinatown ในเครือ Dusit International ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรอบรองชนะเลิศสำหรับภูมิภาคเอเชียและแอฟริกาขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยรวบรวมนักศึกษาด้านการบริการมากกว่า 70 คนจากสถาบันด้านการบริการที่ดีที่สุดในเอเชียและแอฟริกามาร่วมแข่งขันและพิสูจน์ว่า ผลิตภัณฑ์และแผนงานของพวกเขาจะสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อความยั่งยืน มีการนำเสนอแนวคิดที่น่าสนใจ 13 รายการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงจาก 13 ทีม โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมมาเป็นคณะกรรมการตัดสิน อย่างไรก็ตามมีเพียง 2 ทีมเท่านั้นที่สามารถผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยหนึ่งในนั้นก็คือทีมจากวิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่สอนทางด้านธุรกิจบริการโดยเฉพาะ ผลงานที่ชนะการแข่งขันคือ “ธารา (Thara)” ระบบกรองน้ำแบบออร์แกนิก เป็นแนวคิดที่แปลกใหม่ของนักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานี 3 คนจากสาขาวิชาศิลปะการประกอบอย่างมืออาชีพ (หลักสูตรนานาชาติ) ได้แก่ นายศุภกร จัง นายชอน อะเจย์ แมททิว และ นางสาวจิรดา กล้วยไม้งาม ไอเดียนี้ได้มาจากแนวคิดการใช้พืชดูดซับสิ่งตกค้างจากน้ำเสียจนสามารถนำกลับมาใช้อุปโภคใหม่ได้ ไม่ใช่เพื่อจุดประสงค์การบริโภค ระบบนี้แสดงให้เห็นว่าน้ำไหลผ่านผนังสีเขียวแนวตั้งไปยังกล่องฆ่าเชื้อก่อนไปที่ก๊อกน้ำ ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานและลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำ โดยนักศึกษาได้ทำการทดสอบคุณภาพของน้ำฆ่าเชื้อในห้องปฏิบัติการ ซึ่งแสดงให้เห็นประสิทธิภาพถึง 75% นับเป็นสัญญาณที่ดีหากนำมาใช้ประโยชน์ทางอุตสาหกรรมได้จริง “เดือนที่ผ่านมานี้การทำงานร่วมกับสมาชิกในทีมที่น่าทึ่ง 2 คนคือ ศุภกรและชอน ถือเป็นประสบการณ์ที่พิเศษมาก การสนับสนุนและคำแนะนำที่เราได้รับจากอาจารย์และคนรอบข้างนั้นยิ่งใหญ่และเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมเราถึงเข้ารอบชิงชนะเลิศ เวลาที่เราใช้ไปกับการทำงานในโครงการนี้เหนื่อยแต่ก็คุ้มค่า ดิฉันรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งสำหรับความท้าทายที่เราเผชิญ และการนอนไม่หลับตลอดทั้งคืนที่ใช้สลับไปมาระหว่างงานของวิทยาลัยกับโปรเจ็กต์นี้ ดิฉันมีความสุขและซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งสำหรับโอกาสในการทำงานในโครงการนี้” นางสาวจิรดากล่าว ไอเดียของทีมที่เข้ารอบสุดท้ายอีกทีมนั้นคือ “Dynapath” จากมหาวิทยาลัย Vin ประเทศเวียดนาม ซึ่งคิดค้นกระเบื้องที่สามารถผลิตพลังงานจากพลาสติกรีไซเคิลได้ ไอเดียนี้มาจากแนวคิดในการใช้ประโยชน์สูงสุดจากกิจกรรมในแต่ละวันซึ่งก็คือการเดิน โดยกระเบื้องจะผลิตพลังงานเมื่อถูกเหยียบ นอกจากนี้แนวคิดนี้ยังมุ่งส่งเสริมการออกกำลังกายของแขก ช่วยลดการใช้ลิฟต์ที่ใช้พลังงาน และเป็นอีกวิธีในการรีไซเคิลขยะพลาสติกด้วย วิทยาลัยดุสิตธานีและ Dusit International มุ่งมั่นที่จะพัฒนาแนวปฏิบัติที่ยั่งยืน ผ่านโครงการ “Tree of Life” ของ Dusit International ซึ่งเป็นโครงการความยั่งยืนของทุกหน่วยธุรกิจในเครือดุสิตฯ โดยวิทยาลัยดุสิตธานีและ Dusit International กำลังดำเนินการเพื่อสร้างความยั่งยืนในอนาคตของอุตสาหกรรมการบริการในประเทศไทยและทั่วโลก สำหรับการแข่งขัน Sustainable Hospitality Challenge รอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นที่ดูไบ อันเป็นส่วนหนึ่งของ Future Hospitality Summit ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน - 2 ตุลาคม 2567
31-05-24 21:13:36 | เปิดอ่าน 35 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
อนันตรา วิลล่า ปาเดียร์น่า พาเลซ เบนาฮาวิส มาร์เบย่า รีสอร์ท (Anantara Villa Padierna Palace Benahavís Marbella Resort) ใน คอสตา เดล โซล (Costa del Sol) ประเทศสเปน ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการพักผ่อน ได้รับเกียรติ คว้ารางวัล “มิชลิน คีย์” (MICHELIN Key) หรือ กุญแจมิชลิน ในงานประกาศผลรางวัลครั้งแรกของประเทศสเปน เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา โดย กุญแจมิชลิน เปรียบเสมือนเป็นตราสัญลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ มอบให้กับโรงแรมที่พักที่มีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ เพื่อนำเสนอที่พักที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษให้แก่นักเดินทาง เช่นเดียวกับรางวัล ดาวมิชลิน (MICHELIN Stars) ที่มอบให้กับร้านอาหารที่สร้างสรรค์ประสบการณ์ความอร่อยและคุณภาพเยี่ยมเพื่อนำเสนอแก่นักชิม โดยมีโรงแรมและที่พักเพียง 97 แห่งในสเปนเท่านั้นที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ รางวัลกุญแจมิชลินถือเป็นการยกย่องและยอมรับความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ในการให้บริการที่เหนือชั้นและการมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้กับแขกผู้เข้าพักของอนันตรา วิลล่า ปาเดียร์น่า โดยรางวัลนี้จะได้รับการประเมินโดยทีมงาน มิชลิน ไกด์ที่ไม่ระบุตัวตน และไม่ได้ยึดกับคะแนนหรือการจัดอันดับอื่น ๆ นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในเดือนเมษายนที่ผ่านมา กุญแจมิชลินได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วว่าเป็นมาตรฐานสากลสำหรับนักเดินทางในการเลือกโรงแรมและที่พักที่โดดเด่นทั้งด้านการออกแบบ เอกลักษณ์เฉพาะตัว และการให้บริการที่ยอดเยี่ยม ฮอร์เก้ มันซูร์ (Jorge Manzur) ผู้จัดการทั่วไป อนันตรา วิลล่า ปาเดียร์น่า กล่าวว่า "การได้รับรางวัล กุญแจมิชลิน เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความทุ่มเทของ อนันตรา วิลล่า ปาเดียร์น่า ในความเป็นเลิศด้านการบริการ ในขณะที่ มิชลิน ไกด์ เป็นคู่มือนำทางนักท่องเที่ยวไปสู่ประสบการณ์ที่ดีที่สุดมาเป็นเวลากว่า 124 ปีแล้ว เรารู้สึกตื่นเต้นที่รีสอร์ทของเราได้เป็นส่วนหนึ่งของอีกก้าวสำคัญของมิชลินในครั้งนี้ การที่เราได้รับคัดเลือกรับรางวัลกุญแจมิชลินอันทรงเกียรตินี้ถือเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก ทั้งยังสะท้อนถึงประสบการณ์และการบริการอันน่าจดจำที่เรามอบให้แก่แขกของเราเสมอมา" อนันตรา วิลล่า ปาเดียร์น่า ตั้งอยู่ระหว่างเมืองมาร์เบยา (Marbella), เบนาฮาวิส (Benahavís) และ เอสเตโปนา (Estepona) ทางชายฝั่งทะเลตอนใต้ของสเปน ทำให้อนันตราวิลล่า ปาเดียร์น่า อยู่ในจุดที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว สามารถเดินทางไปเที่ยวทะเล สัมผัสกับวัฒนธรรมระดับโลก และการช้อปปิ้งในมาลากา ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ ยังมีสนามกอล์ฟ จุดดำน้ำและจุดเล่นเรือใบมากมายในบริเวณใกล้เคียง ภายในรีสอร์ทแขกสามารถเลือกพัก ทั้งห้องพักแบบดีลักซ์ ห้องสวีท และวิลล่าสุดหรูพร้อมสระว่ายน้ำแบบส่วนตัว เช่นเดียวกับการเพลิดเพลินกับร้านอาหารชั้นเยี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือจะเลือกสนุกสนานกับ การเล่นแร็กเก็ตแบบส่วนตัวที่ The Racquet Club หรือผ่อนคลายกับสปาบำบัดน้ำร้อนที่ Thermal Spa ก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ อนันตรา วิลล่า ปาเดียร์น่า ยังเป็นสมาชิกของ Virtuoso และ AMEX Fine Hotels & Resorts อีกด้วย สำหรับประสบการณ์การรับประทานอาหาร อนันตรา วิลล่า ปาเดียร์น่า มีห้องอาหารให้เลือกสรร ถึง 10 แห่ง เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ตั้งแต่อาหารฟิวชั่นญี่ปุ่นและอาหารเลบานอนต้นตำรับ ไปจนถึงอาหารชั้นสูงแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่ ลา วีรันดา (La Veranda) และอาหารท้องถิ่นอันดาลูเซีย ที่ ลา ลอกเฆีย (La Loggia) นอกจากนี้ ท่านยังสามารถลิ้มลองทาปาสที่ชวนน้ำลายสอในย่านเมืองเก่า หรือจะเลือกติดตามเชฟของอนันตราไปยังตลาดท้องถิ่นเพื่อจัดหาวัตถุดิบสำหรับชั้นเรียนทำอาหารส่วนตัวที่โรงแรมได้อีกด้วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อนันตรา วิลล่า ปาเดียร์น่า สามารถดูได้ที่ www.anantara.com/en/villa-padierna-marbella
31-05-24 09:54:15 | เปิดอ่าน 37 ครั้ง
MINOR HOTELS
อัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์โรงแรมหรู สะท้อนการเติบโตในระดับโลกและเอกลักษณ์แห่งความหรูหราที่มาพร้อมประสบการณ์   เครือโรงแรมอนันตรา ผู้บุกเบิกธุรกิจโรงแรมและการบริการระดับลักชูรี่ กำลังก้าวเข้าสู่การเติบโตครั้งสำคัญกับอัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ที่ดูเรียบหรูทันสมัย ที่เข้ามาช่วยเสริมให้เอกลักษณ์ของโรงแรมแต่ละแห่งในเครือมีความโดดเด่นมากขึ้น และยังเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรมอนันตรากว่า 50 แห่ง ทั้งในยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย   รูปลักษณ์ใหม่ของอนันตราได้รับการสรรสร้างขึ้นจากเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่สั่งสมมาเป็นเวลานานกว่า 23 ปี ผนวกกับจินตนาการของนักเดินทางในยุคปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็ยังคงเก็บรักษารากฐานของแบรนด์หรูที่มาพร้อมประสบการณ์ไว้ได้อย่างลงตัว   มร. เอียน ดิ ทูลลิโอ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ ของไมเนอร์ โฮเทลส์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์อนันตรา กล่าวว่า "อัตลักษณ์ใหม่ ตลอดจนประสบการณ์ และคอนเซ็ปต์ ของแบรนด์อนันตราที่ได้รับการปรับปรุงจะช่วยกำหนดการรับรู้และปฏิสัมพันธ์ที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ และช่วยยกระดับแบรนด์ให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้นกว่าโรงแรมหรูแบรนด์อื่น ๆ รากฐานที่ฝังลึกของแบรนด์อนันตราที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ทั้งในแง่ของการช่วยเหลือดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมถึงประสบการณ์ที่มอบให้กับแขกผู้ใช้บริการ ยังจะช่วยเสริมให้อัตลักษณ์ใหม่นี้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น”  อัตลักษณ์ใหม่ของอนันตรา ประกอบด้วยการปรับเปลี่ยนหลัก ๆ ดังนี้ :  • ชื่อใหม่ที่สั้นกระชับ: โดยได้เปลี่ยนจาก 'อนันตรา โฮเทลส์ รีสอร์ท แอนด์ สปา' เป็น  'อนันตรา โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท' เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่มีต่อธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทหรูทั่วโลก ในขณะที่ อนันตรา สปา จะยังคงดำรงอยู่ในฐานะแบรนด์ในรูปแบบ standalone ต่อไป   • โลโก้โฉมใหม่: วิวัฒนาการของการปรับโลโก้ของอนันตรายังคงความร่วมสมัย โดยยังคงไว้ซึ่งสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของแบรนด์ ซึ่งได้แก่ โถน้ำ ซึ่งสื่อความหมายถึง 'น้ำใจไมตรี' และหมอนอิงรูปสามเหลี่ยมของไทย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับแขกผู้มาเยือนตามวิถีความเป็นไทย พร้อมสีและตัวอักษรให้ที่แสดงถึงความหรูหรา ทันสมัย  • สโลแกนใหม่: 'การเดินทางอันน่าประทับใจ' (Unforgettable Journeys) สะท้อนคำมั่นสัญญาของแบรนด์อนันตราในการสร้างความทรงจำและประสบการณ์ที่ยากจะลืมให้กับแขกผู้มาเยือน ไม่ว่าจะเป็นจุดหมายปลายทางใดก็ตาม   • องค์ประกอบการออกแบบที่ทันสมัยขึ้น: โทนสีใหม่รวมถึงตัวอักษรได้รับการปรับเปลี่ยนเพื่อแสดงถึงความหรูหรา สื่อถึงความรู้สึก เรียบง่าย สวยงาม น่าอ่าน  เหมาะกับงานพิมพ์ ทั้งยังช่วยให้แบรนด์สามารถสื่อสารถึงจุดยืนของแบรนด์ในการสร้างประสบการณ์อันหรูหราได้ชัดเจนมากขึ้น    • เอกลักษณ์ของแบรนด์ได้รับการยกระดับ: อัตลักษณ์ใหม่ของ อนันตรา สปา, ดีไซเนอร์ ไดน์นิ่ง (Designer Dining)  และ สไปซ์ สปูนส์ บาย อนันตรา  (Spice Spoons by Anantara) จะช่วยยกระดับประสบการณ์ให้กับแขกผู้ใช้บริการ และช่วยให้แบรนด์ไปในทิศทางเดียวกัน (brand ecosystem)   • วัฒนธรรมบริการที่ได้รับการยกระดับ: มาตรฐานการให้บริการได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มโปรแกรมการฝึกอบรมพนักงานให้สามารถยกระดับประสบการณ์ของแขกผู้ใช้บริการ  อนามาเรีย เรค์โควิค (AnaMarija Raickovic) Global Head ฝ่ายคอร์เปอเรท ลักชูรี่ และ ไลฟ์สไตล์ แบรนด์ ของกลุ่ม ไมเนอร์ โฮเทลส์ กล่าวว่า "การปรับอัตลักษณ์แบรนด์อนันตรา มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การปรับแบรนด์ครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2558  สำหรับปีนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการปรับอัตลักษณ์แบรนด์ให้สดใหม่เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับนักเดินทางยุคปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น”   นับตั้งแต่การก่อตั้งแบรนด์ขึ้นในปี พ.ศ. 2544 ด้วยการเปิดตัวรีสอร์ทแห่งแรกในหัวหิน อนันตราได้กลายเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการบริการที่หรูหราที่มาพร้อมกับประสบการณ์ จนสามารถสร้างพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมทวีปเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง มหาสมุทรอินเดีย และแอฟริกา ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อนันตราเติบโตอย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนจากก่อนหน้าที่เน้นแต่การเปิดรีสอร์ท เป็นการขยายโรงแรมในเมืองใหญ่ทั่วโลก อย่าง กรุงโรม ประเทศอิตาลี กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมืองดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  รวมถึงกรุงเทพฯ       นอกจากนี้ อนันตรายังได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างประสบการณ์ที่โดดเด่นแตกต่างจากธุรกิจโรงแรมในแบบเดิม ๆ โดยได้สร้างอัตลักษณ์แบรนด์ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับประสบการณ์อันหลากหลายได้ ไม่ว่าจะเป็น การเดินทางด้วยรถไฟสุดหรู เดอะ เวียทาจ บาย อนันตรา (The Vietage by Anantara) ในเวียดนาม ประสบการณ์การพักผ่อนในเต็นท์ซาฟารีส่วนตัวที่ อนันตรา คาฟิว ริเวอร์ เต็นท์ แคมป์ (Anantara Kafue River Tented Camp) ในประเทศแซมเบีย และการเติบโตในส่วนของธุรกิจเพื่อสุขภาพ (Wellbeing) อาหาร และเครื่องดื่ม ในระดับสากล   อนันตรา เกาะยาวใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์ (Anantara Koh Yao Yai Resort & Villas) อนันตรา มินา อัล อาหรับ ราส อัล ไคมาห์ รีสอร์ท (Anantara Mina Al Arab Ras Al Khaimah Resort) และ อนันตรา ซานโตรินี อาบูดาบี รีทรีต (Anantara Santorini Abu Dhabi Retreat) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโรงแรม อนันตรา พาเลส์ ฮันเซิน เวียนนา (Anantara Palais Hansen Vienna Hotel) ในประเทศออสเตรีย เป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมในพอร์ตโฟลิโอ 50 แห่ง ทั่วโลก ที่เพิ่งเปิดไปเมื่อไม่นานมานี้   การขยายพอร์ตโฟลิโอยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยภายในปี 2567 นี้ อนันตรามีแผนจะเปิดตัวโรงแรมเป็นครั้งแรกในประเทศอินเดีย ได้แก่ อนันตรา จิวเวล บาฆ ชัยปุระ (Anantara Jewel Bagh Jaipur Hotel) ตามด้วยโรงแรมใหม่ในบาหลี (ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้) ในแซมเบีย (ต้นปี พ.ศ. 2568) และในจุดหมายอื่นอีกมากมายในอนาคต  อนันตราได้เริ่มนำอัตลักษณ์และโลโก้ใหม่มาใช้ในสื่อ สิ่งพิมพ์ดิจิทัลต่าง ๆ ในขณะที่ลูกค้าจะได้สัมผัสกับการบริการและประสบการณ์ที่ได้รับการยกระดับอย่างเป็นรูปธรรม จากโรงแรมในเครือในเร็ววันนี้ 
30-05-24 17:58:02 | เปิดอ่าน 60 ครั้ง
MINOR HOTELS
เอ็นเอช คอลเลคชั่น เฮลซิงกิ แกรนด์ ฮันซา ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ใจกลางเมืองหลวงของฟินแลนด์ ผสานมรดกทางวัฒนธรรมและการบริการอันทันสมัยได้อย่างมีเอกลักษณ์  • โรงแรม เอ็นเอช คอลเลคชั่น เฮลซิงกิ แกรนด์ ฮันซา ประกอบไปด้วยอาคารที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ 2 อาคาร ได้แก่ New Student House และโรงแรม Seurahuone ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีของเฮลซิงกิ และยังเป็นหัวใจของวัฒนธรรมและชีวิตของผู้คนในสังคมของฟินแลนด์ ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20  • ตัวโรงแรมตั้งอยู่ใจกลางเมือง สะดวกสบายต่อการเดินทาง ใกล้ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง พิพิธภัณฑ์ และสถานที่ทางวัฒนธรรมอันมีชื่อเสียงของเฮลซิงกิ  • โรงแรมยังผสานองค์ประกอบหลักของแบรนด์ไว้อย่างครบครัน ทั้งทำเลใจกลางเมือง ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ มนต์เสน่ห์เหนือกาลเวลา อาหารรสเลิศ กับกลิ่นอายของท้องถิ่น และการบริการที่เหนือระดับ  เอ็นเอช คอลเลคชั่น เฮลซิงกิ แกรนด์ ฮันซา (NH Collection Helsinki Grand Hansa) เป็นโรงแรมล่าสุดในพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์เอ็นเอช คอลเลคชั่น เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา โดยเป็นการเปิดตัวแบรนด์เอ็นเอช คอลเลคชั่นในฟินแลนด์เป็นครั้งแรก และเป็นโรงแรมแห่งที่ 2 ในภูมิภาคนอร์ดิก ต่อจากโรงแรม เอ็นเอช คอลเลคชั่น โคเปนเฮเกน (NH Collection Copenhagen) ในเดนมาร์ก เมื่อปี พ.ศ. 2564  โรงแรมประกอบไปด้วยอาคารอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ 2 แห่ง ได้แก่ อาคาร New Student House สไตล์อาร์ต นูโว (Art Nouveau) ซึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2453 และอาคาร Seurahuone ซึ่งเป็นโรงแรมที่เปิดให้บริการต่อเนื่องมายาวนานที่สุดในเฮลซิงกิ โดยสร้างขึ้นครั้งแรกในย่านจัตุรัสการค้าเมื่อปี พ.ศ. 2376 และย้ายมายังที่ตั้งในปัจจุบันเมื่อปี พ.ศ. 2456 ตัวอาคารได้รับการออกแบบโดยมีแรงบันดาลใจมาจากโรงแรมชั้นนำของยุโรป และได้กลายเป็นแบบอย่างของที่อยู่อาศัย วัฒนธรรม และวิถีชีวิตทางสังคมในเฮลซิงกิมาหลายทศวรรษ หลังได้รับการปรับปรุงและบำรุงรักษาโดยคำนึงถึงคุณค่าทางวัฒนธรรม อาคารซึ่งได้กลายมาเป็นโรงแรม เอ็นเอช คอลเลคชั่น แห่งแรกในฟินแลนด์ ยังคงสืบสานชื่อเสียงของความเป็นโรงแรมชั้นนำไว้ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ชื่นชอบความทันสมัยและความผ่อนคลาย โดยยังคงไว้ซึ่งคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น  โรงแรมแห่งนี้ ประกอบไปด้วยห้องพักและห้องสวีทจำนวน 224 ห้อง ซึ่งรวมถึงห้องแบบเพรสซิเดนท์สวีทอันโอ่อ่าขนาด 160 ตารางเมตร มาพร้อมความสะดวกสบายและความหรูหราทันสมัย ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ในย่านช้อปปิ้งที่คึกคัก ทั้งยังสามารถเดินเท้าไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอย่างพิพิธภัณฑ์ศิลปะมากมาย เช่น Amos Rex, Ateneum และ Kiasma รวมทั้งร้านอาหารรสเลิศของเมือง และใช้เวลาเพียง 3 นาทีในการเดินไปสถานีรถไฟกลาง (Central Railway Station) ซึ่งมีรถไฟไป-กลับจากสนามบินเฮลซิงกิ (Helsinki Airport) อีกด้วย  สัมผัสความมหัศจรรย์  หัวใจสำคัญของการมอบประสบการณ์ของเอ็นเอช คอลเลคชั่น คือ การนำเสนอรสชาติอาหารอันโดดเด่น โดยโรงแรมแห่งนี้ มีอาหารฝรั่งเศสสุดคลาสสิก และตัวเลือกวัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่นที่คำนึงถึงความยั่งยืน รังสรรค์ออกมาจนได้เมนูที่ลงตัว ทั้งยังมี Hansa Café Bar & Brasserie ร้านดังที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ ที่จะพาทุกคนไปพบกับเส้นทางการรับประทานอาหารผ่านรสชาติประจำภูมิภาคที่หลากหลาย  นอกจากนี้ บาร์ Kupoli บนหอคอยรูปโดมอันเก่าแก่ที่มองเห็นเมืองวิว 360 องศา ยังนำเสนอตัวเลือกเครื่องดื่มที่รังสรรค์ขึ้นอย่างประณีต ช่วยให้ประสบการณ์การดื่มค็อกเทลนั้นเหนือระดับขึ้นไปอีกขั้น โดยจะเปิดให้บริการในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567  สำหรับบริการสปา ทางโรงแรมได้อนุรักษ์การดูแลสุขภาพตามแบบฉบับของชาวฟินแลนด์อันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้ โดยได้ปรับกรรมวิธีและการบำบัดรักษาที่มีอายุยาวนานให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีห้องสตีม ซาวน่าแบบชาวฟินแลนด์  และซาวน่าแบบอินฟราเรด รวมทั้งฟิตเนสที่มาพร้อมอุปกรณ์ครบครันขนาดใหญ่กว่า 300 ตารางเมตร ให้แขกผู้รักการออกกำลังกายได้ใช้บริการ ซึ่งแขกยังสามารถแจ้งความประสงค์ในการเข้ารับบริการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องทรีตเมนต์ด้านสุขภาพและซาวน่าอีกด้วย  โรงแรมเอ็นเอช คอลเลคชั่น เฮลซิงกิ แกรนด์ ฮันซา แห่งนี้ ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการจัดงานต่าง ๆ ทั้งงานประชุม สัมมนา  งานกาล่าสุดหรู งานสังคม หรืองานเฉลิมฉลองภายในครอบครัวแบบส่วนตัว ด้วยพื้นที่จัดงานมากกว่า 700 ตารางเมตร พร้อมอุปกรณ์เทคโนโลยีอันทันสมัยครบครับ โดยห้องบอลรูมของที่นี่ยังโอ่อ่างดงามและมีประวัติเคยเป็นสถานที่จัดงานสำคัญระดับสูงนับตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20   เมืองเฮลซิงกิ ตั้งอยู่บนชายฝั่งที่มีความยาว 131 กิโลเมตร โดยพื้นที่ 40% ของเมืองเป็นสวนสาธารณะและพื้นที่ธรรมชาติที่ผสานเข้ากับความหลากหลายของเมืองได้อย่างลงตัว มีอุทยานแห่งชาติ 2 แห่ง ที่เดินทางจากโรงแรมได้ง่าย และเปิดให้บริการตลอดทั้งปี เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกช่วงวัยที่ต้องการสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และชมวิวที่สวยงาม นอกจากนี้ ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศสุดผ่อนคลายของหมู่เกาะต่าง ๆ ของเมืองเฮลซิงกิ หรือจะเที่ยวชมพร้อมเรียนรู้สถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมมากมาย แวะชิมขนมพื้นเมืองในคาเฟ่ท่ามกลางบรรยากาศสุดผ่อนคลาย หรือเปิดประสบการณ์ด้านการรับประทานอาหารด้วยร้านระดับมิชลินสตาร์  
30-05-24 17:37:02 | เปิดอ่าน 38 ครั้ง
MINOR HOTELS
Avani Hotels & Resorts, the upscale lifestyle brand of Minor Hotels, continues its European expansion with the launch of Avani Museum Quarter Amsterdam. Housed in a refurbished mid-century building in the heart of the city’s museum district, the 163-room canal-side property offers a relaxed stay for both business and leisure travellers, as well as access to some of Amsterdam’s most unique experiences through a series of innovative partnerships. Where Art Meets Comfort The hotel’s design is inspired by Stedelijk Museum’s expansive collection, blending the avant-garde and the traditional to create modern, inviting interiors. Brick, a prominent material in Amsterdam, adds a touch of the city’s architectural identity to the gleaming glass façade. Inside, clean lines and practical furniture pay homage to functionalism and rationalism, while mirrors and polished surfaces echo the city's tranquil canals. The geometric patterns and block colours of the carpets, tiles and soft furnishings are inspired by the works of renowned 20th century artists, including Piet Mondrian, Anni Albers, Gunta Stolzl and Sophie Taeuber, completing the artistic fusion within the design. Room to Recharge Avani’s spacious guest rooms and suites are inspired by the 1960s, with warm hues of terracotta, mustard yellow and deep browns, referencing the muted tones of Amsterdam. Spread over seven floors, some with panoramic windows, they come with modern comforts and amenities. After exploring the city’s sights or a day of meetings, guests can kick back with Chromecast TV, practice asanas on in-room yoga mats or drift off to a podcast with high-quality Bluetooth speakers. Drinks and bites are available 24/7 and include healthy, fresh and satisfying options, while the around-the-clock AvaniFit gym comes equipped with cardio machines for a quality workout. For outdoor exercise, Vondelpark is conveniently nearby, offering excellent routes for a run or walk. Avani Eats On the hotel’s ground level, an airy lobby lounge opens into The Pantry, Avani’s grab-and-go dining concept. In the morning, the vibrant space serves up a delicious buffet breakfast of local pastries, hot dishes made à la minute, healthy snacks, vegan bites and smoothies. During warmer months, guests can enjoy the outdoor terrace overlooking a leafy interior courtyard and indulge in local bites and sweet treats. City Experiences Avani Museum Quarter Amsterdam has partnered with the city’s movers and shakers to curate tours that showcase Amsterdam’s playful side. Created in partnership with influencer and founder of Girls Who Magazine, the dynamic Street Art Tour invites guests to explore Amsterdam’s scenic neighbourhoods while hunting for street art, map in hand. In summer months, wellness minded guests can paddle through the city’s canals with Canal SUP, stopping to refuel with pizza and craft beer before cooling off at a local swim spot. Avani guests can experience the latest in wellness trends with THIS.IS.EDEN. Founded in Amsterdam, they combine dance with meditation, set to an electro soundtrack that is delivered through individual headsets in a “silent disco-style” setup. Held outdoors in Amsterdam's picturesque parks, on rooftop terraces or inside clubs, these sessions allow guests to shift focus from the mind to the body through dynamic movement techniques. Avani Museum Quarter Amsterdam is just steps away from some of the city's most renowned cultural landmarks: Rijksmuseum, showcasing Dutch art and history; the Van Gogh Museum; and the Stedelijk Museum, known for its avant-garde art and inspiring design collection. Guests can access the bustling PC Hooftstraat shopping street and the vibrant De Pijp neighbourhood, both a five-minute walk away. Amsterdam Central Station is easily reachable within ten minutes by taxi and for business travellers, the RAI Exhibition and Convention Centre is a 25-minute walk. Opening rates start from €195 per room, per night based on two people sharing, including breakfast. For more information and to book, please visit avanihotels.com, email [email protected] or call +31 20 573 8200.
30-05-24 17:09:17 | เปิดอ่าน 32 ครั้ง
MINOR HOTELS
Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit warmly welcomes you to experience our exclusive Carlton Suite Promotion and indulge in the taste of luxury. Elevate your experience with our top-tier suites. Available for booking now until 30 June 2024, guests can choose from our top three suites: • One Bedroom Entertainment Suite at THB 8,600++ • Two Bedroom Deluxe Suite at THB 11,600++ • Two Bedroom Carlton Suite at THB 12,600++ Enjoy exclusive benefits including: • Accommodation for up to 2 persons in the One Bedroom Entertainment Suite, and up to 4 persons in both Two Bedroom Deluxe Suite and the Two Bedroom Carlton Suite • Indulge in an international breakfast buffet at Plate Restaurant • Enjoy Carlton Club Benefits, including access to the Carlton Club Lounge from 10:30 am – 8:30 pm daily, where you can savor coffee, tea, and non-alcoholic beverages throughout the day. • Delight in Twilight Treats with complimentary pre-dinner beverages and canapés at the Carlton Club Lounge from 6:00 pm to 8:00 pm Book and stay with us from now until 30 June 2024 to experience a luxury stay. Reserve your suite today at https://be.synxis.com/?Hotel=9065&rate=sp Terms & Conditions • One Bedroom Entertainment Suite includes breakfast and club lounge benefits for 2 persons. • Two Bedroom Carlton Suite and Two Bedroom Deluxe Suite include breakfast and club benefits for 4 persons. • If the number of guests exceeds the maximum capacity of each room, an extra charge of THB 2,354 net per person will apply. • A credit card guarantee is required at the time of booking. • Free cancellation is available up to 24 hours before arrival. • Rates valid until 30 June 2024 • The hotel reserves the right to change the terms and conditions without prior notice. For more information or to make a reservation please contact 020907888 or email [email protected]
30-05-24 11:45:22 | เปิดอ่าน 28 ครั้ง
Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit
ห้องอาหารร็อคส์ โรงแรมเคปนิทรา หัวหิน เชิญคุณมาอิ่มอร่อยกับอาหารมื้อพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลริมทะเล กับ “บาร์บีคิวบุฟเฟ่ต์ดินเนอร์” (BBQ NIGHT BUFFET) ตระการตากับเนื้อย่างหอมกรุ่นละมุนลิ้น อาหารทะเลสดใหม่ อาทิ ล็อบสเตอร์ กุ้งแม่น้ำ หอย และซีฟู้ดนานาชนิด สเต๊ก พร้อมสลัดผักสด และมุมอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติให้เลือกลิ้มลองได้ตามความชอบ ตบท้ายด้วยของหวานที่คัดสรรมาอย่างลงตัว อาทิ ขนมไทย เค้กหลากรสชาติ ไอศกรีมรสเลิศ และอื่นๆอีกมากมาย เริ่มต้นค่ำคืนแห่งความอร่อยได้ทุกวันอังคาร ตั้งแต่เวลา 18.30 – 22.00 น. ในราคาท่านละ 1,390 บาท (สุทธิ) เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี 2567 สำรองที่นั่งล่วงหน้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โรงแรมเคปนิทรา หัวหิน โทร. 032 516 600 Line ID: @capenidhra หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.capenidhra.com/
27-05-24 17:08:14 | เปิดอ่าน 55 ครั้ง
Cape and Kantary Hotels
Tivoli Hotels & Resorts announces the brand’s expansion in Italy with the addition of a historical property in Florence – Tivoli Palazzo Gaddi Firenze Hotel. A luxury palace from the 16th century, the property has recently been restored and is scheduled to launch as Tivoli in June. Located in the heart of Florence, Tivoli Palazzo Gaddi is close to the main cultural attractions, including the Duomo complex, the Piazzale Michelangelo, the Medici Chapel and the San Lorenzo market. The hotel is also just a few minutes’ walk from Santa Maria Novella railway station and a 20-minute drive from Amerigo Vespucci Airport. Originally made up of two historical buildings belonging to two aristocratic Florentine families - the Gaddis and the Arrighettis, Tivoli Palazzo Gaddi is a living testimony to a noble past with unique historical and artistic treasures, such as frescoed rooms, artist’s paintings and art objects, many dating back to the 16th century. The building features typically Florentine architecture and has recently been renovated by internationally renowned interior designers, Patrizia Quartero and Guy Oliver, preserving the character and noble spirit of its Renaissance history. Tivoli Palazzo Gaddi offers 86 guest rooms, including four suites, blending authentic period furnishings and Florentine art with contemporary comfort and functionality. The presidential suite has a panoramic terrace with breath-taking views over the cathedral and the city. Tivoli is proud to offer its guests an authentic cuisine in every destination and Tivoli Palazzo Gaddi will be no exception. Led by the renowned Italian awarded Michelin Star chef Iside de Cesare, the new fine dining restaurant promises an innovative gastronomic journey through Tuscan and Italian cuisine, bringing the flavours to the centre of the dining experience. The Winter Garden is the true jewel of the restaurant - a small magical garden with a cosy and unique atmosphere, making each meal a true Italian experience. The hotel’s elegant rooftop bar is the perfect place to enjoy the unforgettable summer sunsets with refreshing cocktails, light snacks and one of the best views over the city and the Duomo, whilst the lobby bar, with its distinctive skylight and fireplace, offers refined cocktails, selected wines and delicious appetisers inspired by the local culinary tradition. These three restaurants and bars will be managed by the chef Iside de Cesare and her team, who will bring their expertise and creativity to the gastronomic offer of the Tivoli Palazzo Gaddi. For those looking for a dream venue in the heart of Firenze, Tivoli Palazzo Gaddi is the perfect destination. With three impressive rooms, each with magnificent frescoed ceilings, the hotel can host beautiful events, ceremonies and weddings. The property has five meeting spaces in total, with a capacity up to 200 people. "We are delighted to soon become the newest member of the Tivoli brand. This historic palace will be a perfect addition to the Tivoli portfolio, a property where the brand’s classical hospitality will combine with the Florentine history, in terms of service, experiences and cuisine" - Pierluca Chiavetta, General Manager of Tivoli Palazzo Gaddi When the property rebrands from NH Collection in June, Tivoli Palazzo Gaddi will be the second Tivoli in Italy, joining Tivoli Portopiccolo Sistiana Wellness Resort & Spa which launched in June 2023. With a journey that dates back to 1933 in Lisbon, Portugal, Tivoli Hotels & Resorts stands out for its cultural heritage and authentic connection to each destination. The brand arrives in Florence in June 2024 while closing a year of celebrations of its 90th anniversary with special guest experiences, like the Tivoli Timeless Tour and The Room 90, available here.
27-05-24 13:49:23 | เปิดอ่าน 39 ครั้ง
MINOR HOTELS
Global hotel owner and operator Minor Hotels is announcing the signing of an agreement to manage a new-build resort and branded residences on the Indonesian island of Bali. Opening in 2027, the Anantara Dragon Seseh Bali Resort will be the first luxury beachfront resort on Seseh Beach and the third Anantara Hotels & Resorts property in Bali. The Anantara Dragon Seseh Bali Resort is located on the black volcanic shores of Seseh Beach, a short drive from southern coast hotspots Canggu and Seminyak and an hour from Ngurah Rai International Airport (DPS). The property’s striking architecture, a creation of renowned British architect John Dawes, draws inspiration from the mystical Barong of Bali, a dragon-like guardian, lending the complex a sense of strength and grace with a touch of fantasy. The 216 keys, a mix of lead-in rooms and suites ranging from 52sqm to 120sqm, offer a serene sanctuary by the ocean. The Cocoon Residences blend nature and modern elegance, providing harmony between the interior and exterior and stunning views of the sunrise and sunset over the Indian Ocean. The Anantara Dragon Seseh Bali Resort is developed and owned by the Taryan Group, a leading real estate and development company focused on progressive, innovative and ambitious development projects founded by Artur Mkhitaryan. The Anantara Dragon Seseh Bali Residences will be available for purchase through Taryan Group, with Anantara providing overall resort management. In addition to enjoying world-class surfing on Seseh Beach, guests will revel in restorative stays at the peaceful hideaway along the Indian Ocean. Guests can rejuvenate themselves at the Anantara Spa, find their inner peace in dedicated yoga and meditation studios, level up their workout at the top-of-the-line fitness centre, how to ride the waves from the on-site surf school or relax at the beach lounge or one of three swimming pools. The property will include three dining outlets: an all-day dining restaurant, a specialty Japanese restaurant and a poolside bar. "Global travellers cannot get enough of Bali as arrivals grow well past pre-pandemic levels. Today’s travellers continue to look for new ways to appreciate Bali’s rich heritage and the island’s diverse experiences. We look forward to partnering with Taryan Group to show travellers why Seseh Beach is Bali’s next hotspot by offering guests unforgettable experiences on the island." - Dillip Rajakarier, CEO of Minor Hotels and Group CEO of Minor International "We are honoured to work with Minor Hotels in bringing Anantara Dragon Seseh Bali Resort and Anantara Dragon Seseh Bali Residences to Seseh Beach. The combination of the distinctive architecture and design of our cocoon residences, elevated by the Anantara signature hospitality, will offer guests and owners extraordinary experiences that celebrate Bali’s natural beauty and culture." - Artur Mkhitaryan, Founder and Owner of Taryan Group Minor Hotels currently operates two properties on Indonesia’s most-visited island: the Anantara Uluwatu Bali Resort, a 73-key resort on the southern tip of Bali, and Avani Seminyak Bali Resort, an upscale lifestyle resort of 37 suites and pool villas. The hotel group is expanding its footprint in Bali this year with the addition of the Anantara Ubud Bali Resort, opening in September. Nestled amid tropical jungle and verdant rice fields, Anantara Ubud Bali Resort brings Anantara’s authentic luxury to the island’s interior with 66 suites and pool villas and 15 Anantara-branded residences.
27-05-24 09:42:52 | เปิดอ่าน 36 ครั้ง
MINOR HOTELS
วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันอุดมศึกษาเอกชนชั้นนำทางด้านธุรกิจบริการ นำโดยอาจารย์อัจฉราภรณ์ อมรสิทธินนท์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการโรงแรม ได้นำนักศึกษาสาขาวิชาการจัดการโรงแรม และสาขาวิชาศิลปะการประกอบอาหาร ระดับชั้นปีที่ 1 มากกว่า 300 คน “เรียนรู้มารยาทการรับประทานอาหารแบบสากล (Table Manners)”  โดยมีวิทยากรคือคุณณรงค์ จิตต์เกษม F&B Director ณ The Grand Fourwings Convention Hotel Bangkok เมื่อวันก่อน มารยาท คือ กฎ หรือระเบียบที่ควรพึงปฏิบัติภายในกลุ่มคน หรือสังคมหนึ่ง ๆ ที่เป็นที่ยอมรับ หรือปฏิบัติร่วมกันอย่างเหมาะสม มารยาทบนโต๊ะอาหาร คือ ธรรมเนียม หรือข้อปฏิบัติของการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น โดยยึดถือเป็นมารยาทตามหลักสากลที่ใช้กันโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร หรือตามงานเลี้ยงต่าง ๆ โดยวิทยากรได้ส่งมอบประสบการณ์ให้กับนักศึกษา เริ่มต้นด้วยการแนะนำเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ บนโต๊ะอาหาร วิธีการใช้เครื่องมือ เช่น มีด ช้อน ส้อม ช้อนซุป วิธีการจับแก้วและการดื่มไวน์ มารยาทในการนั่งรับประทานอาหาร มารยาทในการใช้ผ้าเช็ดปาก วิธีการวางผ้าเช็ดปาก มารยาทขณะรับประทานอาหาร มารยาทในการส่งต่ออาหารหรืออุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร เช่น เกลือ พริกไทย มารยาทเมื่อรับประทานอาหารเสร็จ และปิดท้ายด้วยวิธีการเก็บเครื่องมือเมื่อทานอาหารเสร็จแล้ว มารยาทบนโต๊ะอาหาร ถือเป็นสิ่งที่ให้เกียรติ แสดงความสุภาพ และแสดงถึงความใส่ใจต่อผู้ร่วมรับประทานอาหาร เพราะอย่าลืมว่าการทานอาหารแต่ละครั้ง เป็นการทานอาหารร่วมกับคนหมู่มาก หากแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสม อาจทำผู้ร่วมโต๊ะเกิดความกระอักกระอ่วนใจ และทำให้เสียบรรยากาศในการรับประทานอาหารได้ ทั้งนี้วิทยาลัยได้ตระหนักถึงเรื่องการเรียนรู้คู่กับประสบการณ์จริง พร้อมที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้นักศึกษาได้เรียนรู้ทุกมิติ ที่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป
25-05-24 22:14:29 | เปิดอ่าน 56 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
ไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) กลุ่มบริษัทเจ้าของและผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมและการบริการทั่วโลก ประกาศแต่งตั้ง มร. ปูนีท ธวัน (Puneet Dhawan) เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชีย เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มโรงแรมไมเนอร์ในเอเชียและอินเดีย มีผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป โดยเขาจะรับผิดชอบการดำเนินงานของโรงแรมในเครือทั้งหมดในเอเชีย และจะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับทีมผู้บริหารระดับสูง ภายใต้การนำของ มร. ดิลิป ราชากาเรีย (Dillip Rajakarier) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ โฮเทลส์ มร. ธวัน เป็นบุคลากรที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ในด้านงานโรงแรมกว่า 30 ปี โดยเขาได้สั่งสมความรู้และทักษะจากการทำงานในหลากหลายภูมิภาค ครอบคลุมทั้งเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง โดยตำแหน่งล่าสุดก่อนเข้าร่วมงานกับไมเนอร์ โฮเทลส์ คือ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการประจำภูมิภาคอินเดียและเอเชียใต้ของกลุ่ม Accor รับผิดชอบในการนำทีมพัฒนาธุรกิจ การบริหารจัดการ การดำเนินงานโรงแรม และการบริหารทีมการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของ Accor ในระดับภูมิภาค นอกจากนี้เขายังมีส่วนสำคัญในการเปิดตัวโรงแรม Raffles แห่งแรกในประเทศอินเดียอีกด้วย ประสบการณ์อันยาวนาน 25 ปีของเขากับ Accor ยังรวมไปถึงตำแหน่งรองประธานฝ่ายปฏิบัติการของกลุ่มตะวันออกกลางและผู้จัดการทั่วไปอีกหลายแห่ง การเดินทางในอุตสาหกรรมการโรงแรมของเขามร. ธวัน เริ่มต้นงานในอุตสาหกรรมการโรงแรมกับ กลุ่มโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล (Mandarin Oriental Hotel Group) ซึ่งเขาได้ฝึกฝนทักษะผ่านตำแหน่งต่าง ๆ ในโรงแรมเครือนี้ทั้งในฟิลิปปินส์และฮ่องกง มร. ธวัน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาการจัดการโรงแรม (Hospitality Management) จาก University of Massachusetts Amherst ซึ่งเขาจะเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะพนักงานของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ในเดือนกรกฎาคม โดยจะประจำที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ มร. ดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ โฮเทลส์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ คุณปูนีท เข้าสู่ครอบครัวไมเนอร์ ประสบการณ์การดำเนินงานและความเป็นผู้นำของเขาจะมีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับการบรรลุเป้าหมายการเติบโตของเราในเอเชียและอินเดียในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้” ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ไมเนอร์ โฮเทลส์ ได้ประกาศเป้าหมายในการขยายโรงแรมและรีสอร์ทใหม่ทั่วโลกมากกว่า 200 แห่ง ภายในสิ้นปี 2569 โดยคาดว่าเกือบครึ่งจะอยู่ในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ทางบริษัทยังได้ประกาศแผนการเปิดโรงแรมใหม่ 50 แห่งในประเทศอินเดีย ภายในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวโรงแรมหรูแบรนด์อนันตราแห่งแรกในเมืองจัยปูร์ (Jaipur) ปลายปีนี้อีกด้วย
24-05-24 16:31:12 | เปิดอ่าน 56 ครั้ง
MINOR HOTELS
ยกระดับประสบการณ์ของการรับประทานมื้อกลางวันของคุณด้วย ALL YOU CAN EAT มื้อกลางวันสไตล์ A La Carte ที่ห้องอาหาร เดอะ สเตชั่น เพลิดเพลินไปกับเมนูอาหารไทยไปจนถึงอาหารนานาชาติที่ใช้วัตถุดิบพรีเมียมที่ผ่านการปรุงสดใหม่จานต่อจาน พลาดไม่ได้กับซีฟู้ดออนไอซ์ ข้าวผัดมักกะสัน ผัดไทยโบราณ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเล ปลากระพงย่างซอสครีมมะนาว ปลากระพงนึ่งมะนาว เมนูข้าวปั้นและซาชิมิ พาสตาซอสขี้เมาทะเล พานาค็อตตามะม่วง เบอร์รี่ชีสเค้ก และอื่นๆ อีกมากมาย โปรโมชั่นนี้เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 11.30 - 14.00 น. ติดตามโปรโมชันพิเศษผ่านช่องทางเฟสบุ๊กแฟนเพจ Mercure Bangkok Makkasan ราคาเพียงท่านละ 650 บาท++ ที่ห้องอาหาร เดอะ สเตชัน ชั้น 8 เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 11.30 น. – 14.00 น. สำรองที่นั่ง/สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม +662 115 3333 Ext. 5304 [email protected]
24-05-24 14:30:06 | เปิดอ่าน 71 ครั้ง
Mercure Bangkok Makkasan
กรุงเทพ, 23 พฤษภาคม 2567: ก้าวเข้าสู่โลกแห่งทะเลและแสงแดด และสัมผัสมนต์เสน่ห์ของจังหวัดภูเก็ต ตามรอยภาพยนตร์ "Mother of the Bride" ที่กำลังฮิตติดอันดับ ณ อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท และอนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต วิลล่า สถานที่ถ่ายทำหลักของภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้เรื่องนี้ ซึ่งมีผู้ชมทาง Netflix มากกว่า 26.7 ล้านคนทั่วโลกภายในช่วงสุดสัปดาห์ที่เปิดตัว กำกับการแสดงโดยมาร์ค วอเตอร์ส ซึ่งเป็นที่รู้จักจากผลงานเรื่อง 'Freaky Friday' และ 'Mean Girls' นอกจากนี้ "Mother of the Bride" ยังสร้างปรากฎการณ์ที่ทำให้ผู้คนต่างหลงรักภูเก็ตอย่างท่วมท้น สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนสุดหรูหราตามแบบนักแสดงนำในตำนานอย่าง บรุก ชีลส์ กับบทของตัวละคร ลาน่า ณ รอยัลวิลล่าแบบสองห้องนอน โดย จิม ทอมป์สัน (Two-Bedroom Royal Villa by Jim Thompson) พร้อมการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกแบบวีไอพีที่ครบครัน วิลล่าสองห้องนอนหลังนี้ตั้งอยู่บนหาดทรายขาวละเอียดของหาดไม้ขาว ตกแต่งด้วยงานฝีมือของไทย ประดับประดาด้วยผ้าไหมที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุด เพื่อให้เกียรติและยกย่องต่อ จิม ทอมป์สัน ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมผ้าไหมของประเทศไทย หรือจะเลือกพักผ่อนแบบพูลวิลล่าที่แสนกว้างขวาง มอบความเป็นส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบและมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวที่แสนนุ่มจำนวนมากมาย รับรองได้ว่าแขกที่เข้าพักจะไม่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกับตัวละคร วิล ซึ่งรับบทโดย เบนจามิน แบรตต์ อย่างแน่นอน สำหรับคู่รักที่ต้องการสถานที่พักผ่อนที่แสนโรแมนติก สามารถตามรอยเส้นทางสุดหวานชื่นแม้จะแสนสั้นของ บรุก ชีลส์  และ แชด ไมเคิล เมอร์เรย์ (ตัวละคร ลูคัส)  ด้วยการเล่นโยคะริมสระน้ำ จิบค็อกเทลท่ามกลางแสงดาวที่ Tree House หรือเล่นพิคเคิลบอล (Pickleball) ตามในฉากภาพยนตร์ที่พระ-นางกำลังเริ่มรื้อฟื้นความสัมพันธ์ นอกจากนี้ ยังสามารถตามรอยนักแสดงทำสปาโคลนบนผิวหน้าได้ที่ อนันตรา สปา หรือดื่มด่ำไปกับความงดงามของภูเก็ตผ่านสถานที่ถ่ายทำต่าง ๆ ในภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็น การเดินข้ามสันทรายไปยังชายหาดอันเงียบสงบเพื่อปิกนิก, นั่งเรือหางยาวไปยังเลิฟเวอร์สโคฟ (Lover’s Cove) ที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม หรือเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งในเมืองเก่าภูเก็ต สำหรับผู้ที่ตกหลุมรักโรงแรมสุดหรูแห่งนี้ อนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต วิลล่า ยังมีแพ็คเกจการเข้าพักระยะยาว ซึ่งการันตีทั้งความสะดวกสบายและหรูหรา พร้อมกิจกรรมและประสบการณ์ต่าง ๆ อันพรั่งพร้อม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครืออนันตราหรือสำรองห้องพัก สามารถดูได้ที่  https://www.anantara.com/en/thailand/phuket
24-05-24 14:12:47 | เปิดอ่าน 87 ครั้ง
MINOR HOTELS
โรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ มุ่งหน้าสู่การเป็นผู้นำแบรนด์โรงแรมของคนไทยไปสู่ระดับโลกอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยการคว้า 13 รางวัลทราเวลเลอร์ส ชอยส์ อวอร์ด (Traveler’s Choice Awards) จากทริปแอดไวเซอร์ (TripAdvisor) ประจำปี 2024 โดยแบ่งเป็น “รางวัลทราเวลเลอร์ส ชอยส์” (Traveler’s Choice) จำนวน 11 รางวัล และรางวัลสูงสุด “ทราเวลเลอร์ส ชอยส์ เบสท์ ออฟ เดอะ เบสท์” (Traveler’s Choice Best of The Best) จำนวน 2 รางวัล ซึ่งรางวัลดังกล่าวนี้เป็นการมอบให้กับโรงแรม ร้านอาหาร และกิจกรรมน่าสนใจจากทั่วทุกมุมโลก โดยพิจารณาจากรีวิวและการให้คะแนนที่รวบรวมในตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น การได้รับรางวัลถึง 13 รางวัลในปีนี้ จึงเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ที่จะคงไว้ซึ่งมาตรฐานของห้องพักและการบริการอันยอดเยี่ยมแก่แขกผู้มาเยือนในทุกช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ท่ามกลางโรงแรมกว่า 8 ล้านแห่งทั่วโลก มีเพียงร้อยละ 1 เท่านั้นที่เป็น “ที่สุดของที่สุด” ซึ่งในปี 2024 นี้ นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่โรงแรมเคปนิทรา หัวหิน สามารถคว้ารางวัลทราเวลเลอร์ส ชอยส์ เบสท์ ออฟ เดอะ เบสท์ (Traveler’s Choice Best of The Best) อันน่าภาคภูมิใจนี้มาครอบครองได้เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ในหมวดของโรงแรมขนาดเล็กและโรงแรมสไตล์บูทีกในประเทศไทย (Small & Boutique – Thailand) และปีนี้ยังคงความพิเศษยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อ โรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย เป็นอีกหนึ่งโรงแรมในเครือที่คว้ารางวัลในหมวดเดียวกันนี้ด้วย หลังจากที่เคยอยู่ในรายชื่อมาแล้วถึง 2 ครั้งในปี 2021 และปี 2022 นอกเหนือจากรางวัลทราเวลเลอร์ส ชอยส์ เบสท์ ออฟ เดอะ เบสท์ โรงแรมเคปนิทรา หัวหิน และโรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย ยังได้รับรางวัลทราเวลเลอร์ส ชอยส์ (Taveler’s Choice) ควบคู่มาด้วย โดยมีโรงแรมในเครือเคปแอนด์แคนทารีอีกทั้งหมด 9 แห่ง ได้รับรางวัลนี้ด้วยเช่นกัน ได้แก่ โรงแรมเคปกูดู เกาะยาวน้อย, โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต, โรงแรมเคปเฮ้าส์ กรุงเทพฯ, โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่, โรงแรมแคนทารี เบย์ ภูเก็ต, โรงแรมแคนทารี บีช เขาหลัก, โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง, โรงแรมคลาสสิค คามิโอ ศรีราชา และโรงแรมซัมแวร์ เกาะสีชัง คุณธีรวัลคุ์ เตชะอุบล เจ้าของธุรกิจ และดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการกลุ่มโรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ กล่าวอย่างภาคภูมิใจกับ 13 รางวัลที่ได้รับจากทริปแอดไวเซอร์ในปี 2024 นี้ว่า “รางวัล Traveler’s Choice จาก TripAdvisor เป็นเสมือนรางวัลอันทรงคุณค่าที่เราได้รับจากแขกผู้มาเยือน ทั้งคนไทยและจากนานาประเทศ เพราะในทุกการรีวิวและการให้คะแนนบนแพลตฟอร์มนั้นล้วนส่งตรงมาจากประสบการณ์และความทรงจำดี ๆ เมื่อได้เข้าพักกับโรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ของเรา ซึ่งในปีนี้เราได้รับรางวัลถึง 13 รางวัลด้วยกัน ถือเป็นความสำเร็จอย่างยิ่ง และสิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของเราก็คือ โรงแรมเคปนิทรา หัวหิน สามารถคว้ารางวัล Traveler’s Choice Best of The Best ซึ่งจัดเป็นรางวัลสูงสุดเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน พร้อมด้วยโรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย ที่สามารถคว้ารางวัลสูงสุดนี้อีกครั้งหนึ่ง นับเป็นการตอกย้ำความสำเร็จในฐานะแบรนด์โรงแรมของคนไทย และรางวัลนี้ยังเป็นกำลังใจสำคัญให้ทีมงานของเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ทุก ๆ คนมีความมุ่งมั่นตั้งใจรักษามาตรฐานการให้บริการอันยอดเยี่ยมที่สุดต่อไปค่ะ” ####################### เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ กลุ่มโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งโรงแรมทั้ง 23 แห่ง ในเครือมีทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วประเทศ ภายใต้แบรนด์คอลเลคชั่น เคป, แคนทารี, คามิโอ และ ซัมแวร์ ให้บริการห้องพักขนาดกว้างขวาง พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทันสมัยรวมทั้งบริการอันเป็นเลิศ เพื่อให้ทุกท่านได้รับความสะดวกสบายและเพลิดเพลินไปกับการทำงานหรือการท่องเที่ยวพักผ่อน นอกจากนี้ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ยังมีบริการเหนือระดับอีกมากมาย อาทิ เคปยอร์ช ชาร์เตอร์ส, เคปสปา, คาเฟ่ แคนทารี, แคนทารี เคเทอริ่ง และ แคนทารี เทอเรส สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของโรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.capekantaryhotels.com #######################
24-05-24 13:21:55 | เปิดอ่าน 61 ครั้ง
Cape & Kantary Hotels
ห้องอาหาร โซแคล (SoCal) ห้องอาหารสไตล์แคลิฟอร์เนีย ตั้งอยู่ที่ชั้น G โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ (InterContinental Bangkok) ชวนเหล่าบีฟเลิฟเวอร์ลิ้มลองเมนูพิเศษ สเต็ก สไลเดอร์ (Steak Slider) เบอร์เกอร์ขนาดเล็กพอดีคำ ที่เชฟจะย่างเนื้อให้สุกกำลังดีโดยยังกักเก็บความชุ่มฉ่ำไว้ ปรุงด้วยเครื่องเทศที่เผ็ดร้อน ประกบด้วยแป้งบริออช (Brioche) หนานุ่มที่มีรสชาติให้เลือกในแบบที่ชอบ ให้บริการทุกวันศุกร์เท่านั้น! สเต็ก สไลเดอร์ มีให้เลือก 3 รสชาติโดยเลือกได้ระหว่างแป้งบริออชแบบคลาสสิก สอดไส้ด้วยชีสมอนเทอเรย์แจ็ค (Monterey Jack) ราดซอสสูตรลับเฉพาะของโซแคล หรือแป้งบริออชรสมะเขือเทศ สอดไส้ด้วยชีสเช็ดด้า (Cheddar cheese) ราดด้วยซอสซัลซ่าที่ได้ความเผ็ดร้อนจากพริกฆาลาเปญโญ (Jalapeño) ส่วนทูน่า สไลเดอร์ (Tuna Slider) เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ไม่รับประทานเนื้อโดยเชฟจะย่างทูน่าบนเตาถ่านจนสุกกำลังดี ราดด้วยซอสซัลซ่า โรฆา (Salsa Roja) เสิร์ฟพร้อมโคลสลอว์ผักชีเพื่อเพิ่มความสดชื่น สเต็ก สไลเดอร์ ราคาชิ้นละ 120++ บาท พิเศษ! อิ่มอร่อยกับ สเต็ก สไลเดอร์ 3 ชิ้นในราคาเพียง 300++ บาท ให้ทุกท่านได้ลิ้มลองทั้ง 3 รสชาติอย่างครบถ้วนพร้อมกับกลุ่มเพื่อน! ให้บริการทุกวันศุกร์ ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน – 26 กรกฎาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 11.30 น. ถึง 23.00 น. สำรองที่นั่ง และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร +66 (0) 2 656 0444 หรือ อีเมล [email protected] ราคายังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
24-05-24 12:16:40 | เปิดอ่าน 79 ครั้ง
The MarCom Pro
โรงแรมโซ แบงคอก (SO/ Bangkok) ชวนทุกท่านมาเติมสีสัน ให้วันอาทิตย์กลายเป็นช่วงเวลาอันน่าจดจำไม่ว่าจะกับสมาชิกในครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน กับ ซันเดย์ บรันช์ มื้อสายวันอาทิตย์ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ทุกท่านจะได้เต็มอิ่มกับอาหารหลากหลายชนิดระดับพรีเมียม เพลิดเพลินสายตาไปกับความเขียวขจีของวิวสวนลุมพินีแบบพาโรนามา ในบรรยากาศสบาย ๆ คลอด้วยเสียงเพลงจากแซกโซโฟน และเพลงฮิตจากดีเจ สำหรับตัวเลือกความอร่อยที่ทีมเชฟของ โซ แบงคอก ตั้งใจคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เริ่มต้นที่ซีฟู้ดสด ๆ จากท้องทะเล ตั้งแต่หอยนางรม กุ้งล็อบสเตอร์ ปูอลาสก้า ปูม้า หอยแมลงภู่ นอกจากนี้ยังมีกุ้งแม่น้ำ และสเตชั่นปรุงอาหารสดใหม่ให้รับประทานแบบไม่อั้น ทั้ง ฟัวกราส์ เป็ดปักกิ่ง และสเต็กขาแกะสูตรเฉพาะของเชฟ มื้อสายวันอาทิตย์สุดพิเศษยังมีเมนูที่ทุกท่านชื่นชอบพร้อมเสิร์ฟอีกมากมาย อาทิ แซลมอนและกุ้งดองซีอิ๊ว ขนมจีนน้ำยาปู อาหารญี่ปุ่นหลายเมนูจากห้องอาหารโซชิ (SOSHI) ติ่มซำ โคลด์คัทพรีเมียมจากทั่วโลก สเตชั่นชีส และปิดท้ายด้วยมุมขนมหวานที่ทุกท่านต้องถูกใจ โดยเฉพาะไอศกรีมโฮมเมดถึง 9 รส และเครปซูเซตต์ ซันเดย์ บรันช์ ให้บริการทุกวันอาทิตย์ที่ห้องอาหาร เร้ด โอเว่น ชั้น 7 โรงแรม โซ แบงคอก ตั้งแต่เวลา 12:00 – 15:00 น. ในราคาท่านละ 2,824 บาทสุทธิ รวมแพ็คเกจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สำหรับเด็กอายุ 0 – 5 ขวบรับประทานฟรี และรับส่วนลด 50 เปอร์เซ็นต์สำหรับเด็กอายุ 6 – 11 ปี สมาชิกแอคคอร์พลัสรับส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับซันเดย์ บรันช์ สามารถสำรองที่นั่งได้ที่อีเมล [email protected] หรือ โทร. 02-624-0000 พิเศษ! ท่านสามารถสำรองที่นั่งพร้อมแพ็คเกจเครื่องดื่มในราคาเพียง 2,399 บาทสุทธิได้ที่เว็บไซต์ https://so-bangkok.co/SO-Sunday-Brunch
24-05-24 12:05:23 | เปิดอ่าน 84 ครั้ง
The MarCom Pro
ห้องอาหารชมสินธุ์ (ChomSindh) โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ ชวนผู้ที่หลงใหลในความซับซ้อนของอาหารไทย มาร่วมตามหาสูตรลับที่หายไปกับ Long Lost Recipe ดินเนอร์มื้อพิเศษที่รวมเชฟชื่อดังไว้ถึง 4 คน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 6 – 7 มิถุนายน 2567 โดยเชฟมากความสามารถที่จะร่วมสร้างสรรค์อาหารในมื้อนี้ ได้แก่ เชฟบูม – กันต์ยรัตน์ เชฟเบลท์ – เอกชัย แสงกาศนีย์ เชฟบอย – ปิยะชาติ พุทธวงษ์ ผู้เป็นที่ปรึกษาของห้องอาหารชมสินธุ์ และเชฟประวีณ ดีลี หัวหน้าเชฟรุ่นใหม่ไฟแรง งานนี้คุณจะได้พบกับตัวจริงแห่งวงการอาหารไทย ถึง 4 ท่านพร้อมกัน • เชฟบูม – กันต์ยรัตน์ เป็นที่รู้จักจากการเป็น 1 ใน 3 ผู้เข้ารอบสุดท้ายรายการแข่งขันทำอาหาร The Next Iron Chef ซีซั่นที่ 2 เชฟบูมสั่งสมประสบการณ์การมากมายทั้งในฐานะเชฟ และเจ้าของร้านอาหารอีก 4 แห่ง ได้แก่ Chunky, ข้าวหนมจีน, Blueshark Café Koh Tao และ Boom’s Cookies • เชฟเบลท์ – เอกชัย แสงกาศนีย์ ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจากรายการแข่งทำอาหาร TopChef Thailand ซีซั่นที่ 3 และได้รับคำชื่นชมว่าเป็นเชฟที่สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ในอาหารไทย ปัจจุบันเชฟเบลท์เป็นเจ้าของร้าน Chunky เป็นที่ปรึกษาให้เชฟ และรับสร้างสรรค์อาหารในงานแบบไพรเวท • เชฟบอย – ปิยะชาติ พุทธวงษ์ เชฟที่ปรึกษาของห้องอาหารชมสินธุ์ ผู้เชี่ยวชาญทั้งการทำอาหารไทย และอาหารนานาชาติ เชฟบอยเคยทำให้ร้านอาหารไทยที่เขาดูแลคว้าดาวมิชลินมาได้ในปี 2019 และเขามีความเชี่ยวชาญทั้งอาหารคาว และอาหารหวาน • เชฟประวีณ ดีลี หัวหน้าพ่อครัวของห้องอาหาร ชมสินธุ์ มีความตั้งใจที่จะทำอาหารอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เขาผลักดันหลักการ Zero Waste หรือแนวคิดลดขยะให้เป็นศูนย์ พร้อมใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นทั่วประเทศไทย เชฟประวีณยังได้ปลูกสวนสมุนไพรไว้ที่ชั้น 8 ของโรงแรมอมารี กรุงเทพฯ เพื่อลดการการใช้พลังงานจากการขนส่ง บรรยากาศแห่งความอบอุ่นจะปกคลุมตลอดมื้อพิเศษใน 2 คืนนี้ เพราะเชฟทั้ง 4 เคยเป็นเพื่อนร่วมสถาบัน วิทยาลัยดุสิตธานี และต่างเฝ้ามองซึ่งกันและกันในเส้นทางการเป็นเชฟอาหารไทย นี่จึงเป็นทั้งการร่วมมือสร้างสรรค์จานพิเศษเพื่อแขกทุกคน และยังเป็นการเฉลิมฉลองที่พวกเขาได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง เล่าเรื่องอาหาร ผ่านประเพณีและนวัตกรรม ตลอดมื้ออาหารในค่ำคืนของ The Long Lost Recipe ท่านจะได้รับประทานอาหารจากเชฟชื่อดังทั้ง 4 ที่จะชวนให้ลิ้มลองสูตรอาหารที่หายไปเนิ่นนาน พร้อมมือระนาดรุ่นใหม่ Fino the Ranad ที่จะมาสร้างบรรยากาศด้วยเสียงดนตรีไทย ให้อาหารอร่อยกว่าเดิม ตามหาสูตรอาหารที่หายไปกับ The Long Lost Recipe The Overture – เปิดมื้อด้วยขนมปังที่ทำมาจากข้าวหอมมะลิ เสิร์ฟพร้อมกุ้งแห้ง และเนยใส่น้ำพริก ตามด้วยของว่าง 2 แบบ ได้แก่ ไข่เต่า และทาทาเล่ เชฟบูมจะเริ่มเสิร์ฟจานแรก เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย คือ คาร์ปาชโชปลาเก๋า ราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดใส่น้ำมันมะกอก รับประทานคู่กับแตงกวาแช่ว้อดก้า น้ำมันสะระแหน่ มูสเต้าเจี้ยวบนขนมปังปิ้ง พร้อมเนื้อปูและเจลเสาวรส The Beginning – นำเสนอเมนูพิเศษของเชฟประวีณ ได้แก่ แกงรัญจวน หอมน้ำแกงที่ใส่กะปิอย่างดี พร้อมเนื้อวัวตุ๋น ตะไคร้ ใบโหระพา เสิร์ฟพร้อมโฟมกะทิและผงโหระพา จากนั้นตามด้วยอาหารเรียกย้ำย่อยอีกจาน ได้แก่ ไก่กอและ ซึ่งเชฟจะนำไก่ไปปรุงรสแบบภาคใต้ของไทยและปั่นจนเข้าเนื้อก่อนปรุงสุก เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มอาจาดใส่แตงกวาและหอมแดง เพื่อล้างปากก่อนเข้าสู่อาหารจานหลัก ทุกท่านจะได้ลิ้มลองซอร์เบต์ข้าวแช่สูตรเชฟบอย ซึ่งจะเสิร์ฟพร้อมเจลที่ทำมาจากดอกไม้กินได้ ชัทนีย์ไชโป๊วหวาน มะม่วงน้ำปลาหวาน สับปะรด และซอสกระชาย จานหลักในค่ำคืน The Long Lost Recipe มีให้ลิ้มลองถึง 2 เมนูด้วยกัน นั่นคือ กุ้งแม่น้ำรมควันทอดเกลือ เสิร์ฟพร้อมซอสเปลือกกุ้ง และน้ำจิ้มมะขาม รับประทานคู่กับข้าวหอมมะลิ มันกุ้ง และน้ำมันพริก ส่วนจานหลักอีกเมนูคือ เนื้อวากิวของไทยย่างเตาถ่าน เสิร์ฟพร้อมชัทนีย์สับปะรด น้ำจิ้มซีฟู้ด กุ้งหวานเกาะยอ และปลาเค็มทอด โดยเชฟเบลท์เป็นคนคิดและปรุงทั้ง 2 เมนู The Finale – เมนูพิเศษโดยเชฟบอย ข้าวเหนียวมะม่วง เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมน้ำนมข้าวยาคู กินคู่กับซอสบ๊วยและทองม้วนกรอบ ส่วนขนมกินเล่นปิดท้ายมื้อ หรือ Petit Fours ได้แก่ ขนมถ้วย ขนมเบื้องไส้ฝอยทอง ขนมเปียกปูน และขนมต้มแป้งข้าวเหนียวดำหอมหวานด้วยไส้กระฉีกน้ำตาลมะพร้าว ข้อมูลสำหรับการจอง พิเศษ รับส่วนลด 15% เมื่อสำรองที่นั่งก่อนวันที่ 24 พฤษภาคม ดินเนอร์ในธีม Long Lost Recipe จากเชฟชื่อดัง 4 คน จำหน่ายในราคาท่านละ 5,888 บาท พร้อมตัวเลือกไวน์แพริ่งในราคา 1,800 บาทต่อท่าน ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมอมารี กรุงเทพฯ ได้ที่ www.amari.com/bangkok หรือติดตามโซเชียลมีเดียได้ที่ @AmariBangkok และ @Chomsindhbkk
24-05-24 10:45:28 | เปิดอ่าน 67 ครั้ง
The MarCom Pro
เมื่อไม่นานมานี้ นักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการศึกษาชั้นแนวหน้าด้านธุรกิจบริการในเครือโรงแรมดุสิตธานี ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพทางด้านการประกอบอาหารและการบริการอาหารและเครื่องดื่มให้แก่แขกระดับนานาชาติ ในงาน The Gala Dinner on the Occasion of 74th FIFA Congress, Bangkok 2024 งานดังกล่าวเป็นการประชุมใหญ่สามัญของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ครั้งที่ 74 จัดขึ้น ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล มีการเชิญแขกระดับสูง ผู้นำองค์กรจากนานาประเทศในแวดวงฟุตบอลมาร่วมงาน โดยนักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานีได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมการประกอบอาหารและทีมการบริการอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ นักศึกษาระดับปริญญาโท 2 คนจากหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต กลุ่มวิชาการจัดการธุรกิจอาหาร ได้ร่วมทีมประกอบอาหารกับเชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟเตย-พชรคุน กัลยาณมิตร และเชฟบิ๊ก-ภูริพรรษ ใจวีระวัฒนากุล ร่วมกับศิษย์เก่าจากหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร ได้แก่ เชฟไอดี-คงกฤช ฆรณี โดยมีนักศึกษาสาขาวิชาการจัดการโรงแรมและสาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหารร่วมทีมการบริการอาหารและเครื่องดื่มจำนวน 52 คน ในฐานะที่เป็นสถาบันสอนทางด้านธุรกิจบริการโดยตรงมายาวนานกว่า 31 ปี วิทยาลัยดุสิตธานีจึงมุ่งมั่นพัฒนาและผลักดันให้นักศึกษาได้เข้าร่วมในการแสดงศักยภาพตามโอกาสและเวทีต่างๆ เพื่อแสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ อีกทั้งเป็นการสั่งสมประสบการณ์ที่ยากจะหาได้ง่ายๆ ดังเช่นงานระดับนานาชาติครั้งนี้
23-05-24 23:07:21 | เปิดอ่าน 39 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
Step into the sun-kissed world of the chart-topping ‘Mother of the Bride’ and live out your silver screen dreams in the very locations that charmed over 26.7 million Netflix viewers worldwide in its debut weekend. Directed by Mark Waters, who is known for his work on ‘Freaky Friday’ and ‘Mean Girls’, the hit romantic comedy was filmed at Anantara Layan Phuket Resort and Anantara Mai Khao Phuket Villas and is a love letter to the enchanting island of Phuket in Thailand. For a taste of celebrity life with a full suite of VIP services and amenities, book the Two-Bedroom Royal Villa by Jim Thompson, which Brooke Shields’ character Lana called home during filming. Nestled just a whisper away from the soft, white sands of Mai Khao Beach, this showcase of Thai craftsmanship is adorned with the finest silk, paying homage to Jim Thompson, the pioneer of Thailand’s silk industry. Alternatively, opt for the sprawling Pool Villa, which offers perfect seclusion and comes complete with a generous supply of fluffy towels—ensuring you never find yourself in a compromising situation like Benjamin Bratt’s character Will. Diehard romantics can trace the fleeting romantic journey of Brooke Shields and Chad Michael Murray (Lucas) with a yoga session by the pool and starlit cocktails at the Tree House or re-live the tension-filled pickleball match between the titular character and her love interest. To look the part of movie stars, visit the Anantara Spa, where the characters relaxed with their mud facials. To see more of Phuket’s cinematic paradise, holidaymakers can cross the sandbar to a secluded beach for a gourmet picnic, take a longtail boat to the jungle-shrouded Lover’s Cove, or enjoy a spot of shopping in Phuket Old Town. And for those who find themselves never wanting to leave, Anantara Mai Khao Phuket Villas offers long-stay packages that promise an extraordinary adventure where the only thing scripted is luxury. For more information about Anantara Hotels & Resorts properties in Phuket or to make a booking, please visit https://www.anantara.com/en/thailand/phuket.
23-05-24 18:14:47 | เปิดอ่าน 50 ครั้ง
MINOR HOTELS
โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สุขุมวิท 20 ได้จัดพิธีทำบุญครบรอบ 8 ปีเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ห้องจัดเลี้ยงเบญจสิริบอลลูม เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสครบรอบ 8 ปีของโรงแรมฯ พิธีทำบุญครั้งนี้มีผู้ร่วมงานสำคัญหลายท่าน อาทิ คุณฉัตรชัย ปิยะสมบัติกุล (คนที่ห้าจากซ้าย) และคุณลักษมี ปิยะสมบัติกุล (คนที่ห้าจากขวา) เจ้าของโรงแรมและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ปิยะสมบัติแมนชั่น จำกัด พร้อมครอบครัว คุณนิโคไล สโตรยานอฟ (คนที่สามจากขวา) ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม และทีมงานโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สุขุมวิท 20 ทุกคน ในพิธีการทำบุญครั้งนี้มีการนิมนต์พระสงฆ์เพื่อทำพิธีสวดมนต์และเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมทั้งมีการถวายภัตตาหารเพลแก่พระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองให้กับโรงแรมฯ นายนิโคไล สโตรยานอฟ ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สุขุมวิท 20 กล่าวเนื่องในโอกาสครบรอบ 8 ปีว่า "ทางโรงแรมฯได้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและไว้วางใจโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สุขุมวิท 20 มาตลอด 8 ปี ทางโรงแรมฯสัญญาว่าจะรักษามาตรฐานการบริการที่ดีเยี่ยมและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แขกทุกท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดเมื่อมารับการบริการที่โรงแรมฯ" โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สุขุมวิท 20 ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างชื่อเสียงในด้านการบริการที่เป็นเลิศและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน โรงแรมมีห้องพักหรูหราทันสมัย ร้านอาหาร บาร์ พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยการครบรอบ 8 ปีนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สุขุมวิท 20 ที่จะมุ่งมั่นพัฒนาต่อไปเพื่อให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า และสร้างความพึงพอใจให้กับแขกที่เข้ามาใช้บริการในอนาคต รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02 009 4999 หรืออีเมล์ [email protected] www.novotelbangkoksukhumvit20.com Facebook and Instagram at @novotelbangkoksukhumvit20
23-05-24 15:30:40 | เปิดอ่าน 40 ครั้ง
Novotel Bangkok Sukhumvit 20
A beloved holiday destination in Costa del Sol in Spain, Anantara Villa Padierna Palace Benahavís Marbella Resort has been honoured with a Michelin Key at the inaugural awards ceremony for Spain on 29 April 2024. Echoing the renowned Michelin Stars for restaurants, the Michelin Keys guide directs discerning travellers to exceptional hotel experiences. With only 97 properties in Spain receiving the distinction, the award acknowledges Anantara Villa Padierna’s unwavering commitment to delivering unparalleled service and an exceptional guest experience. The Michelin Keys are conferred following anonymous evaluations by the guide’s seasoned inspectors, independent of any existing classifications or ratings. Since its inception in April of this year, the keys have rapidly established themselves as an international benchmark, guiding travellers to hotels that stand out for their distinctive concept, personality and exemplary service standards. "Being awarded a Michelin Key is a testament to Anantara Villa Padierna’s dedication to excellence in hospitality. For 124 years, the Michelin Guide has been directing travellers to the finest experiences, and we are excited for the resort to be part of this new chapter. Our inclusion in this esteemed list is an honour and a reflection of the unforgettable experiences we provide to our guests." - Jorge Manzur, General Manager of Anantara Villa Padierna A member of The Leading Hotels of the World, Virtuoso and AMEX Fine Hotels & Resorts, Anantara Villa Padierna is nestled between Marbella, Benahavís and Estepona in the south of Spain, offering unrivalled access to sandy beaches, world-class culture and shopping in Málaga, and numerous golf courses, diving and sailing spots nearby. At the resort, guests can choose from elegant rooms, suites and villas with private pools, as well as enjoying exceptional restaurants, each with its own personality, a private racquet club and a thermal spa. When it comes to dining, holidaymakers are spoiled for choice with ten diverse venues offering memorable culinary experiences that range from Japanese fusion and authentic Lebanese to Mediterranean haute cuisine at La Veranda and local Andalusian fare at La Loggia. Guests can also sample mouth-watering tapas in neighbouring towns or accompany an Anantara chef to a local market to source produce for a private cooking class at the hotel. For more information about Anantara Villa Padierna, please visit www.anantara.com/en/villa-padierna-marbella.
23-05-24 14:54:03 | เปิดอ่าน 27 ครั้ง
MINOR HOTELS
กระแสความนิยมของรายการแข่งขันทำอาหาร ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในอาชีพที่หลายๆ คนใฝ่ฝันคือการได้เป็นเชฟ หรือใครที่เรียนทางด้านการโรงแรมก็มักจะโปรดปรานและสนุกกับการได้เป็นนักผสมเครื่องดื่มหรือบาร์เทนเดอร์และมิกโซโลจิสต์เป็นพิเศษ ด้วยเหตุที่เป็นอาชีพที่น่าสนใจและอินเทรนด์ ชมรม Fund Club และ แผนกกีฬาและกิจกรรม วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการศึกษาชั้นแนวหน้าด้านธุรกิจบริการในเครือโรงแรมดุสิตธานี จึงได้จัดโครงการ “Develop your Passion into Profession (Develop สร้างฝัน สร้างอาชีพ)” ขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้เรียนรู้เกี่ยวกับการประกอบอาหารและการผสมเครื่องดื่มด้วยตนเองอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน ผลักดันและพัฒนาให้มีความคิดสร้างสรรค์ทั้งสูตรอาหารและเครื่องดื่ม โดยคาดหวังว่าผู้เข้าร่วมโครงการจะสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้สำหรับประกอบอาชีพและสร้างรายได้ในอนาคต นอกจากนี้ยังถือเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานีได้ฝึกฝนความเชี่ยวชาญของตนเอง ด้วยการนำความรู้และทักษะการให้บริการวิชาการไปแบ่งปันให้ผู้อื่นและสังคม ซึ่งการจัดงานครั้งนี้จะสำเร็จไปไม่ได้เลยหากไม่ได้รับการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ต่างๆ จาก บริษัท โจนส์ กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด นอกจากทักษะที่ได้เรียนรู้จากการอบรมแล้ว แน่นอนว่าผู้เข้าร่วมโครงการยังได้ลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่มที่ปรุงและผสมด้วยฝีมือตัวเองกันจนอิ่มท้องอิ่มใจถ้วนหน้ากัน
22-05-24 13:59:54 | เปิดอ่าน 56 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
ตั้งเป้าขยายโรงแรม 50 แห่ง ภายใน 10 ปี พร้อมเปิดสำนักงานในเมืองบังกาลอร์ และนับถอยหลังสู่การเปิดตัวโรงแรมอนันตราในภูมิภาคนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมระดับโลก ทั้งในฐานะเจ้าของ ผู้บริหาร และผู้ลงทุน ซึ่งปัจจุบันมีโรงแรมมากกว่า 540 แห่งใน 56 ประเทศ เร่งเดินหน้ารุกตลาดการท่องเที่ยวและบริการในประเทศอินเดีย โดยตั้งเป้าเปิดโรงแรมใหม่ 50 แห่งภายใน 10 ปี กลยุทธ์การบุกตลาดอินเดียของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ จะเน้นไปที่กลุ่มโรงแรมระดับบน (upper-upscale) และกลุ่มลักซ์ชูรี (luxury) โดยเชื่อว่าแบรนด์ชั้นนำที่เป็นที่รู้จักกันดีของกลุ่ม อันได้แก่ อนันตรา อวานี และเอ็นเอช คอลเลคชั่น จะได้รับความสนใจอย่างมากจากเจ้าของกิจการในอินเดีย สำหรับแบรนด์ที่มีแก่นที่โดดเด่นและแตกต่างอย่าง อนันตรา โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท (Anantara Hotels & Resorts) เป็นแบรนด์ที่เหมาะกับโรงแรมในกลุ่มสถานบำบัดเพื่อสุขภาพแบบอายุรเวท ที่พักท่ามกลางธรรมชาติ และปราสาทราชวังอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ในขณะที่แบรนด์ อวานี โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท (Avani Hotels & Resorts) จะเข้าไปเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดของกลุ่มโรงแรมไลฟ์สไตล์ในประเทศอินเดีย ส่วนแบรนด์ที่เชื่อว่าจะดึงดูดโอกาสทางธุรกิจจากกลุ่มโรงแรมตลาดระดับบน จะเป็นแบรนด์ เอ็นเอช คอลเลคชั่น โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท (NH Collection Hotels & Resorts) นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังเล็งเห็นถึงโอกาสสำหรับแบรนด์โรงแรมกลุ่มตลาดอัพสเกล (upscale) อย่าง เอ็นเอช โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท (NH Hotels & Resorts) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองรองและเมืองที่มีสนามบินซึ่งมีการพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว ไมเนอร์ โฮเทลส์ จะมองหาโอกาสธุรกิจแบบสัญญาบริหารจัดการโรงแรม และเน้นโครงการพัฒนาใหม่ (Greenfield developments) ในจุดหมายปลายทางหรือทำเลที่กำลังมาแรง เพื่อสานต่อกลยุทธ์ในการสร้างจุดหมายปลายทางที่เป็นรากฐานขององค์กรมาอย่างยาวนานตลอด 46 ปี มร. อาเมียร์ โกลบาร์ก (Amir Golbarg) รองประธานอาวุโส ประจำตะวันออกกลาง แอฟริกา และอินเดีย ของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ กล่าวว่า “เรามีความมั่นใจในศักยภาพของตลาดอินเดีย และได้รับความสนใจจากเจ้าของธุรกิจอย่างล้นหลาม โดยเราเน้นแนวทางความร่วมมือในแบบ ‘หุ้นส่วนสูงกว่าอสังหาริมทรัพย์’ (partnership over properties) ซึ่งหมายความว่าเราพิถีพิถันในการคัดเลือกโรงแรมที่จะนำเข้ามาอยู่ในพอร์ตโฟลิโอของเรา โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตรที่มีค่านิยมและวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับเรา จุดแข็งของไมเนอร์อยู่ที่ความสามารถในการคิดธุรกิจระดับโลก และนำความคิดนั้นมาดำเนินการในระดับท้องถิ่น โดยเราสามารถนำมาตรฐานและวิธีการดำเนินงานต่าง ๆ มาปรับให้เหมาะสมกับแต่ละตลาดที่เราดำเนินธุรกิจอยู่ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เราเชื่อว่าช่วยให้เรามีความได้เปรียบเป็นอย่างมากในการทำธุรกิจในอินเดีย” ไมเนอร์ โฮเทลส์ เริ่มเข้าสู่ตลาดอินเดียในปี 2560 ด้วยการเปิดตัวโรงแรม โอ๊คส์ พุทธคยา (Oaks Bodhgaya) ในรัฐพิหาร (Bihar) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และเตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในปลายปีนี้ ด้วยการเปิดตัวโรงแรม อนันตรา จัยปูร์ (Anantara Jaipur Hotel) ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวแบรนด์โรงแรมหรูในเครือแห่งแรกในประเทศอินเดีย เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังได้เปิดสำนักงานแห่งใหม่ในเมืองบังกาลอร์ (Bengaluru) ซึ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจในระยะยาวในอินเดีย โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางกลุ่มได้แต่งตั้ง มร. วิเจย์ กฤษณัน (Vijay Krishnan) เข้ามาดำรงตำแหน่ง รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ ของอินเดีย ทำหน้าที่ดูแลภาพรวมการดำเนินงานต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ กลยุทธ์การเปิดสำนักงานถาวรในบังกาลอร์ ยังแสดงถึงการวางตำแหน่งของไมเนอร์ โฮเทลส์ ในระดับแถวหน้าของการเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในอินเดียตอนใต้ ซึ่งคาดการณ์ว่ามีศักยภาพในการเติบโตที่สูงมากในภูมิภาคนี้ มร. ดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ โฮเทลส์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (SET:MINT) กล่าว “เรามีความเชื่อมั่นในตลาดอินเดีย เชื่อในศักยภาพของอินเดียในการเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวขาเข้าระดับโลก เรายังเชื่อมั่นในโอกาสทางธุรกิจอีกมากมายในตลาดภายในประเทศที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นี่คือสาเหตุที่เราทุ่มลงทุนในการดำเนินธุรกิจของเราที่นั่น และเราจะยังคงลงทุนต่อเพื่อบรรลุความมุ่งมั่นของเราในการเติบโตในตลาดอินเดีย ด้วยประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมของเราในการบริหารโรงแรมระดับโลกในจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ บวกกับการที่แบรนด์โรงแรมต่าง ๆ ของเราเป็นที่รู้จักอย่างดีในตลาดอินเดีย เราจึงมั่นใจว่าความสามารถของเราจะมีบทบาทสำคัญในความสำเร็จอันต่อเนื่องของธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศอินเดีย” แบรนด์โรงแรมในเครือ ไมเนอร์ โฮเทลส์ นับเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศที่เติบโตเร็วที่สุดขององค์กรโดยเฉพาะสำหรับแบรนด์อนันตรา โดยมีอัตราการเข้าพักโรงแรมในเครือทั่วเอเชียและตะวันออกกลางสูงขึ้นถึง 72% ในปี 2566 เมื่อเทียบกับปี 2565 และยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอีกในปี 2567 โดยในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 36% จากปีที่แล้ว นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังเป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรโรงแรมสากล หรือ GHA DISCOVERY (GHA) ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรแบรนด์โรงแรมอิสระที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งรายได้ที่เกิดจากโรงแรมในกลุ่ม GHA ประเทศอินเดีย ทำสถิติสูงสุดที่ 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 โดยล่าสุดจำนวนสมาชิกของ GHA ในอินเดียยังเพิ่มขึ้นถึง 500,000 ราย หรือสูงขึ้น 21% เมื่อเทียบเป็นรายปี นอกจากนี้ สมาชิกจากประเทศอินเดียยังใช้จ่ายในโรงแรมในเครือ GHA มากขึ้นในปีที่แล้ว ซึ่งสร้างรายได้ให้กับโรงแรมเป็นประวัติการณ์ที่ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบเป็นรายปี จากการวิจัยของ GHA พบว่าในปี 2567 สมาชิกจากประเทศอินเดียกำลังวางแผนการเดินทางเพื่อการพักผ่อนโดยเฉลี่ยคนละ 4 ทริป พักผ่อนใกล้ ๆ บ้านหรือแบบ Staycation 3 ครั้ง และเดินทางเพื่อธุรกิจ 5 ครั้ง โดยจุดหมายปลายทาง 3 อันดับแรก ได้แก่ ยุโรป ไทย และมัลดีฟส์ ซึ่งไมเนอร์ โฮเทลส์ เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สุดในแต่ละตลาดเหล่านี้ โดยมีโรงแรมมากกว่า 300 แห่งในยุโรป 25 แห่งในไทย และ 7 แห่งในมัลดีฟส์ กลยุทธ์การเติบโตของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ในอินเดีย เป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายธุรกิจไปทั่วโลกขององค์กร ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ โดยตั้งเป้าที่จะเพิ่มโรงแรมมากกว่า 200 แห่งในสามปีข้างหน้า
21-05-24 16:17:43 | เปิดอ่าน 30 ครั้ง
MINOR HOTELS
New identity for luxury hotel brand reflects global expansion, honours experiential luxury legacy Anantara Hotels & Resorts, a pioneering force in luxury hospitality, is marking a significant milestone with a reimagined brand identity. The visual refresh takes an elegant, pared-back approach that enables each hotel’s unique character to shine - an increasingly important consideration as a run of recent openings across Europe, Middle East and Asia propelled the brand portfolio beyond 50 properties for the first time. The new-look branding builds upon Anantara's 23-year legacy, and has been designed to capture the imagination of today’s travellers while honouring the brand's roots in experiential luxury. Ian Di Tullio, Chief Commercial Officer of Minor Hotels, the parent company of Anantara, said: "Anantara’s new visual identity and evolved experiences and concepts will redefine how guests see and interact with the brand, and will elevate us to a space less cluttered by other luxury hotel brands. This will be underpinned by an increased focus on deeply embedded sustainability, both in terms of how we help the environment and local communities, and how guests experience our hotels and resorts." The reimagined Anantara identity introduces several key updates and enhancements: · Simplified Name: Transitioning from 'Anantara Hotels, Resorts & Spas' to 'Anantara Hotels & Resorts', reinforcing the brand's commitment to luxury accommodation worldwide. Anantara Spa will continue to exist as a standalone brand. · Updated Logo: A contemporary evolution of the Anantara logo retains its distinctive icon – the 'Naam Jai' water jar and traditional triangular cushions – symbolising its roots in Thai hospitality, with a revised typographic treatment designed to balance elegance, modernity and heritage. · New Tagline: 'Unforgettable Journeys' embodies Anantara's promise to create lasting memories for guests, no matter where their journey takes them. · Modernised Design Elements: A refined colour palette and elegant typography have been developed to give the brand a more editorial look and feel, creating a simplified visual identity that enables the brand to more effectively communicate its core experiential luxury positioning. · Enhanced Brand Signatures: New identities for Anantara Spa, Designer Dining and Spice Spoons by Anantara will elevate guest experiences and enable a more cohesive Anantara brand ecosystem. · Refined Service Culture: Enhanced service delivery standards and team member training programmes will elevate the Anantara guest experience. AnaMarija Raickovic, Minor Hotels Global Head of Corporate, Luxury and Lifestyle Brands, said: "The evolution of Anantara’s brand identity has been a journey of continuous refinement, with the last major update completed in 2015. Now, in 2024, the brand takes another significant step forward, refreshing its visual identity to better connect with the discerning modern traveller." Since its inception in 2001 with the opening of its first resort in Hua Hin, Thailand, Anantara has grown to become a global leader in experiential luxury hospitality, with a portfolio spanning Asia, Europe, the Middle East, Indian Ocean and Africa. In recent years, it has evolved rapidly from its resort-focused roots to boast a presence in the heart of some of the world's most vibrant cities, including Rome, Vienna, Dubai and Bangkok. Anantara has also demonstrated the ability to create distinctive experiences outside the traditional hotel space, necessitating the creation of a brand identity that is adaptable across a wider range of experiental offerings. These include luxury rail journeys through Vietnam on The Vietage by Anantara, and intimate tented safari experiences at the upcoming Anantara Kafue River Tented Camp in Zambia, and a growing suite of international wellbeing and F&B experiences. Anantara recently passed the 50 property milestone off the back of a run of new openings – including Anantara Koh Yao Yai Resort & Villas in Thailand, Anantara Mina Al Arab Ras Al Khaimah Resort and Anantara Santorini Abu Dhabi Retreat in UAE, and Anantara Palais Hansen Vienna Hotel. The Anantara portfolio will continue its global expansion in the coming months, with the brand set to make its India debut with Anantara Jaipur Hotel later in 2024, on top of new openings in Bali (Q4) and Zambia (early 2025) and beyond. The evolution of Anantara's brand identity reflects this journey of growth and evolution, capturing the essence of Anantara's 23-year legacy while embracing its expanding global footprint. The rebranding initiative has commenced with the rollout of the new logo and visual identity across all Anantara digital assets, with guests set to experience more tangible changes in service delivery and on-property experiences in the coming months.
21-05-24 15:29:37 | เปิดอ่าน 37 ครั้ง
MINOR HOTELS
โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล มอบโอกาสสุดพิเศษ ให้คุณสัมผัสชีวิตสุดหรูหราราวกับเซเลบริตี้ในห้องธีม สวีท กับแพ็กเกจ Live Like Royalty สำหรับการเข้าพัก 3 คืน จ่ายเพียง 2 คืนเท่านั้น พร้อมบริการบัตเลอร์ส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง, สปาร์คกลิ้งไวน์ 1 ขวด, ชุดผลไม้และช็อคโกแลต, สิทธิประโยชน์ในการเข้าใช้บริการที่รอยัล คลับ เลาจน์ เลทเช็คเอาท์ได้จนถึง 14.00 น. รวมถึงรับเครดิตใช้แทนเงินสดถึง 10,000 บาทสุทธิต่อการเข้าพัก สำหรับนำไปใช้ที่ห้องอาหาร, บาร์ หรือสปาของโรงแรมฯ ในระหว่างการเข้าพัก สามารถจองแพ็กเกจ Live Like Royalty ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 29 สิงหาคม 2567 (เข้าพักได้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2567) ห้องพักธีม สวีทแต่ละห้องของโรงแรมฯ ได้รับการออกแบบอย่างประณีตเพื่อสะท้อนวัฒนธรรมไทยและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ซึ่งเดิมเป็นที่ตั้งของวังคันธวาส อันเป็นที่ประทับของเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยโรงแรมฯ ยังคงสืบสานรักษากิจกรรมหลายอย่างที่พระองค์ทรงโปรดปรานไว้ในปัจจุบัน สำหรับห้องธีม สวีทมีให้เลือกทั้งหมด 4 ธีม ทุกห้องเป็นสวีทแบบ 2 ห้องนอน เริ่มตั้งแต่ ห้องรอยัลพิมาย สวีท (Royal Pimai Suite) พื้นที่ขนาด 178 ตร.ม. ไปจนถึง ห้องรัตนโกสินทร์ สวีท (Ratanakosin Suite) พื้นที่ขนาด 330 ตร.ม. ที่งดงามตระการตา ประกอบด้วยห้องรับประทานอาหารสุดหรูหรา พร้อมโต๊ะรับประทานอาหารไม้มะฮอกกานีขนาดใหญ่สำหรับ 10 ที่นั่ง โดยห้องธีม สวีทแต่ละห้องสามารถรองรับได้สูงสุด 4 ท่าน คุณจะได้ดื่มด่ำไปกับความสุขจากการพักผ่อนเหนือระดับ พร้อมบริการบัตเลอร์ส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง ที่จะดูแลให้บริการต่าง ๆ ตามที่คุณต้องการ รวมถึงการจองโต๊ะสำหรับมื้ออาหารหรือตามคำขอพิเศษอื่น ๆ ของคุณ โดยบัตเลอร์จะช่วยเติมเต็มการเข้าพักครั้งนี้ให้น่าจดจำมากขึ้น นอกจากนั้นจะได้รับเครดิตของโรงแรมฯ มูลค่า 10,000 บาทสุทธิต่อการเข้าพัก สำหรับนำไปใช้ที่ห้องอาหาร, บาร์, เลาจน์, บริการอาหารภายในห้องพัก, มินิบาร์, บริการซัก-รีด และทรีทเมนท์ สปา อีกด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก โทร: 02 650 8800 และอีเมล: [email protected] หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์: www.theatheneehotel.com
21-05-24 13:38:35 | เปิดอ่าน 65 ครั้ง
The MarCom Pro
Located in a historic property in the heart of the Finnish capital, the new NH Collection Helsinki Grand Hansa offers a unique blend of rich heritage and modern hospitality. • The property combines two historically significant buildings, the New Student House and Hotel Seurahuone, one of Helsinki's best-preserved heritage properties and the heart of Finnish culture and social life since the early 20th Century. • Central and accessible, the hotel is a short walk from the most popular restaurants, shopping, cultural experiences and museums in Helsinki. • NH Collection Helsinki Grand Hansa combines all the characteristics for which the brand is known: central location, fascinating history, timeless charm, culinary delights with a local twist, and impeccable customer service. The latest addition to the NH Collection portfolio, NH Collection Helsinki Grand Hansa officially opened its doors on 16 May 2024. The hotel represents the debut of the NH Collection brand in Finland and is the second in the Nordics following NH Collection Copenhagen in Denmark, which launched in 2021. Providing a perfect setting for unforgettable experiences, NH Collection Helsinki Grand Hansa combines two historically significant heritage buildings: the Art Nouveau-style New Student House built in 1910, and Seurahuone, Helsinki's oldest continuously operated hotel. First established on the market square in 1833, Seurahuone moved to its current location in 1913. The building was designed with inspiration drawn from Europe's finest hotels and it defined the standards for accommodation, culture, and Helsinki’s social life for decades. Now, after a careful renovation and a restoration that respects its history, the building continues its legendary legacy of hospitality as the first NH Collection hotel in Finland. While preserving the rich heritage of its surroundings, the NH Collection Helsinki Grand Hansa embraces the modern traveller’s penchant for sophistication and indulgence. Nestled within the storied walls, 224 guest rooms and suites – including an opulent 160-square-metre presidential suite – offer guests comfort, convenience and modern luxury. In the heart of the city, the hotel is less than a three-minute walk from The Central Railway Station with trains to and from Helsinki Airport. And situated on one of the city’s busiest shopping streets, NH Collection Helsinki Grand Hansa is just a short walk from cultural attractions like art museums Amos Rex, Ateneum and Kiasma, as well as Helsinki's finest restaurants. Feel the extraordinary A cornerstone of the NH Collection experience is a hotel’s culinary offerings, and here, classic French cuisine and sustainably sourced local ingredients converge in perfect harmony. A hotspot for locals and travellers, the Hansa Café Bar & Brasserie invites guests on a gastronomic journey through the flavours of the region. For elevated drinks, Kupoli bar is located in the historic dome-shaped tower with a 360-degree view over the city. Here, an exquisite selection of meticulously curated concoctions will take the cocktail experience to new heights when the bar opens in August 2024. The hotel’s exquisite spa preserves unique Finnish wellness traditions by translating age-old health treatments and rituals into modern experiences. The Finnish sauna, steam room and infra-red sauna as well as the over-300-square-metre fully equipped gym are available to all hotel guests. Guided sauna experiences and wellness treatments are available on request. With more than 700 square metres of event space and nine flexible, fully technically equipped meeting rooms, NH Collection Helsinki Grand Hansa is the ideal setting for any event, including client presentations, executive board meetings, seminars, conferences, prestige galas, society events or private family celebrations. Especially impressive is the historic Ballroom, which has hosted high-end events since the early 20th Century. Set on 131 kilometres of shoreline and with 40% of the city covered by parks and natural greenery, Helsinki offers a unique combination of quirky urbanity and peaceful nature, and the new NH Collection facilitates guest explorations of the city and beyond. There are two national parks within easy reach of the city centre, open year-round and suitable for visitors of all ages to enjoy the fresh air and amazing views. Guests can enjoy the relaxing atmosphere of the Helsinki archipelago, get to know the city's unique architecture, and uncover myriad cultural attractions. From cosy cafes serving traditional Finnish pastries to Michelin-starred restaurants pushing the boundaries of gastronomy, Helsinki offers something to tantalise every palate. In the heart of it all, NH Collection Helsinki Grand Hansa proudly follows in the footsteps of its predecessors in providing world-class hospitality and shaping Helsinki's cultural landscape for the future.
21-05-24 13:07:48 | เปิดอ่าน 27 ครั้ง
MINOR HOTELS
Hospitality group eyes 50 properties in 10 years as it opens Bengaluru office and counts down to Anantara debut. Minor Hotels, a global hotel owner and operator with more than 540 properties in 56 countries, is set to intensify its presence in the dynamic Indian hospitality market, targeting 50 new openings within the next decade. The group will focus its strategy on the upper-upscale and luxury hotel segments, where it expects strong interest from owners in its well-established Anantara, Avani, and NH Collection brands. For Anantara Hotels & Resorts, the group is building on core brand differentiators by targeting opportunities in Ayurvedic wellness retreats, wilderness lodges, and historical palaces. It also believes Avani Hotels & Resorts is well positioned to fill a significant gap in the lifestyle hotel space across India, while NH Collection Hotels & Resorts will prove attractive for upper-upscale conversion opportunities. Minor Hotels has also identified strong potential for the upscale NH Hotels & Resorts, particularly in rapidly developing tier two cities and airport locations. Eyeing hotel management contracts and with an emphasis on greenfield developments, Minor Hotels will look to identify opportunities in up-and-coming locations, continuing a strategy of destination creation that has been the foundation of the group's 46-year history. Amir Golbarg, SVP for Middle East, Africa and India for Minor Hotels, said: "We are bullish on the potential of India, and have already been overwhelmed with owner interest, but are proceeding with a 'partnerships over properties' approach. It means we are being very selective in the hotels that we add to our portfolio, with our focus on cultivating meaningful alliances with partners who align with our values and vision. Minor's strength has always been in our ability to think globally while acting locally, meaning we are well versed at adapting our standards and operations to suit the unique characteristics of each market we operate in – a trait we believe will give us a strong advantage in India." Minor Hotels has been present in the India market since 2017, when it launched Oaks Bodhgaya in the northeast Indian state of Bihar. But the group will mark a significant milestone later this year with the opening of Anantara Jaipur Hotel, the debut of its flagship luxury brand in India. To support this expansion, Minor Hotels has opened a new office in Bengaluru, underscoring its commitment to long-term presence in the Indian market. The group recently appointed Vijay Krishnan as Vice President of Operations for India, overseeing a growing team on the ground. By establishing a permanent strategic presence in Bengaluru, Minor Hotels has positioned itself at the forefront of emerging opportunities in southern India, anticipating significant growth potential in the region. Dillip Rajakarier, CEO of Minor Hotels and Group CEO of its parent company Minor International (SET:MINT), said: "We believe in India. We believe in its potential as a world-class inbound destination. And we believe in the enormous opportunities that lie in its surging domestic market. It's why we have made substantial investments in establishing our operations there, and will continue to invest there to realise our growth ambitions. With our extensive experience in managing world-class hotels in emerging destinations, coupled with the strong recognition of our existing hotel brands within the Indian market, we are confident in our ability to play a significant role in India's ongoing tourism success story." Minor Hotels brands have already built strong recognition amongst Indian travellers. For Anantara in particular, India is one of the fastest-growing international source markets, with annual room night production across its Asia and Middle East properties growing 72% in 2023 versus 2022. That trend has continued to date in 2024, with Q1 figures up 36% on last year. Minor Hotels is also a member of GHA DISCOVERY, the world's largest alliance of independent hotel brands. Revenue generated by GHA hotels in India hit a record US$68 million in 2023, with GHA loyalty members in India also topping 500,000 for the first time, a 21% year-on-year increase. Indian members also spent more at GHA hotels last year than ever before, generating a record US$60 million in hotel revenues, up 46% year-on-year. According to research from GHA, its Indian members are planning on average four leisure trips, three staycations and five business trips in 2024, with the top three destinations being Europe, Thailand and Maldives. Minor Hotels is one of the largest players in each of those markets, with more than 300 properties in Europe, 25 in Thailand and seven in Maldives. Minor Hotels' growth strategy in India is part of an ambitious global expansion plan for the Bangkok-based group, which is targeting to add more than 200 hotels in the next three years.
21-05-24 11:12:15 | เปิดอ่าน 38 ครั้ง
MINOR HOTELS
วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 จากกรณีสองสามีภรรยาหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ร้องให้ช่วยเหลือจากกรณี เพื่อนบ้านทั้งซ้ายและขวา เลี้ยงสุนัขจรจัด เห่าสนั่นทั้งกลางวันกลางคืนทำให้ไม่ได้หลับไม่ได้นอน กว่า 10 ปี ไปร้องหน่วยงานไหนเรื่องก็เงียบ ได้รับความเดือดร้อนอย่างมากในช่วงเวลาพักผ่อน ทางผู้ร้องฯ ได้ไปแจ้งความที่ สภ.บางศรีเมือง และ เทศบาลไทรม้า จ.นนทบุรี ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไขหรือมีความคืบหน้าแต่อย่างใดนั้น ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการ สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ได้แสดงความคิดเห็นส่วนตัวว่า ถ้าในแง่สังคมก็เข้าใจในความเดือดร้อนรำคาญ จนนำมาสู่ความเจ็บป่วย ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นกับใครนั้น ก็เป็นห่วงใยและเห็นใจทั้งสิ้น โดยเฉพาะบ้านพักอาศัยที่มีพื้นที่ส่วนรวม ที่ต้องใช้เพื่ออยู่อาศัยร่วมกัน การทำกิจกรรมอะไรที่กระทบกันนั้นต้องมีความระมัดระวังหรือเกรงอกเกรงใจกันให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเลี้ยงสัตว์ในชุมชน โดยเฉพาะสุนัขและแมว จำนวนมากเกินความพอดี ก็อาจสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้เพื่อนบ้านได้ ดังเช่นกรณีดังกล่าว สำหรับกรณีสุนัขเห่าหอน เป็นเรื่องปกติพฤติการณ์ตามธรรมชาติของสุนัขทุกตัว แต่ถ้ากรณีที่เจ้าของสุนัขมีการเลี้ยงสุนัขเป็นจำนวนมาก ในบริเวณพื้นที่อันจำกัด ซึ่งอาจส่งเสียง จนกระทบถึงสุขภาพอนามัยของผู้พักอาศัยในบริเวณข้างเคียง โดยเฉพาะในช่วงยามวิกาลที่กำลังพักผ่อนเป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญขึ้นได้ ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2560) มาตรา 25 ได้กำหนด ในกรณีที่มีเหตุอันอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อาศัยในบริเวณใกล้เคียงหรือผู้ที่ต้องประสบเหตุ ดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นเหตุรำคาญ (2) การเลี้ยงสัตว์ในที่หรือวิธีใด หรือจำนวนเกินสมควรจนเป็นเหตุให้เสื่อมเสียหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยมาตรา 28 ได้ระบุไว้ว่า ในกรณีที่มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นในสถานที่เอกชน ให้พนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของ หรือผู้ครอบครองสถานที่นั้น ระงับเหตุรำคาญภายในเวลาอันสมควรตามที่ระบุไว้ในคำสั่ง และถ้าเห็นว่าสมควรจะให้กระทำโดยวิธีใดเพื่อระงับเหตุรำคาญนั้น หรือสมควรกำหนดวิธีการเพื่อป้องกันมิให้มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นในอนาคต ให้ระบุไว้ในคำสั่งได้ ซึ่งถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายเข้ามาดำเนินการระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญนั้น โดยมาตรา 74 ระบุไว้ว่า ถ้าผู้ไม่ปฏิบัติตามพนักงานท้องถิ่น โดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานท้องถิ่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับกรณีสุนัขจรจัดนั้น พนักงานท้องถิ่นก็มีอำนาจในการดำเนินการต่างๆ ได้ เพราะมีกฎหมายให้อำนาจไว้หลายฉบับด้วยกัน เช่น พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 พระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2535 และในท้องถิ่นต่างๆ ก็มีเทศบัญญัติเกี่ยวกับการเลี้ยงและปล่อยสุนัขของท้องถิ่นนั้นเอง หรือแม้แต่พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 26 ก็ระบุว่า ในกรณีที่พบสัตว์ถูกปล่อย ละทิ้ง หรือไม่มีเจ้าของ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้แก่สัตว์ตามสมควร ซึ่งที่ผ่านมาก็มีคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดหลายกรณีที่ให้ท้องถิ่นรับผิดชอบเกี่ยวกับกรณีความเสียหายที่เกิดกับสัตว์จรจัดในท้องถิ่นนั้น เมื่อกฎหมายให้อำนาจท้องถิ่นก็เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของท้องถิ่นในการดำเนินการที่จะบริหารจัดการหรือระงับเหตุปัญหาเหล่านั้นให้เกิดความปรกติสุขของคนในชุมชน ซึ่งก็มีหลากหลายวิธีการที่สามารถดำเนินการได้ เช่น การหาพื้นที่ที่เหมาะสมให้สุนัขอยู่อาศัย หาผู้อุปถัมภ์รับเลี้ยงหาบ้านใหม่หรือสถานสงเคราะห์ทั้งของภาครัฐและเอกชนที่มีคุณภาพให้สุนัข หรือมีต้นแบบโครงการสุนัขชุมชนที่สามารถทำให้คนในชุมชนและสัตว์เลี้ยงในชุมชนอยู่อาศัยร่วมกันได้ ซึ่งมีแนวคิดที่ร่วมกันเสนอและผลักดันทั้งภาครัฐ เช่น กองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ ซึ่งเป็นหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภาคเอกชน นักวิชาการ ซึ่งอาจแบ่งสุนัขเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มแรก สุนัขไม่มีเจ้าของไม่มีผู้ดูแลเลย กลุ่มที่ 2 สุนัขไม่มีเจ้าของแต่มีผู้ดูแลให้อาหารบ้าง กลุ่มที่ 3 สุนัขที่อยู่ในชุมชน มีคนให้อาหารและคอยดูแลบ้าง อาจจะมีการตั้งชื่อ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนในชุมชน สามารถจับไปทำหมันและฉีดวัคซีนได้ โดยได้กำหนดรูปแบบของความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน รวมทั้งองค์กรในชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดูแลสุนัขจรจัดเป็นไปอย่างมีระบบ ลดปัญหาการเพิ่มจำนวนและลดปัญหาความขัดแย้งของคนในชุมชน และที่สำคัญเพื่อให้สุนัขในชุมชนได้รับการจัดสวัสดิภาพที่ดีตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งมีรูปแบบกิจกรรม เช่น การลงทะเบียนประวัติสุนัขทุกตัวของชุมชน การทำเครื่องหมาย การฝังไมโครชิพหรือทำสัญลักษณ์ การตรวจสุขภาพพื้นฐาน การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี การกำจัดเห็บหมัดและถ่ายพยาธิ การผ่าตัดทำหมันเพื่อควบคุมจำนวนประชากร หรือแม้แต่การมีเครื่องหมายหรือปลอกคอที่สามารถระบุพฤติกรรมได้ เช่น ปลอกคอสีเขียว หมายถึง สุนัขที่มีพฤติกรรมที่ทุกคนจับต้องได้ ปลอกคอสีเหลือง หมายถึง สุนัขที่มีพฤติกรรมที่คนดูแลเท่านั้นจับต้องได้ ปลอกคอสีแดง หมายถึง สุนัขที่มีพฤติกรรมหวาดระแวงไม่มีใครจับต้องได้ ผลที่คาดว่าจะได้รับ จำนวนสุนัขจรจัดในชุมชนลดลงในแต่ละปี ลดการปล่อยและทอดทิ้งสุนัข สุนัขได้รับการจัดสวัสดิภาพที่ดี ลดปัญหาการสงเคราะห์สัตว์ช่วยเหลือสัตว์แบบเคาะกะละมังเลี้ยง และได้รูปแบบที่เหมาะสมในการขยายผลและต่อยอดในการจัดการสุนัขจรจัดอย่างเป็นระบบ เป็นต้น ดังนั้น ถ้ามีผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือเสียหายจากเหตุเดือดร้อนรำคาญดังกล่าว มีการร้องเรียน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ จนเป็นเหตุให้มีการดำเนินการระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญและถ้ามีการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบเหตุเดือดร้อนรำคาญนั้น เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งให้เจ้าของสุนัขนั้น ดำเนินการระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญนั้นได้ แต่ถ้าเจ้าของสุนัขไม่ดำเนินการหรือขัดขวางการดำเนินการของพนักงาน ก็อาจจะมีโทษตามกฎหมายได้ ในทางกลับกันถ้าเหตุเดือดร้อนรำคาญเกิดจากสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ เจ้าพนักงานท้องถิ่นก็ต้องดำเนินการในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหานั้น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของชุมชน เพราะถ้าเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดอาจจะมีความผิดได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น สังคม ชุมชน ครอบครัว จะอยู่ร่วมกันได้นอกจากกฎเกณฑ์ กติกา มารยาท ทางสังคมที่ต้องมีร่วมกันแล้ว การอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลถ้อยทีและถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน เห็นอกเห็นใจและมีมิตรไมตรีต่อกันนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญ และผู้เลี้ยงสัตว์ในชุมชนก็ต้องมีความพอเหมาะพอดี เลี้ยงอย่างเข้าใจธรรมชาติของสัตว์นั้น และพึงระลึกว่าสัตว์เลี้ยงของเราก็ใช่จะเป็นสัตว์ที่น่ารักของใครทุกคน แต่นั้นก็ไม่ใช่ความผิดของสัตว์ที่ใครจะไปทำร้ายให้เกิดความทุกข์ทรมานได้ นอกจากเมตตาธรรมเพื่อสัตว์แล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยเช่นกัน ในการลดความขัดแย้ง กระทบ หรือละเมิดสิทธิ สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้อื่น เพื่อจะทำให้สังคมนั้นอยู่ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุข ตลอดไป
17-05-24 17:02:44 | เปิดอ่าน 74 ครั้ง
Cape and Kantary Hotels
เมื่อเร็วๆ นี้เหล่าเซเลบริตี้และผู้มีชื่อเสียงในภูเก็ตได้ตบเท้าเข้าร่วมงานปาร์ตี้ร่วมฉลองและชมภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ “Mother of the Bride” ในวันเปิดฉายอย่างเป็นทางการทั่วโลกทาง Netflix โดยงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้จัดขึ้น ณ ห้องอาหาร ดารา ควิซีน ภูเก็ต ภายใน อนันตรา ลายัน รีสอร์ท ซึ่งเป็นสถานที่หลักของการถ่ายทำภาพยนตร์ดังกล่าวร่วมกับ อนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต วิลล่าส์ ซึ่งเป็นโรงแรมในเครืออีกแห่งบนเกาะภูเก็ต ปาร์ตี้ในค่ำคืนสุดพิเศษนี้ตกแต่งในธีมงานแต่งงานสไตล์สวนทรอปิคอลตามคอนเซ็ปต์ของหนัง โดยทีมเชฟประจำห้องอาหารดารายังได้รังสรรค์เมนูของว่างและเครื่องดื่มรสเลิศเพื่อต้อนรับและให้แขกผู้เข้าร่วมงานได้เพลิดเพลินตลอดการชมภาพยนตร์เรื่องดัง ซึ่ง Mother of the Bride ได้นำเสนอทัศนียภาพที่สวยงามของภูเก็ต โดยมี อนันตรา ลายัน รีสอร์ท และ อนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต วิลล่าส์ เป็นฉากหลักของการถ่ายทำเรื่องราวที่ทั้งสนุก ตลกขบขัน และอบอุ่นใจในคราวเดียวกัน ซึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมี มร. วิลเลียม ไฮเน็ค ผู้ก่อตั้งโรงแรมอนันตรา ปรากฏตัวเป็นนักแสดงรับเชิญ ร่วมซีนกับนักแสดงในตำนานอย่าง บรุก ชีลส์ และ เบนจามิน แบรตต์ Mother of the Bride ซึ่งกำลังติดอันดับภาพยนตร์ยอดนิยมทาง Netflix ให้ผู้ชมได้สัมผัสกับความบันเทิงที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความสนุกสนาน และความสวยงามของสถานที่ถ่ายทำ ทำให้งานปาร์ตี้ในวันเปิดฉายนี้เต็มไปด้วยความประทับใจในบรรยากาศที่แสนอบอุ่น
17-05-24 09:42:08 | เปิดอ่าน 64 ครั้ง
MINOR HOTELS
เคปกูดู เกาะยาวน้อย โรงแรมสไตล์บูทีกสุดหรูหราบนเกาะยาวน้อย จ.พังงา จุดหมายปลายทางอันมีเสน่ห์และรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่นกลางท้องทะเลอันดามัน และเจ้าของรางวัลทราเวลเลอร์ส ชอยส์ (Traveler’s Choice) ประจำปี 2024 จากทริปแอดไวเซอร์ (TripAdvisor) เชิญชวนนักท่องเที่ยวหนีร้อนมาผ่อนคลายสบายใจในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วย โปรโมชัน “ซัมเมอร์ รีทรีต” (Summer Retreat) เพียงแค่จองห้องพัก 2 คืนขึ้นไปผ่านเว็บไซต์ของโรงแรม ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2567 สำหรับการเข้าพักในระหว่างวันที่ 1-30 มิถุนายน 2567 และระหว่างวันที่ 1-30 กันยายน 2567 นี้ รับส่วนลดสูงสุดทันทีกว่า 50% ในราคาเริ่มต้น 3,600 บาทสุทธิต่อห้องต่อคืน (ราคาขึ้นอยู่กับประเภทห้องพักและเฉพาะห้องพักที่ร่วมรายการ) โปรโมชัน Summer Retreat สามารถใช้ได้กับห้องพักประเภทดีลักซ์, ดีลักซ์ ซีวิว รวมทั้ง บ้านอยู่เย็น (พูลวิลล่าสองห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำที่เป็นส่วนตัว 2 สระ) สิทธิพิเศษและเงื่อนไข - อาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน - อภินันทนาการเค้กสำหรับโอกาสพิเศษ (โปรดแจ้งหลักฐานก่อนรับบริการ เช่น วันเกิด วันครบรอบ หรือวันฮันนีมูน) - อภินันทนาการเข้าพักก่อนเวลา เช็คอินได้ตั้งแต่เวลา 10.00 น. และเลทเช็คเอาท์ได้ถึงเวลา 14.00 น. (ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องพักว่างในแต่ละวัน) - อภินันทนาการเครื่องดื่มต้อนรับเมื่อเดินทางมาถึงโรงแรมฯ - โรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไข โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางช่องทางการติดต่อสื่อสารของโรงแรมฯ สำรองห้องพักได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2567 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองห้องพัก กรุณาติดต่อ โทร 07-6592-600 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.capekuduhotel.com/offers/ ####################### โรงแรมเคปกูดู เกาะยาวน้อย ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในโรงแรมติดชายหาดที่สวยที่สุดในประเทศไทย โดย Small Luxury Hotels of the World โดดเด่นด้วยทัศนียภาพอันสวยงามของอ่าวพังงา รายล้อมด้วยภูเขาหินปูนและเกาะน้อยใหญ่เรียงรายขนานกับเส้นขอบฟ้าจรดกับท้องทะเลสีเขียวครามสดใส เปรียบเช่นอัญมณีแห่งท้องทะเลอันดามัน ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของแมกไม้นานาพันธุ์และธรรมชาติที่บริสุทธิ์งดงาม สอดประสานกับวิถีชีวิตชาวเกาะที่เรียบง่ายทว่าน่าหลงใหล พร้อมการพักผ่อนเหนือระดับในโรงแรมหรูหราระดับ 5 ดาว ที่เน้นดีไซน์สวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติ และการใช้โทนสีเทอร์ควอยซ์สร้างความสดใส และในขณะเดียวกันให้ความรู้สึกถึงกลิ่นอายของท้องทะเลที่ทอดตัวอยู่เบื้องหน้า เพื่อให้คุณเพลิดเพลินกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ #######################
16-05-24 16:48:31 | เปิดอ่าน 49 ครั้ง
Cape & Kantary Hotels
โรงเเรมในเครือ Shama Bangkok จับมือหมอเจี๊ยบ สัตวแพทย์จากโรงพยาบาลสัตว์หมอเจี๊ยบ ได้ทำโครงการ "Shama อาสา ทำหมันแมวและฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า"ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง ในวันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.30-17.30 น. ณ โรงเเรมชามา เย็นอากาศ กรุงเทพฯ โดยกิจกรรมในครั้งนี้มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและ walk in จำนวนทั้งสิ้น 27 คน เดิมมีการตั้งเป้าหมายในการช่วยเหลือทำหมันแมวอยู่ที่จำนวน 20 ตัว และฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าอยู่ที่จำนวน 100 ตัว ซึ่งในวันจัดกิจกรรมทีมหมอเจี๊ยบสามารถทำหมันเเมวได้ถึง 37 ตัว เเละฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าทั้งหมดอยู่ที่จำนวน 42 ตัว ซึ่งโครงการนี้ได้สำเร็จตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้โดยได้รับการสนับสนุนในเรื่องค่าใช้จ่ายเเละอุปกรณ์ในการจัดทำโครงการนี้จาก Chico Daily, Oliver,Compet, Regalos, WXY & CO. เเละโรงพยาบาลสัตว์หมอเจี๊ยบ(MJ Pet Hospital) ทางเรารู้สึกขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนทุกท่าน ที่มีส่วนช่วยในการผลักดันให้โครงการนี้ให้เกิดขึ้น เพื่อเป็นการควบคุมจำนวนและแก้ไขปัญหาสัตว์ไร้บ้านในย่านชุมชนเเละช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคระบาด รวมถึงต้องการเสริมสุขภาพที่ดีให้แก่สัตว์ไร้บ้าน และสัตว์เลี้ยงของผู้คนในชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง
16-05-24 15:35:17 | เปิดอ่าน 80 ครั้ง
Shama Yen-Akat Bangkok
Global hotel owner and operator Minor Hotels has appointed Puneet Dhawan as Head of Asia as the group plots its growth in Asia and India. From July, Dhawan will be responsible for the performance of all Minor Hotels properties in Asia, working in close collaboration with the Minor Hotels senior leadership team and will report to Minor Hotels CEO Dillip Rajakarier. Dhawan, a seasoned professional with a 30-year hospitality career spanning Asia, Europe, and the Middle East, brings a wealth of experience to his new role. His most recent role as Senior Vice President of Operations – India & South Asia at Accor saw him lead the group’s business development, owner management, hotel operations and commercial team, driving Accor’s growth in the region. Notably, he oversaw the opening of the first Raffles hotel in India. His 25-year tenure at Accor also included time as the group’s Vice President of Operations, Middle East, and several General Manager roles. Dhawan’s journey in the hospitality industry began with the Mandarin Oriental Hotel Group, where he held positions at its properties in the Philippines and Hong Kong. Dhawan holds a Bachelor of Science in Hospitality Management from the University of Massachusetts Amherst. He will be based in the group’s Bangkok Corporate Office when he joins Minor Hotels in July. Dillip Rajakarier, CEO of Minor Hotels and Group CEO of Minor International, commented, “We are excited to welcome Puneet to the Minor Hotels family. His operational experience and empowering leadership will be invaluable as we work to achieve our growth ambitions in Asia and India in the coming years.” In January, Minor Hotels unveiled its target to add more than 200 new openings to its global portfolio, with approximately half in Asia, by the end of 2026. More recently, the hotel group announced its plan to 50 new openings in India within the next ten years, including the debut of its luxury Anantara brand later this year in Jaipur.
16-05-24 10:09:23 | เปิดอ่าน 39 ครั้ง
MINOR HOTELS
คาเฟ่ แคนทารี จัดเต็มเมนูคลายร้อนหวานเย็นชื่นใจ กับ “Kakigori” 3 รสชาติใหม่ต้องลอง ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2567 ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2567 คาเฟ่ แคนทารี ขอเชิญชวนทุกท่านมาลิ้มลองเมนูใหม่ หวานเย็นชื่นใจกับ “คากิโกริ (Kakigori)” ทั้ง 3 รสชาติ “บลูเบอร์รีชีสพาย” กรุบกรอบกับชีสแครกเกอร์ และ แยมบลูเบอร์รีที่เข้ากันอย่างลงตัวกับน้ำแข็งใสเนื้อนุ่มฟูดุจปุยหิมะ ท็อปด้วยครีมพรีเมียมสูตรพิเศษสไตล์คาเฟ่ แคนทารี ในราคาเริ่มต้น 185 บาทสุทธิ ณ คาเฟ่ แคนทารี สาขาอยุธยา ปราจีนบุรี และเกาะยาวน้อย, “ชาไทย” คากิโกริรสชาไทยเข้มข้นหวานมัน หอมอร่อยเต็มคำพร้อมความหนึบหนับเคี้ยวเพลินของเม็ดบุกบราวน์ชูการ์ ในราคาเริ่มต้น 175 บาทสุทธิ ณ คาเฟ่ แคนทารี สาขาอยุธยา และ เกาะยาวน้อย, “ทรอปิคอลฟรุ๊ตเจลลี่” สดชื่นกับคากิโกริรสผลไม้ ผสานความอร่อยกับรสเปรี้ยวหวานของสับปะรด เงาะ ลิ้นจี่ และปีโป้ ในราคาเพียง 185 บาทสุทธิ ณ คาเฟ่ แคนทารี ปราจีนบุรี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Centre: 1627 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.cafekantary.com *โรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไข โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางช่องทางการติดต่อสื่อสารของโรงแรมฯ
16-05-24 09:37:31 | เปิดอ่าน 50 ครั้ง
Cape and Kantary Hotels
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส มีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่าโรงแรมฯ ได้รับรางวัล Travelers’ Choice award ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับโรงแรมเพียง 10% จากจำนวนโรงแรมทั่วโลก รางวัลนี้เป็นรางวัลจากความคิดเห็นของผู้เข้าพักทั่วโลกผ่าน Tripadvisor ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านจากใจจริงที่เชื่อมั่นในการบริการของเรา รวมทั้งพนักงานทุกคนที่ทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อส่งมอบบริการที่ดีเยี่ยมให้แก่ผู้มาเยือน รางวัลจาก TripAdvisor เป็นรางวัลสำคัญในธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ที่สะท้อนให้เห็นความคิดเห็นของนักเดินทางทั่วโลกหลายล้านคน ซึ่งเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการกับเรา นับเป็นความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างแท้จริงที่โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซสได้รับรางวัลในปีนี้
16-05-24 09:28:24 | เปิดอ่าน 49 ครั้ง
MBK Hotels & Tourism Co.,Ltd.
16-05-24 09:19:30 | เปิดอ่าน 42 ครั้ง
MBK Hotels & Tourism Co.,Ltd.
ไขปริศนาเมนูจานเด่นเลิศรส กับเมนูแบล็คทรัฟเฟิลและเนื้อวากิว ณ ห้องอาหารเวนติซี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ความอร่อยที่ลงตัวของสองวัตถุดิบชั้นเลิศอย่าง “แบล็คทรัฟเฟิลและเนื้อวากิว” ทุกค่ำคืนวันเสาร์ ณ ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ให้คุณได้เพลิดเพลินอิ่มเอมความอร่อยไปกับวัตถุดิบสุดพรีเมียม แบบฟินๆ ในสไตล์อิตาเลียน-ไทย และอาหารนานาชาติ เหล่าบรรดาอาหารแสนอร่อยได้รังสรรค์เมนูโดย เชฟแอนเดรีย มอนเทลลา หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ พร้อมเชฟผู้เชี่ยวชาญประจำห้องอาหาร ให้คุณได้อิ่มไม่อั้นทั้งอาหารคาวหวานนานาชนิด อาทิ มุมซีฟู้ดออนไอซ์ กั้งกระดาน กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่ หอยนางรม, ปูม้า, กุ้ง, ซูชิและซาชิมินานาชนิด, โคลด์คัท, สลัดบาร์, ซุป, ชีสนานาชนิด, พาสต้า, สปาเกตตี้, ขนมไทย ขนมอบ เค้กหน้าต่างๆ ไอศกรีม ผลไม้ตามฤดูกาล และเมนูไฮไลท์ของแต่ละวัน ที่พร้อมรอให้คุณได้มาลิ้มรสความอร่อย ธีมเห็ดทรัฟเฟิลดำและเนื้อวากิว ทุกมื้อค่ำวันเสาร์ ในราคาเพียง 1,590 บาท++ ต่อท่าน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) พบกับเมนูไฮไลท์ ธีมเห็ดทรัฟเฟิลดำและเนื้อวากิวบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำวันเสาร์ • เนื้อเทนเดอลอยด์เวลลิงตันกับทรัฟเฟิลดำ • ซุปเห็ดทรัฟเฟิล • แก้มวัวกับทรัฟเฟิลดำและครีมซอส • สเต็กเนื้อวากิว • เนื้อวากิวเทอริยากิเสียบไม้ • เนื้อวากิวบราคิโอล่าสไตล์นาโปลี และเมนูอื่นๆอีกมากมาย บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อเย็น ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. - 22.30 น. (ปิดไลน์อาหาร 22.00 น.) สามารถซื้อแพ็กเกจเครื่องดื่มเริ่มต้นที่ราคา 149 บาท++ (น้ำอัดลม น้ำเปล่า ชาและกาแฟ) เวนติซีเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30 น. – 22.30 น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02-100-6255 หรือ อีเมล์: [email protected]
15-05-24 17:55:03 | เปิดอ่าน 58 ครั้ง
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ
ทินิดี ไฮด์อเวย์ ต้นไทร บีช กระบี่ มีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า รีสอร์ทของเราได้รับรางวัลTripAdvisor Travelers’ Choice ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นรางวัลสำคัญที่มอบให้กับโรงแรมเพียง 10% จากทั่วโลก ที่ได้รับการรีวิวที่โดดเด่นจากนักเดินทางทั่วโลกในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา ทินิดี ไฮด์อเวย์ ต้นไทร บีช กระบี่ มีความภูมิใจที่ได้รับความเชื่อมั่นในการให้บริการที่โดดเด่น และส่งมอบความประทับใจที่ดีเลิศให้กับผู้เข้าพัก ขอขอบคุณผู้เข้าพักทุกท่านที่สละเวลาบอกเล่าประสบการณ์ มอบคำชื่นชม รวมถึงข้อเสนอแนะต่างๆ ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เรามอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ทุกท่าน นอกจากนี้ เราขอขอบคุณพนักงานทุกคนที่ตั้งใจ และมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับทุกท่านที่เป็นแขกของเรา รางวัลจาก TripAdvisor เป็นรางวัลสำคัญในธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ที่สะท้อนให้เห็นความคิดเห็นของนักเดินทางทั่วโลกหลายล้านคน นับเป็นความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างแท้จริงที่ทินิดี ไฮด์อเวย์ ต้นไทร บีช กระบี่ได้รับรางวัลในปีนี้
15-05-24 11:56:30 | เปิดอ่าน 42 ครั้ง
MBK Hotels & Tourism Co.,Ltd.
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล (ที่ 4 จากขวา) เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ประธานกรรมการของบริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด ร่วมแสดงความยินดีกับ เกรียงไกร เธียรนุกุล (ที่ 4 จากซ้าย) ที่ได้รับตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อีก 1 สมัย โดยมี สุพัตรา จิราธิวัฒน์ (ที่ 3 จากขวา) รองประธานอาวุโสฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักนโยบายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด, สุเมธ บุญบรรดารสุข (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานบริษัทวัฒนาสุข อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, ไพบูลย์ นลินทรางกูร (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Tisco Securities Co;LTD, ภากมล รัตตเสรี (ที่ 2 จากขวา) ผู้ช่วยเหรัญญิก สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา, พรรณี จารุสมบัติ (ขวาสุด) และ ธนพล เจิมประไพ (ซ้ายสุด) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโกเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้ ณ ห้องอาหารอูโนมาส โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์
15-05-24 11:42:28 | เปิดอ่าน 51 ครั้ง
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ
โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท ภาคภูมิใจที่ได้รับรางวัล Travelers’ Choice award ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับโรงแรมเพียง 10% จากจำนวนโรงแรมทั่วโลก รางวัลนี้เป็นรางวัลจากความคิดเห็นของผู้เข้าพักทั่วโลกผ่าน Tripadvisor ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ทรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการรับรองในเรื่องการให้บริการ และประสบการณ์ที่ดีเลิศอย่างสม่ำเสมอ ขอขอบคุณผู้เข้าพักทุกท่านที่สละเวลาบอกเล่าประสบการณ์ มอบคำชื่นชม รวมถึงข้อเสนอแนะต่างๆ ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เรามอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ทุกท่าน นอกจากนี้ เราขอขอบคุณพนักงานทุกคนที่ตั้งใจ และมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับทุกท่านที่เป็นแขกของเรา รางวัลจาก TripAdvisor เป็นรางวัลสำคัญในธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ที่สะท้อนให้เห็นความคิดเห็นของนักเดินทางทั่วโลกหลายล้านคน นับเป็นความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างแท้จริงที่โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ทได้รับรางวัลในปีนี้
15-05-24 11:06:55 | เปิดอ่าน 45 ครั้ง
MBK Hotels & Tourism Co.,Ltd.
28 – 30 พฤษภาคม 2567 อร่อยฟินเหมือนบินไปเกาหลีกับ “เทศกาลอาหารเกาหลีสไตล์บุฟเฟ่ต์” ณ ห้องอาหารนัมเบอร์ 43 อิตาเลียน บิสโทร โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง พร้อมเสิร์ฟบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำรสชาติต้นตำรับจากประเทศเกาหลี ทั้งวัตถุดิบและเครื่องปรุงที่ถูกเชฟคัดสรรมาอย่างดี ตระการตากับเมนูยอดฮิต อาทิ เนื้อย่างเกาหลี ข้าวยำบิบิมบับ กุ้งดอง แซลมอนดอง กิมจิ และเมนูอื่นๆอีกมากมาย พร้อมของหวานตบท้ายมื้ออร่อย อาทิ ไอศกรีมชาเขียว และเค้กรสเลิศต่างๆในราคา 750 บาท (สุทธิ) ต่อท่าน สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี หรือส่วนสูงไม่เกิน 120 ซม. ลดครึ่งราคา ในวันที่ 28 – 30 พฤษภาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 18.00 - 22.00 น. สำรองที่นั่งล่วงหน้าหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง โทร. 038 804 844 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.kantarybay-rayong.com/
14-05-24 14:59:03 | เปิดอ่าน 54 ครั้ง
Cape and Kantary Hotels
Minor Hotels, a hotel owner, operator and investor currently with a portfolio of 540 hotels and resorts in 56 countries across Asia Pacific, the Middle East, Europe, the Americas, Africa and the Indian Ocean, has announced the appointment of Lokesh Kumar as Vice President of Development for the Middle East. Lokesh brings over 23 years of strategic business leadership experience and a proven track record in managing owner and key government relationships whilst executing strategic public-private partnerships to maximise revenues and optimise costs. Lokesh joins Minor Hotels from his most recent management consulting role, where he demonstrated his prowess in developing tourism offerings along the 1,600 km Coral Highway from Jezan to NEOM, whilst creating futuristic hotel concepts for the tourism authority in the Kingdom of Saudi Arabia. He also offered feasibility and development strategies for mixed-use city development projects across multiple asset classes, including hospitality, commercial, residential and education. Additionally, Lokesh provided advisory services for operator selection and joint venture evaluation for a sovereign fund entity in KSA that aimed to develop 4,000 hotel rooms in key cities. His exceptional track record in managing key responsibilities of development, asset management and commercial with hospitality companies, including Movenpick, Unison Hotels and The Oberoi Group, puts him in an ideal position to drive Minor Hotels’ future growth initiatives and expansion in the Middle East. In his new role, Kumar will oversee development strategies and management of assets across Minor Hotels’ portfolio of hotels, including the Anantara, Avani, NH Hotels, NH Collection, Oaks and Tivoli brands. His expertise in business process enhancement will also contribute to commercial effectiveness across all the brands’ projects. “We are delighted to welcome Lokesh to Minor Hotels,” remarked Amir Golbarg, Senior Vice President of Middle East, Africa and India for Minor Hotels. “His sterling reputation in developing and managing strategic business operations across the GCC and India aligns seamlessly with Minor Hotels’ vision for our future. Lokesh’s astute thinking and expertise in the market will be invaluable as we move forward with our plans for the future.” Kumar added, “I am indeed privileged to join Minor Hotels. It’s an exciting time for the company, which has witnessed impressive growth in recent years. I’m eager to contribute to its continued success with new openings across the Middle East. The entrepreneurial approach of the company aligns with my professional goals and I look forward to working with the team to further accentuate growth.” Lokesh holds an MBA from the Lal Bahadur Shastri Institute of Management in India after completing hotel school at the Institute of Hotel Management, Goa. The group currently operates 25 hotels and resorts across five brands in the Middle East and has a strong pipeline of properties in multiple countries. Minor Hotels is committed to providing exceptional hospitality experiences to its guests and is focused on sustainable development and social responsibility.
13-05-24 17:33:25 | เปิดอ่าน 67 ครั้ง
MINOR HOTELS
จิบน้ำชายามบ่ายในสไตล์ช็อกโกบริส ณ ที แอนด์ ทิปเปิ้ล ปักหมุดกับสถานที่จิบน้ำชายามบ่ายสุดชิค พร้อมให้คุณได้มาเช็คอินก่อนใคร กับชุดน้ำชายามบ่ายช็อกโกบริส ณ ที แอนด์ ทิปเปิ้ล ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ตื่นตาตื่นใจพร้อมผ่อนคลายไปกับการดื่มด่ำความพรีเมียม ความอลังการชุดน้ำชายามบ่ายช็อกโกแลตโฮมเมด ทั้งการตกแต่งของร้านที่สวยงามในสไตล์โมเดิร์นทันสมัย เหมาะกับการถ่ายภาพและเช็คอินเป็นจุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดก่อนใคร ชุดน้ำชายามบ่ายช็อกโกบริส ที่รังสรรค์เมนูความอร่อยของช็อกโกแลตโดย เชฟฟรานเชสโก้ คาเมโร่ ไมโน หัวหน้าพ่อครัว เบเกอรีฝ่ายวิจัยและพัฒนาหลักสูตรเบเกอรี ลิ้มรสเมนูความอร่อยกับหลากหลายเมนูช็อกโกแลตกว่า 22 ชนิด อาทิ มาร์ชแมลโลว์เคลือบช็อกโกแลต, ส้มเชื่อมเคลือบช็อกโกแลต, ข้าวฟองโยเกิร์ตช็อกโกแลตบาร์, ถั่วแมคคาเดเมียมิลค์ช็อกโกแลตบาร์, ช็อกแลตมะพร้าวพาร์ลีน, อัลมอนด์ดาร์กช็อกโกแลตบาร์, ซัคเชอร์เค้ก, ขนมปังบริยอชช็อกโกแลตไส้ยูสุ เป็นต้น พร้อมทานคู่กับชาดอกไม้บานเลิศรส หรือชาจากฝรั่งเศส ,กาแฟรสชาติกลมกล่อม ชุดน้ำชายามบ่ายช็อกโกบริส เสิร์ฟสดใหม่ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14.00 น. - 17.00 น. ในราคาเพียงชุดละ 1,490 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน รวมกาแฟหรือชา (ราคานี้ไม่รวมอัตราภาษีและค่าบริการ) สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2100-1234 ต่อ 6792
13-05-24 16:31:28 | เปิดอ่าน 73 ครั้ง
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ
โรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ โดยคุณธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ ผู้ก่อตั้งเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ผู้บริหารบริษัท เกษมกิจ จำกัด และรองประธานกรรมการอำนวยการมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เดินหน้าจัดกิจกรรม “สานสัมพันธ์น้องพี่สามัคคีครอบครัวเดียวกัน” อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 ตลอดเดือนเมษายน – พฤษภาคม ปี 2567 โดยกิจกรรมท่องเที่ยวและทัศนศึกษานี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดโลกกว้างและสร้างเสริมประสบการณ์ใหม่ ๆ แก่เยาวชนกว่า 800 ชีวิตในหมู่บ้านเด็กโสสะ ทั้ง 5 แห่งทั่วประเทศของมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ ได้แก่ หมู่บ้านเด็กโสสะบางปู หาดใหญ่ หนองคาย เชียงราย และภูเก็ต คุณธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “ผมมีความยินดีและปลื้มปิติเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการมอบประสบการณ์อันล้ำค่าให้กับเยาวชนทุกคนในหมู่บ้านเด็กโสสะฯ เป็นปีที่ 13 ติดต่อกัน เรามองว่า ไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าการพาเด็ก ๆ ออกมาสัมผัสธรรมชาติ สร้างความทรงจำอันงดงามระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวร่วมกันแบบครอบครัวอย่างมีความสุขและสนุกสนาน ที่สำคัญคือ ทุกแรงสนับสนุนที่เราตั้งใจมอบให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางและกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงอาหารและห้องพักจากโรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จะกลายเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ ให้กับเยาวชนทุกคนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และพร้อมเป็นแรงสร้างสรรค์สังคมไทยให้มั่นคงยิ่งขึ้นในอนาคต” กิจกรรมท่องเที่ยวและทัศนศึกษาภาคฤดูร้อนของเยาวชนจากหมู่บ้านเด็กโสสะฯ ในครั้งนี้ เป็นการเดินทางแวะเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวและทำกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงของหมู่บ้านเด็กโสสะฯ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยมีเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ท่องเที่ยว ค่าอาหาร รวมถึงห้องพักของโรงแรมในเครือตลอดการเดินทางในครั้งนี้ ได้แก่ โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง, โรงแรมแคนทารี บีช เขาหลัก,โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ และโรงแรมแคนทารี โคราช กำหนดการกิจกรรมท่องเที่ยวและทัศนศึกษาภาคฤดูร้อน ประจำปี 2567 1) 28-30 เมษายน 2567 หมู่บ้านเด็กโสสะบางปู สมุทรปราการ จำนวน 183 คน เข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง 2) 28-30 เมษายน 2567 หมู่บ้านเด็กโสสะหาดใหญ่ สงขลา จำนวน 176 คน เข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารี บีช เขาหลัก 3) 29 เมษายน -1 พฤษภาคม 2567 หมู่บ้านเด็กโสสะหนองคาย จำนวน 157 คน เข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารี โคราช 4) 6-8 พฤษภาคม 2567 หมู่บ้านเด็กโสสะเชียงราย จำนวน 192 คน เข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ 5) 1-3 พฤษภาคม 2567 หมู่บ้านเด็กโสสะภูเก็ต จำนวน 148 คน เข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารี บีช เขาหลัก นอกจากนี้ คุณธีรวัลคุ์ ปังศรีวงศ์ พร้อมด้วย คุณพงศ์ศิษฏ์ ปังศรีวงศ์ และคุณพงศ์วรุตม์ ปังศรีวงศ์ เจ้าของธุรกิจกลุ่มโรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ยังได้เป็นตัวแทนมอบเงินบริจาคในนามเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ในปี 2567 เพิ่มเติมอีกเป็นจำนวน 400,000 บาท แก่มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อสนับสนุนการสร้างคุณภาพชีวิตและการศึกษาที่ดีขึ้นให้แก่เด็กและเยาวชนในหมู่บ้านเด็กโสสะฯ ทั่วประเทศ โดยมี พล.ต.ท.ดร.นรวัฒน์ เจริญรัชต์ภาคย์ ประธานกรรมการอำนวยการ มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ เป็นผู้รับมอบ สำหรับกิจกรรมของเยาวชนใน หมู่บ้านเด็กโสสะบางปู สมุทรปราการ ระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2567 นี้ ได้พาน้อง ๆ เข้าสักการะพระพุทธโสธร (หลวงพ่อโสธร) ณ วัดพระพุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมเพลิดเพลินกับการเรียนรู้ชีวิตสัตว์นานาชนิด ณ คาเฟ่ปางช้าง จ.ระยอง สนุกสนานเล่นน้ำทะเลที่หาดแม่รำพึง เยี่ยมชมอาคารนิทรรศน์พรรณพฤกษา (Flora Exhibition Hall) สัมผัสดินแดนขนมหวานที่เมืองพัทยา และเข้าพัก ณ โรงแรมแคนทารี เบย์ จังหวัดระยอง เป็นเวลา 2 คืน พร้อมสนุกสนานกับกิจกรรมการแสดงของน้อง ๆ และอิ่มหนำสำราญไปกับบุฟเฟ่ต์มื้ออร่อยโดยมีคุณศรชัย จำปาเรือง ผู้จัดการโรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง และคุณกิตติเดช คุ้มม่วง ผู้จัดการโรงแรมแคนทารี บ้านฉาง มาให้การต้อนรับน้อง ๆ และคณะกรรมการมูลนิธิเด็กโสสะฯ อย่างอบอุ่น “บอกเล่าความรู้สึกและคำขอบคุณจากน้อง ๆ หมู่บ้านเด็กโสสะฯ” น้องกอล์ฟ จากครอบครัวหมู่บ้านเด็กโสสะบางปู สมุทรปราการ กล่าวว่า “ขอขอบพระคุณ คุณลุงเป๊ก คุณธีระพงศ์ ท่านคณะกรรมการ คุณลุง GM และเจ้าหน้าที่ของโรงแรมแคนทารีเบย์ ระยอง ทุกท่าน เป็นอย่างสูง พวกเรารู้สึกซาบซึ้งและดีใจที่ได้มีโอกาสมาทัศนศึกษาที่จังหวัดระยองและพักที่โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยองในครั้งนี้ ทำให้พวกเราได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ ได้สร้างความสุข เสียงหัวเราะและรอยยิ้ม อันเป็นความทรงจำที่แสนล้ำค่าของพวกเราทุกคน ขอขอบพระคุณครับ” น้องอุ๊งอิ๊ง จากครอบครัวหมู่บ้านเด็กโสสะบางปู สมุทรปราการ กล่าวว่า “มาทัศนศึกษาที่ระยองมาหลายปีแล้วค่ะ แต่ก็ตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้มาเที่ยวทะเล มาพักที่โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง แห่งนี้ค่ะ ห้องพักสวยมาก ว่ายน้ำ เล่นน้ำ หนูสนุกมาก ๆ ค่ะ โปรแกรมเที่ยวที่จัดให้กับพวกหนู หนูและครอบครัว มีความสุขมาก ๆ ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ ให้หนูได้มาเที่ยวและมาพักที่โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยองอีกครั้ง” สามารถดาวน์โหลดภาพเพิ่มเติมได้ที่: https://drive.google.com/drive/folders/1KVMoAO9DpL7HmBnHHkGFJ72JdP6WdT9f?usp=sharing
13-05-24 11:41:25 | เปิดอ่าน 67 ครั้ง
Cape & Kantary Hotels
เป็นอีกหนึ่งเวทีการแข่งขันที่ได้รับความสนใจจากนักศึกษาทั่วประเทศ นั่นคือ การแข่งขัน Startup Thailand League 2024 ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นกิจกรรมประกวดโมเดลธุรกิจสตาร์ทอัพ (startup business model) สำหรับนักศึกษาทุกระดับทั้งปริญญาตรี โท และเอกทั่วประเทศ เพื่อขอทุนสนับสนุนจำนวน 50,000 บาทในการพัฒนา Prototype โดยได้รับสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วิทยาลัยดุสิตธานี หนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาด้านธุรกิจบริการชั้นแนวหน้าของไทยในเครือโรงแรมดุสิตธานี ก็ไม่พลาดโอกาสร่วมการแข่งขันครั้งนี้ เพราะถึงแม้ว่าวิทยาลัยดุสิตธานีจะมีชื่อเสียงเรื่องหลักสูตรทางด้านธุรกิจบริการ แต่ผู้สำเร็จการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโทก็จะได้รับวุฒิทางด้านบริหารธุรกิจ เนื่องจากวิทยาลัยดุสิตธานีไม่ได้ผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและทักษะมืออาชีพเข้าสู่อุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังมุ่งบ่มเพาะให้ผู้เรียนก้าวขึ้นสู่ระดับผู้บริหารและเป็นเจ้าของธุรกิจด้วย โดยเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้มีการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปหัวข้อ Startup ด้วยแนวคิด Lean Canvas และการอบรม Go To Market Strategy พร้อมทั้งจัดการแข่งขัน DTC Startup Thailand League 2024 ขึ้น เพื่อเฟ้นหาตัวแทนของวิทยาลัยทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโทเข้าร่วมการแข่งขันในระดับภูมิภาคต่อไป ซึ่งผลปรากฏว่า มีทีมที่ผ่านการคัดเลือกได้เป็นตัวแทนวิทยาลัยในการชิงชัยรอบภูมิภาครวม 5 ทีม ได้แก่ ทีมออมุกไก่ ทีม Grainlato ทีมเหล่าแม่ย้อยนักปฏิบัติการ ทีม Larimore และทีม Flowie Flowers วิทยาลัยดุสิตธานีส่งเสริมและสนับสนุนให้นักศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันที่ท้าทายนี้ ก็เพื่อให้นักศึกษามีทักษะและความรู้ที่จำเป็นต่อการเริ่มต้นธุรกิจนวัตกรรม รู้จักคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา การตัดสินใจ การนำเสนอ และการทำงานเป็นทีม โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเป็นเครื่องมือ นอกจากนี้นักศึกษายังจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ทั่วประเทศ อีกทั้งมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจนวัตกรรม อันจะเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการเริ่มต้นธุรกิจนวัตกรรมต่อไปในอนาคตด้วย สำหรับการแข่งขันในรอบภูมิภาคจะจัดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2567 ที่จะถึงนี้ ซึ่งไม่ว่าท้ายที่สุดแล้วนักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานีจะคว้าชัยชนะมาได้หรือไม่ แต่ประสบการณ์และเครือข่ายทางธุรกิจที่นักศึกษาจะได้รับก็ถือเป็นรางวัลที่ล้ำค่าแล้ว
12-05-24 21:38:22 | เปิดอ่าน 78 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
Together Is Better! With Special Promotion “Come 4 Pay 3”, You Can Enjoy a Mediterranean Buffet Dinner or International Buffet Dinner at 2 Properties of Cape & Kantary Hotels in Sriracha From now until 31 July 2024, 2 Properties of Cape & Kantary Hotels in Sriracha, Kantary Bay Hotel and Cape Racha Hotel welcome you to enjoy a special promotion, “Come 4 Pay 3” as a Together is better treat! The Orchard Restaurant at Kantary Bay Hotel, Sriracha, every Thursday (18:00-22:00 hrs.). Come and get your fill of delights, as an international buffet dinner brings together delicious favourites from all over the world, including Asian food, European food, along with a Salad bar corner, fresh Pasta and Sushi plus a variety of desserts. Available for 650++ Baht per person. (Children under 12 years old receive a 50% discount) For a reservation or more information, please contact Kantary Bay Hotel, Sriracha Tel. 038-771-365 or www.kantarybay-sriracha.com. Le Marin Restaurant, Cape Racha Hotel, Sriracha, is offering a Mediterranean Buffet Dinner with a feast of fresh seafood, roast meat, healthy salads and many more delicacies. Available for 600++ Baht per person. (Children under 12 years old receive a 50% discount) For reservations or more details, please contact Cape Racha Hotel, Sriracha on Tel: 038-314-288 or visit our website at: www.caperacha.com. * Cape & Kantary Hotels reserves the right to make any relevant changes to this promotion which will be announced in advance via hotel’s communication channel.
10-05-24 16:36:23 | เปิดอ่าน 76 ครั้ง
Cape and Kantary Hotels
ชาวศรีราชามีเฮ! พลาดไม่ได้กับบุฟเฟ่ต์ โปรเด็ดสุดคุ้ม “มา 4 จ่าย 3!” จาก 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ 1 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2567 ห้องอาหาร ดิ ออร์ชาร์ด และ ห้องอาหารเลอ มาแรงน์ จาก 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ในเมืองศรีราชา จัดโปรโมชั่นเอาใจคนรักบุฟเฟ่ต์ พลาดไม่ได้กับโปรเด็ด “มา 4 จ่าย 3” ชวนเพื่อนมาอร่อยแบบจัดเต็ม ยิ่งเยอะยิ่งคุ้ม! ห้องอาหาร ดิ ออร์ชาร์ด โรงแรมแคนทารี เบย์ ศรีราชา ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 18.00 – 22.00 น. อิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำ ที่ยกขบวนเมนูความอร่อย ทั้งอาหาร เอเชีย ยุโรป พร้อมมุมสลัดบาร์ มุมพาสต้าปรุงสดใหม่ทุกจาน มุมซูชิ ที่คัดสรรวัตถุดิบระดับพรีเมี่ยม พร้อมเพลิดเพลินกับคาราวานขนมหวานและเค้กนานาชนิด ราคาเพียง 650++บาท ต่อท่าน (สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา) สำรองที่นั่งล่วงหน้า หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ห้องอาหาร ดิ ออร์ชาร์ด โรงแรมแคนทารี เบย์ ศรีราชา โทร. 038-771-365 หรือ www.kantarybay-sriracha.com ห้องอาหารเลอ มาแรงน์ โรงแรมเคปราชา ศรีราชา ทุกวันศุกร์ เวลา 18.00 – 22.00 น. ขอเชิญชวนทุกท่านเพลิดเพลินกับบุฟเฟ่ต์สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน อิ่มอร่อยกับอาหารทะเลสดใหม่ พร้อมมุมสลัดบาร์ ผลไม้ และของหวานนานาชนิด รังสรรค์ความอร่อยจากเชฟมืออาชีพระดับโรงแรมชั้นนำ ในราคาเพียง 600++บาท ต่อท่าน (เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา) สำรองที่นั่งล่วงหน้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ห้องอาหารเลอ มาแรงน์ โรงแรมเคปราชา ศรีราชา โทร. 038-314-288 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์: www.caperacha.com * โรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไข โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางช่องทางการติดต่อสื่อสารของโรงแรมฯ
10-05-24 16:28:24 | เปิดอ่าน 104 ครั้ง
Cape and Kantary Hotels
อุปนายก TSPCA ลงพื้นที่ช่วยเหลือสัตว์ วันที่ 6 พฤษภาคม 2567 รศ.นุชทิพย์ บรรจงศิลป์ อุปนายกสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) พร้อม ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล และคณะ ลงพื้นที่จังหวัด นนทบุรี และราชบุรี เพื่อมอบอาหารในการช่วยเหลือสัตว์ต่างๆ ในการอุปถัมภ์ของสมาคมฯ รศ.นุชทิพย์ บรรจงศิลป์ เปิดเผยว่า สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ได้ดำเนินโครงการบ้านอุปถัมภ์ โดยมีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสัตว์จรจัด 2. เพื่อเป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือระหว่างผู้เลี้ยงสัตว์จรจัดกับผู้ประสงค์จะอุปการะสัตว์จรจัด 3. เพื่อแบ่งเบาภาระและความรับผิดชอบของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์จรจัด 4. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการอุปการะสัตว์จรจัด 5. เพื่อให้สัตว์จรจัดได้มีคุณภาพที่ดีในการจัดสวัสดิภาพ 6.เพื่อเป็นการช่วยเหลือภาครัฐลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสาธารณสุขชุมชน สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้ให้การสนับสนุนอาหารและเวชภัณฑ์ สมาคมฯ ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องดูแลช่วยเหลือกว่า 20 แห่ง ในหลากหลายของพื้นที่และบริบทสภาพปัญหาที่แตกต่างกัน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านอาหารและเวชภัณฑ์ ช่วยเหลือบรรเทาปัญหาในสถานพักพิงได้ระดับหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้วก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ซึ่งปัญหาที่ต้นเหตุคือ ความรับผิดชอบของผู้เลี้ยงสัตว์นั่นเอง เมื่อไม่ต้องการเลี้ยงสัตว์ของตนก็นำสัตว์มาทิ้ง เกิดปัญหาทำให้ผู้มีความเมตตาเก็บสัตว์ เหล่านี้มาช่วยเหลือดูแล ดีกว่าปล่อยให้สัตว์เหล่านั้นหิวกระหายหรือเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร ซึ่งในสถานพักพิงสัตว์ต่างๆ เหล่านั้นไม่ใช่เพียงแต่สมาคมฯ ที่ให้การช่วยเหลือสนับสนุน แต่ก็มีหลายองค์กร มูลนิธิและประชาชนผู้ที่มีจิตเมตตาให้การช่วยเหลือสนับสนุนกันอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากอาหารและเวชภัณฑ์แล้ว การจัดสถานที่ให้สัตว์ได้มีสวัสดิภาพที่ดีก็เป็นเรื่องสำคัญ ของการพัฒนาและยกระดับคุณภาพของสุนัขจรจัดในสถานพักพิงได้ ซึ่งที่ผ่านมา สมาคมฯ มีแผนยกระดับในการพัฒนาบ้านอุปถัมภ์ ให้ได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยจะดำเนินการบูรณาการแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านการจัดสวัสดิภาพสัตว์ และเพื่อไม่ให้ผู้อุปการะเลี้ยงดูสัตว์จรจัดในสถานที่พักพิงเหล่านี้ ได้รับผลกระทบมากเกินไป จนเสียความตั้งใจที่ มุ่งมั่น ทุ่มเท ดูแลสัตว์เหล่านั้นด้วยความเมตตามาตลอด โดยสมาคมฯ จะมีแผนการดำเนินการจัดกลุ่มในการพัฒนา เช่น ระดับดีเยี่ยม เป็นบ้านอุปถัมภ์ต้นแบบ ระดับดี ให้การช่วยเหลือเตรียมพัฒนาเป็นบ้านอุปถัมภ์ต้นแบบ ระดับพอใช้ให้การช่วยเหลือและพัฒนาให้ตรงตามเกณฑ์มาตรฐาน และระดับเร่งการพัฒนาการช่วยเหลือ เป็นต้น โดยเริ่มแบ่งเป็น 4 ระยะการดำเนินการ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 เริ่มดำเนินการ แต่งตั้งคณะทำงานและพัฒนาหลักเกณฑ์เพื่อสอดคล้องกับกฎหมายและหลักวิชาการที่กำหนด ระยะที่ 2 การติดตามประเมินผล โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามประเมินผลจากองค์กรภายนอกเพื่อความโปร่งใส และได้มาตรฐานตามหลักวิชาการ ระยะที่ 3 การพัฒนา จัดให้มีการลงนาม MOU บ้านอุปถัมภ์ร่วมกับสมาคมฯ มีแผนให้การช่วยเหลือด้านทรัพยากร การบริการด้านสัตวแพทย์ในบางกรณี เช่น การทำหมัน ฉีดวัคซีน อาหาร เวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ รวมทั้งวิชาการด้านการบริหาร จัดการต่าง ๆ ระยะที่ 4 การรายงานผล โดยนำผลการดำเนินงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และใช้เป็นต้นแบบของสถานสงเคราะห์สัตว์ที่ได้รับการอุปถัมภ์จากองค์กรภาคเอกชน ที่ได้รับรองมาตรฐานวิชาการและปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทุกอย่างต้องเริ่มต้นเพื่อการยกระดับมาตรฐานและการพัฒนาที่ต่อเนื่องยั่งยืน ด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สัตว์มีสวัสดิภาพที่ดี และลดปัญหาการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร และที่สำคัญเพื่อสร้างสังคม ชุมชน ให้น่าอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ตามแนวทางสันติวิธี ต่อไป
10-05-24 16:15:36 | เปิดอ่าน 107 ครั้ง
Cape and Kantary Hotels
วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันอุดมศึกษาเอกชนชั้นนำทางด้านธุรกิจบริการ ในเครือโรงแรมดุสิตธานี จัดหลักสูตร เข้ากับยุคสมัย เทรนด์ใหม่มาแรง ได้แก่หลักสูตร “เปิดร้านแนวผสมผสาน” โดยเป็นคาเฟ่กลางวันและบาร์กลางคืน ถ้าจะกล่าวถึง “คาเฟ่” นั้นคือ ร้านที่ให้บริการเครื่องดื่มแนวชาและกาแฟซึ่งมีการตกแต่งด้วยบรรยากาศเงียบสงบเพื่อให้เข้ากับการมานั่งดื่มกาแฟที่มีรสชาติกลมกล่อม ซึ่งเมนูหลักของคาเฟ่จะเน้นไปที่ชาและกาแฟเป็นหลักมากกว่าจะเป็นอาหาร หากเป็นคาเฟ่ก็มักจะมีอาหารกินเล่นแบบง่าย ๆ ไม่ใช่อาหารจานหลัก ส่วน “บาร์” นั้นเป็นสถานที่ขายเครื่องดื่มที่มีแฮลกอฮอล์ เปิดบริการตอนค่ำถึงดึก โดยมีเคาเตอร์บาร์ยาว ๆ มีพนักงานเสิร์ฟบริการอยู่หลังบาร์ เปิดเพลงดัง ๆ ทันสมัยเหมาะกับคนวัยหนุ่มสาว วัยทำงาน เนื้อหาของหลักสูตรนี้จะทำให้ผู้เรียนเข้าใจรูปแบบของ Mixed Concepts Restaurant ได้เรียนรู้ปัจจัยที่ควรคำนึงถึงในการพัฒนารูปแบบร้าน การพัฒนาวางแผนเมนูอาหารและเครื่องดื่ม การจัดวางกำลังคนให้เหมาะสม การคาดคะเนกำไรขาดทุนเพื่อใช้ในการพิจารณาก่อนเปิดธุรกิจ หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจภัตตาคาร และร้านอาหาร ผู้จัดการแผนกจัดซื้อขององค์กร ที่ทำธุรกิจด้านภัตตาคารและร้านอาหาร และผู้ที่สนใจเปิดร้านอาหารและอยากทราบว่าควรเริ่มต้นอย่างไร โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิคุณมธุรส วงศ์ประดู่ Kitchen & Restaurant Management Specialist & Consultant ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญการวางระบบครัวและภัตตาคาร มากว่า 15 ปี โดยจัดขึ้นวันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม 2567 เวลา 13.00 - 16.00 น. (ช่วงบ่าย 3 ชั่วโมง) สถานที่ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ [QSNCC] โดยมีค่าใช้จ่ายท่านละ 2,100 บาท หมายเหตุ: ราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เอกสารประกอบการสอน และวัตถุดิบ (สำหรับคอร์สทำอาหาร) เรียบร้อยแล้ว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโปรแกรม กรุณาติดต่อแผนกฝึกอบรมสำหรับบุคคลทั่วไป วิทยาลัยดุสิตธานี โทร.0-2721-8469-70 หรืออีเมล [email protected]
10-05-24 11:34:23 | เปิดอ่าน 95 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
ร่วมสรรค์สร้างความทรงจำที่งดงามกับงานแต่งในฝันที่คุณสามารถเลือกได้ด้วยตัวคุณเอง ณ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท พร้อมด้วยแพ็กเกจงานแต่ง เริ่มต้นเพียง 350,000 บาท พร้อมด้วยข้อเสนอสุดพิเศษจากพาร์ทเนอร์มืออาชีพ ตอบโจทย์ครบจบในที่เดียว โปรโมชั่นพิเศษนี้ คุณจะได้รับห้องจัดงานดีไซน์สุดหรู พร้อมด้วยเค้กแต่งงานเพิ่มความหวาน ละมุนละไมให้บ่าวสาว หรือจะเลือกรับเป็นแชมเปญทาวเวอร์ เพิ่มความสนุก สดใส ให้คู่รัก นอกจากนี้ยังมีห้องพักไว้สำหรับบ่าวสาวในคืนวันสำคัญอีกด้วย ในค่ำคืนของวันพิเศษทางโรงแรมยังมีบริการซอฟท์ดริ้งค์แบบไม่อั้น รวมไปถึงระบบแสงและเสียงมาตรฐานพร้อมจอ LED ขนาดใหญ่คอยบริการ ทีมงานมืออาชีพของทางโรงแรมที่พร้อมให้คำแนะนำ และช่วยเนรมิตงานวิวาห์ในฝันของคุณให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด พาร์ทเนอร์ของทางโรงแรมประกอบไปด้วย Colorful Wedding, LAMOON, Wedding B Planner, Match Me, Present Simple Wedding Et Cetera และ Manita. รับข้อเสนอสุดพิเศษนี้โดยจองก่อนวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 และวางแผนงานแต่งงานของคุณภายในวันที่ 30 กันยายน 2567 สามารถเลือกชมข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่: https://qrco.de/bevwzd ข้อกำหนดและเงื่อนไขเพิ่มเติม • ชำระเงินมัดจำ 100,000 บาท ณ วันที่ทำการจอง (เงินมัดจำดังกล่าว ไม่สามารถขอรับเงินคืนได้) • โปรโมชั่นนี้ ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆ ได้ • สิทธิพิเศษนี้ ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ • โรงแรมขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด และเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สอบถามข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย กรุณาติดต่อ 02 090 7888 หรืออีเมล์ [email protected]
10-05-24 09:20:43 | เปิดอ่าน 92 ครั้ง
Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit
โรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ ชวนคุณออกเดินทาง พักผ่อนคลายร้อน ในราคาสุดพิเศษกับแพ็กเกจ ‘Summer Splash’ เริ่มต้นเพียง 3,999++ บาทต่อห้องต่อคืน สำหรับห้องพักประเภทสตูดิโอ ดีลักซ์ สวีท รวมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน พร้อมด้วยสิทธิพิเศษอีกมากมาย อาทิ ฟรีเครื่องดื่ม 2 แก้วที่ เดอะ คอฟฟี่ คลับ และเลทเช็กเอาท์จนถึง 14.00 น. สัมผัสความผ่อนคลายที่สระว่ายน้ำและออนเซ็นญี่ปุ่น ที่ซึ่งเงียบสงบใจกลางเมืองกรุงเทพฯ พร้อมเพลิดเพลินไปกับกิจกรรม The Social Night ที่เสิร์ฟเครื่องดื่มและของทานเล่นฟรี ทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ เวลา 17.30-18.30 น. และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย ให้คุณมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับประสบการณ์การเข้าพักที่แสนสะดวกสบายเสมือนอยู่บ้าน เมื่อเข้าพักที่โรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ สามารถสำรองห้องพักและเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 พฤษภาคม 2567 สอบถามข้อมูลหรือสำรองห้องพักได้ที่เบอร์โทรศัพท์ +66 2 059 8999 หรืออีเมล [email protected] หรือจองตรงที่เว็บไซต์ www.staybridge.com/Thonglor
09-05-24 16:10:05 | เปิดอ่าน 120 ครั้ง
Staybridge Suites Bangkok Thonglor
เสิร์ฟเมนูจานเด่นติดดาวจากแคว้นบาสก์ถึงมือคุณ ณ บาสก์ กริล (Basque Grill) ชั้น 54 ห้องอาหารอูโนมาส หากเอ่ยถึงดินแดนที่อุดมไปด้วยขุมทรัพย์ของวัตถุดิบชั้นเลิศของสเปน แคว้นบาสก์ คืออีกหนึ่งที่ที่ได้รวบรวมวัตถุดิบชั้นเลิศเหล่านั้น รวมไปถึงการปรุงอาหารในสไตล์บาสก์ เชฟโรแบร์โต้ กอนซาเลซ อลอนโซ หัวหน้าพ่อครัวสเปน ขอนำทุกท่านร่วมเดินทางสู่ดินแดนความอร่อยที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงฯ ณ บาสก์ กริล (Basque Grill) ชั้น 54 ห้องอาหารอูโนมาส โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ อาณาจักรด้านอาหารที่อุดมไปด้วยวัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมียมที่ผ่านการคัดสรรจากแหล่งที่มาที่ดีที่สุด พร้อมนำมาบรรจงรังสรรค์ปรุงแต่งแบบดั้งเดิมด้วยเทคนิคการปรุงอาหารแบบที่ใช้กองไฟจากเตาถ่านยักษ์ในการรังสรรค์เมนูแต่ละจาน พร้อมปลุกประสาทรับรส รับกลิ่น รสชาติและเนื้อสัมผัสอันทรงพลังไปกับเมนูไฮไลท์ที่คุณไม่ควรพลาด เนื้อวัวสเปนเอล คาปริโช (El Capricho Chuleton) ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง (Txogixu Txistorra sausages) ไส้กรอก (Grilled turbot) ปลาเทอร์บอทย่าง ที่หาทานได้ยากจากท้องทะเลลึก (Kokotxas pil pil) คางปลาค็อด พิล พิล (Irresistible Basque cheese cake) เค้กชีสบาสก์ ที่คุณจะหลงใหลในความอร่อยแบบไม่รู้ตัว และเมนูอื่นๆอีกมากมาย พร้อมจับคู่กับไวน์จากแคว้นบาสก์ และไวน์จากทั่วทุกแคว้นต่างๆของสเปน บาสก์ กริล (Basque Grill) ณ ห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 23.00 น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2100-6255 หรือ อีเมล์: [email protected]
09-05-24 15:18:44 | เปิดอ่าน 97 ครั้ง
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ
กรุงเทพ, 8 พฤษภาคม 2567: ประเทศไทยได้สร้างตัวเองให้เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้สร้างภาพยนตร์จากฮอลลีวูดและนานาชาติ โดยใช้ประโยชน์จากโลเคชั่นอันสวยงามเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น โดย Mother of the Bride หนังโรแมนติกคอมเมดี้อเมริกันที่กำกับโดยมาร์ค วอเตอร์ส ซึ่งถ่ายทำที่ อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท และ อนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต วิลล่าส์ ของกลุ่มโรงแรม ไมเนอร์ โฮเทลส์ เมื่อไม่นานมานี้ ได้ชูเสน่ห์อันโดดเด่นของประเทศไทยไว้อย่างสวยงาม ในปี ค.ศ. 2022 ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้ประกาศมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับนักแสดงชาวต่างชาติที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศเป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อสร้างแรงจูงใจและดึงดูดให้มีการใช้ประเทศไทยเป็นสถานทีถ่ายทำพร้อมมาตรการการคืนเงิน หรือ Cash Rebate สูงสุดร้อยละ 20 ของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในประเทศ จังหวัดภูเก็ตได้กลายเป็นโลเคชั่นสำคัญสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ซึ่งหน่วยงานทั้งด้านการท่องเที่ยว ภาครัฐ และธุรกิจในท้องถิ่น ต่างมีความมั่นใจว่ามาตรการเหล่านี้ จะส่งผลดีต่อทุกภาคส่วน ทั้งในแง่ของจำนวนนักท่องเที่ยว และการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จากนั โปรดักชั่นระดับนานาชาติอย่าง Mother of the Bride และซีรีส์ยอดนิยมเรื่อง The White Lotus ซึ่งต่างเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำ Mother of the Bride ซึ่งมีกำหนดฉายทาง Netflix ในวันที่ 9 พฤษภาคม ก่อนวันแม่สากล นำแสดงโดยดาราระดับตำนาน บรุก ชีลส์, มิรันดา คอสโกรฟ และเบนจามิน แบรตต์ โดยเป็นเรื่องราวของ ลาน่า คุณแม่ผู้ที่ลูกสาววางแผนจัดงานแต่งในประเทศไทย จนเกิดงานแต่งอันว้าวุ่นเมื่อคุณพ่อของเจ้าบ่าวเป็นรักครั้งแรกของลาน่าที่มีอันต้องพรากจากกันไปนาน วิลเลียม ไฮเน็ค ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นแขกรับเชิญในภาพยนตร์เรื่องนี้ กล่าวด้วยความกระตือรือร้นว่า “ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ปรากฏการณ์ 'set-jetting' หรือการท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ ที่นักท่องเที่ยวออกเดินทางมาตามรอยสถานที่ถ่ายทำหนัง ซีรีส์ หรือรายการทีวี เรื่องโปรด เราจึงมีเป้าหมายในการโปรโมทประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของภาพยนตร์ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจในท้องถิ่น และผลประโยชน์ที่จับต้องได้ให้กับทีมงานฝ่ายผลิตทั้งในด้านต้นทุนและประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อประเทศไทยประสบความสำเร็จ เราทุกคนถือว่าประสำความสำเร็จด้วยเช่น”
08-05-24 15:23:54 | เปิดอ่าน 105 ครั้ง
MINOR HOTELS
ห้องอาหารคูลลิ่ง ทาวน์เวอร์ รูฟท็อป บาร์ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท ชวนคุณพุ่งตัวมาลิ้มลองพาสต้าจานร้อน กลิ่นหอมกรุ่น เมนูดี เมนูเด็ดประจำเดือน พาสต้าเส้นแบบอัลเดนเต้ ลวกสุกกำลังดี คลุกเคล้าด้วยครีมซอสเห็ดทรัฟเฟิล โรยหน้าด้วยเชดดาร์ชีส อบให้ได้สีเหลืองทองเพื่อเพิ่มอรรถรส และหน้าตาที่สวยงามชวนรับประทาน พาสต้าจานร้อนถูกเสิร์ฟมาพร้อมไข่ออนเซ็นและพรัคแฮมช่วยชูรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น เชฟใหญ่ของห้องอาหาร คัดสรรส่วนผสมและวัตถุดิบให้ออกมาลงตัวและเข้ากันให้ได้มากที่สุด เชฟเลือกดึงองค์ประกอบเด่นอย่างครีมซอสเห็ดทรัฟเฟิลส่วนผสมหลักของจาน นำมาทานคู่กับพาสต้าที่ลวกมาอย่างดี กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเส้นพาสต้า กับความหอมละมุนของครีมซอสทรัฟเฟิล เมื่อทานคู่กันจะได้ทั้งกลิ่นที่คละคลุ้งกันอยู่ในกระพุ้งแก้ม ได้ความกรึบแบบพอดีๆ ของเส้นพาสต้า ตัดรสชาติด้วยความเค็มนิดๆ จากชีสและพรัคแฮม พาสต้าจานนี้ไม่เพียงแต่จะให้ความอร่อย แต่ยังสร้างความประทับใจในมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี ราคาจานละ 440 บาท++ พร้อมให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน 2567 ห้องอาหารคูลลิ่ง ทาวน์เวอร์ รูฟท็อป บาร์ ชั้น 34 โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 17:00 น. – 24:00 น. Happy Hour ให้บริการตั้งแต่เวลา 17:00 น. – 18:30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อ 02 090 7888 หรืออีเมล์ [email protected]
08-05-24 11:20:31 | เปิดอ่าน 98 ครั้ง
Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit
Thailand has established itself as the go-to destination for Hollywood and international filmmakers, leveraging its stunning locales to boost tourism and support the local economy. Highlighting Thailand’s allure is the recent production of Mother of the Bride, an American romantic comedy directed by Mark Waters which was shot at Anantara Layan Phuket Resort and Anantara Mai Khao Phuket Villas, both operated by Minor Hotels. In 2022, the Thai government took a bold step to waive personal income tax for foreign talent for five years, augmenting an already attractive film incentive system. Since then, the programme was further enhanced to offer foreign film productions a cash rebate of up to 20%, with Phuket emerging as a prime location for shooting overseas films. Tourism authorities, the government and local businesses are confident that this investment will pay dividends, anticipating a surge in visitor numbers and a significant uptick in spending, as international productions like Mother of the Bride, introduce Thailand to new audiences. Set to premiere on Netflix on May 9th, just ahead of international Mother’s Day, Mother of the Bride starring Brooke Shields, Miranda Cosgrove and Benjamin Bratt, narrates the tale of Lana, whose daughter Emma’s return from overseas with news of her impending destination wedding in Thailand. This sets off a chain of comedic events—especially since Lana is set to marry her ex’s son. William Heinecke, Founder and Chairman of Minor International, who makes a cameo in the film, shared his enthusiasm: “Thailand is skilfully tapping into the ‘set-jetting’ phenomenon, where tourists flock to locations featured in films and TV shows. Our goal is to showcase Thailand as a vibrant cinematic hub that enriches the local economy while offering tangible benefits to production teams in terms of cost and efficiency. When Thailand thrives, we all benefit.”
08-05-24 10:46:12 | เปิดอ่าน 62 ครั้ง
MINOR HOTELS
วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันอุดมศึกษาเอกชนชั้นนำทางด้านธุรกิจบริการ ในเครือโรงแรมดุสิตธานี จัดหลักสูตร “การออกแบบร้านอาหาร คาเฟ่” ความแตกต่างระหว่างร้านอาหารและคาเฟ่ นั่นคือ “ร้านอาหาร” หมายถึง ร้านที่บริการขายอาหารจานหลักเพื่อความอิ่มอร่อยเป็นสำคัญ โดยจะมีตั้งแต่อาหารจานเดียว ไปจนถึงอาหารพิเศษอย่างสเต็ก สลัดผัก และของกินเล่นมากมายหลายอย่างที่เป็นอาหารคาว จะไม่ค่อยมีอาหารที่เป็นของหวานเท่าไหร่ในเมนูร้าน ยกเว้นพวกเครื่องดื่มง่าย ๆ อย่างชา กาแฟ น้ำอัดลม และน้ำผลไม้เท่านั้น “คาเฟ่” เป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม โดยทั่วไปคาเฟ่จะไม่จำหน่ายเครื่องที่มีแอลกอฮอล์ จะเน้นไปที่เครื่องดื่มประเภท กาแฟ ชา หรือ ซ็อกโกแล็ต และอาจมีอาหารว่าง ซุป แซนด์วิด ขนมอบ และขนมหวานที่เสิร์ฟเคียงกับเครื่องดื่ม เช่น เค้กหรือคุกกี้ไว้บริการด้วย เนื้อหาของหลักสูตรนี้จะทำให้ผู้เรียนเข้าใจในการหาโลเคชั่นเพื่อเปิดร้านอาหาร หรือคาเฟ่ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากในการเรียกลูกค้า การตกแต่งภายใน และการสร้างความดึงดูดให้กับร้านอาหาร โดยเหมาะสำหรับผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจภัตตาคาร และร้านอาหาร ผู้จัดการแผนกจัดซื้อขององค์กร ที่ทำธุรกิจด้านภัตตาคารและร้านอาหาร และผู้ที่สนใจเปิดร้านอาหารและอยากทราบว่าควรเริ่มต้นอย่างไร โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิคุณมธุรส วงศ์ประดู่ Kitchen & Restaurant Management Specialist & Consultant ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญการวางระบบครัวและภัตตาคาร มากว่า 15 ปี โดยจัดขึ้นวันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม 2567 เวลา 09.00 - 12.00 น. (ช่วงเช้า 3 ชั่วโมง) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ [QSNCC] โดยมีค่าใช้จ่ายท่านละ 2,100 บาท หมายเหตุ: ราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เอกสารประกอบการสอน และวัตถุดิบ (สำหรับคอร์สทำอาหาร) เรียบร้อยแล้ว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโปรแกรม กรุณาติดต่อแผนกฝึกอบรมสำหรับบุคคลทั่วไป วิทยาลัยดุสิตธานี โทร.0-2721-8469-70 หรืออีเมล [email protected]
08-05-24 08:41:56 | เปิดอ่าน 83 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
ร่วมค้นพบความอร่อยชั้นเลิศจากวัตถุดิบอันล้ำค่ากับ “อาร์ติโชคและเห็ดทรัฟเฟิล” ณ ห้องอาหารเรดสกาย โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เชฟลูก้า รุสโซ่ หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหารเรดสกาย ชั้น 55 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ได้บรรจงเนรมิตรรังสรรค์ความอร่อยเมนูเลิศรสประจำฤดูกาล ด้วยการหยิบยกวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียมชั้นดีรวมถึงคุณประโยชน์มากมายอย่าง อาร์ติโชคและเห็ดทรัฟเฟิล อัญมณีสุดล้ำค่าที่คู่ควรให้คุณได้ลิ้มลอง ยกระดับความอร่อยกับเมนูประจำฤดูกาลกับเมนูจานเด่นที่ผ่านการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน อาทิ อาร์ติโชคสไตล์โรมันเสิร์ฟพร้อมชีสฟองดูว์ ราคา 850 บาท++, สลัดอาร์ติโชคสด และปูยักษ์สีส้มเสิร์ฟพร้อมผักสลัดออร์แกนิกจากฟาร์มของโรงแรมฯ ราคา 1,050 บาท ++, ปลาเทอร์บอตย่างครีมหัวคื่นช่ายฝรั่งเสิร์ฟพร้อมอาร์ติโชคและเห็ดทรัฟเฟิล ราคา 1,950 บาท ++, อาร์ติโชคสย่างเสิร์ฟพร้อมครีมถั่วหวานและหมูแพนเซตต้ากรอบ ราคา 950 บาท++ และพาสต้าปาชเชรีล็อบสเตอร์เสิร์ฟพร้อมอาร์ติโชคกรอบและซอสล็อบสเตอร์ ราคา 2,250 บาท ++ (ราคานี้ไม่รวมอัตราภาษีและค่าบริการ) เติมเต็มมื้ออาหารสุดพิเศษชมวิวมหานครกลางกรุงฯแบบ 360 องศา อันตระการตา และสัมผัสกับหลากหลายเมนูจานเด่นสุดพิเศษประจำห้องอาหารอีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้ - 31 พฤษภาคม 2567นี้ ณ ห้องอาหารเรดสกายชั้น 55 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 01.00 น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร 02-100-6255 หรือ E-mail: [email protected]
07-05-24 17:51:10 | เปิดอ่าน 112 ครั้ง
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ
นางสาวสุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) เผยถึงความคืบหน้าในการเตรียมจัดงานฯ ปีนี้ว่า จากทั้งสัญญาณการท่องเที่ยวที่ดีต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 67 และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติล่าสุดที่สูงเกิน 11.29 ล้านคนแล้ว โดยนักท่องเที่ยวจีนยังเป็นอันดับ 1 โดยมีจำนวนสูงถึง 1,920,039 คน ยังไม่รวมนักท่องเที่ยวจากจีนที่เข้ามาเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์อีก 395,830 คน และคาดว่าจะบรรลุเป้าหมายของทั้งปีที่ ททท. กำหนดไว้ที่ 35 ล้านคน นอกจากนั้นยังได้รับการส่งเสริมจากนโยบายภาครัฐที่ต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกจากการเป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนาและการประชุมระดับโลก การเพิ่มเที่ยวบินจากเส้นทางการบินระหว่างประเทศมาไทย รวมถึงการประกาศให้เป็น "Golden Year of Tourism" ในปี 2568 เพื่อเน้นย้ำกระแสการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยได้เตรียมจัดอีเวนท์สำคัญระดับโลกและนำเสนอศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร และแฟชั่น ฯลฯ สู่สายตาชาวโลก ดังนั้น อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย จึงได้รวมมือกับพันธมิตรขยายขอบเขตการจัดงาน Food & Hospitality Thailand พร้อมยกระดับการจัดงานเป็น Thai Tourism & Hospitality Week ถือเป็นแรงสนับสนุนของภาพเอกชนที่จะช่วยสร้างความคึกคักและร่วมพัฒนาภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทยให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากแผนงานดังกล่าวที่ได้สื่อสารกับกลุ่มผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้การจัดงานฯ ในปีนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยข่าวดีล่าสุดของการจัดงานครั้งนี้ คือ การได้รับความสนใจจาก 2 งานแสดงสินค้าใหญ่ Hotel & Shop Plus และ Hotelex จากประเทศจีนที่จะมาเข้าร่วมในการจัดงานครั้งนี้ด้วย โดย Hotel & Shop Plus Thailand จะเป็นงานแสดงสินค้าชั้นนำสำหรับโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ที่รวบรวมซัพพลายเออร์ชั้นนำที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบภายนอกและภายใน ระบบโรงแรมอัจฉริยะ การตกแต่งและแสงสว่าง โดยครั้งนี้เป็นปีที่ 2 ของการร่วมจัดงาน ส่วน Hotelex Thailand นั้น เป็นงานที่นำเสนอโซลูชั่นของภาคธุรกิจโรงแรมและการจัดเลี้ยง อาทิ อุปกรณ์สำหรับงานจัดเลี้ยงและเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร โดย Hotelex Thailand นั้น เป็นการร่วมจัดงานครั้งแรกในประเทศไทย ดังนั้น Thai Tourism & Hospitality Week จึงมีความยิ่งใหญ่และครบวงจรจากการผสานจุดเด่นของทั้ง 3 งาน เป็นการพัฒนาการจัดงานไปสู่การเป็นศูนย์กลางการสร้างเครือข่ายและการสำรวจเทรนด์ใหม่ๆ ของอุตสาหกรรมอาหารและการบริการ ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยการเติบโตได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืน พร้อมทั้งส่งเสริมให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานด้านธุรกิจบริการและการท่องเที่ยวของภูมิภาคอีกด้วย ในส่วนของงาน Food & Hospitality Thailand 2024 มีการจัดแบ่งโซนการจัดแสดงสินค้า 8 โซน ประกอบด้วย อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Drinks) คาเฟ่และเบเกอรี่ (Café & Bakery) เครื่องใช้สำหรับธุรกิจบริหาร (Hospitality Style) เทคโนโลยีสำหรับธุรกิจบริการ (Hospitality Technology) อุปกรณ์สำหรับธุรกิจอาหาร (Foodservice Equipment) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (Sips & Spirits) ร้านค้าปลีก (Shop & Retail) อุปกรณ์และเครื่องใช้สำหรับทำความสะอาด (Cleaning Supplies & Equipment) รวมถึงกิจกรรมการแข่งขัน และสัมมนาสำหรับคนในวงการเพื่ออัปเดทเทรนด์ใหม่ๆ และความรู้ เพื่อต่อยอดธุรกิจ งาน Food & Hospitality Thailand 2024 เป็นงานแสดงสินค้าสำหรับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและการบริการที่ครบวงจรที่สุดของภูมิภาค โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 สิงหาคม 2567 ณ ฮอลล์ 1-4 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ข้อมูลรายละเอียดการจัดงานสามารถเข้าชมและติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.fhtevent.com Facebook : Food & Hospitality Thailand
07-05-24 14:23:47 | เปิดอ่าน 108 ครั้ง
The Red Communication
เตรียมตะเกียบให้พร้อม! งาน Japanese Food Festival ซึ่งจะจัดขึ้น ณ ห้องอาหารแคลิฟอร์เนีย สเต็ก โรงแรมคลาสสิค คามิโอ ศรีราชา ในวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2567 นี้ จะยกทัพจัดเต็มกับบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นสารพัดเมนูโปรดมาให้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น ปลาดิบรวม ข้าวปั้นหน้าปลาดิบรวม ที่คนรักแซลมอน ทูน่า ปลาโอ จะต้องถูกใจอย่างแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้น บุฟเฟ่ต์สุดอลังการนี้ยังรวมถึงของหวานอีกหลากหลายเมนูให้ดื่มด่ำปิดท้ายมื้ออาหารอย่างสมบูรณ์แบบ อิ่มเอมกับ บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ ใน Japanese Food Festival กันได้ตั้งแต่ 18.00-22.00 น. ณ ห้องอาหารแคลิฟอร์เนีย สเต็ก โรงแรมคลาสสิค คามิโอ ศรีราชา ในราคา 790 บาทสุทธิต่อท่าน โดยเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีหรือส่วนสูงไม่เกิน 120 ซม. ลดครึ่งราคา สำรองที่นั่งล่วงหน้า หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ห้องอาหารแคลิฟอร์เนีย สเต็ก โรงแรมคลาสสิค คามิโอ ศรีราชา โทร. 038-771-390 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.kameocollection.com/classickameo-sriracha/ * โรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไข โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางช่องทางการติดต่อสื่อสารของโรงแรมฯ ####################### * กลุ่มโรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ สนับสนุนการป้องกันการทารุณสัตว์ ซึ่งโรงแรมฯ มีนโยบายชัดเจนในการห้ามไม่ให้มีการขาย หูฉลาม รังนก และตับห่าน ในทุกห้องอาหารของโรงแรม #######################
07-05-24 10:59:02 | เปิดอ่าน 91 ครั้ง
Cape & Kantary Hotels
เป็นเวทีระดับนานาชาติที่จัดการแข่งขันขึ้นเป็นประจำทุกปี สำหรับการแข่งขัน THE-ICE GRM Challenge ที่จัดโดย THE-ICE องค์กรสากลซึ่งพันธมิตรจากทั่วทุกมุมโลกร่วมกันก่อตั้งขึ้น เพื่อกำหนดเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการศึกษาด้านการบริการ โดยต้องผ่านการพิจารณา ทบทวน และรับรองจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญทางด้านอุตสาหกรรมการบริการจากนานาประเทศ THE-ICE GRM Challenge 2024 เป็นการแข่งขันที่มอบโจทย์ท้าทายเกี่ยวกับการสร้างรายได้สูงสุดให้แก่โรงแรม โดยจำลองสถานการณ์ให้ผู้เข้าแข่งขันเสมือนเป็นผู้ดูแลด้านรายได้ของโรงแรมว่า ภายในระยะเวลา 32 วันภายใต้เหตุการณ์ต่างๆ เช่น ถ้ามีผู้เข้าพักเป็นแบบหมู่คณะ ผู้เข้าแข่งขันจะลงทุนกับการโฆษณาทางโซเชียลมีเดียเท่าไร หรือจะใช้บริการ Online Booking Platform ซึ่งแต่ละวิธีการจะทำให้ได้รายรับที่ต่างกัน เป็นต้น โดยผลลัพธ์ท้ายที่สุดนั้นคือการบริหารจัดการเพื่อให้ได้รายได้อย่างสูงสุดนั่นเอง นับเป็นเวทีที่ท้าทายทักษะการจัดการรายได้จากการบริการและการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง และเป็นที่น่ายินดีที่นางสาวทิพย์สุดา สายไหม นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาการจัดการโรงแรม วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการศึกษาชั้นแนวหน้าด้านธุรกิจบริการของไทยในเครือโรงแรมดุสิตธานี ได้จับมือร่วมทีมกับเพื่อนต่างประเทศ ต่างสถาบัน คือ Kwok Wai Lee นักศึกษาจาก Blue Mountains International Hotel Management School at Torrens University Australia ประเทศออสเตรเลีย และ Reign Aizle Angeles จาก Far Eastern University ประเทศฟิลิปปินส์ ร่วมกันระดมสมอง ทักษะ และความรู้ จนสามารถคว้ารางวัลที่ 1 โดยมีชัยชนะเหนือนักศึกษา 64 คนจาก 9 สถาบันทั่วทุกภูมิภาค “จากการแข่งขันครั้งนี้ทำให้ดิฉันได้เรียนการจัดการด้านรายได้หรือ revenue มากขึ้น” นางสาวทิพย์สุดา สายไหม เผยความรู้สึกจากการแข่งขัน “นอกจากนี้ยังได้ทำงานร่วมกับเพื่อนที่เป็นต่างชาติซึ่งทำให้ได้ความรู้ใหม่ๆ ได้ศึกษาวิธีและกลยุทธ์การทำ revenue ของเพื่อนต่างชาติ ได้ทุ่มเทเวลาของตัวเองให้กับสิ่งที่เราชอบและเป็นสิ่งที่เราคิดว่ามีประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคตของเรา และในที่สุดสิ่งที่เราทุ่มเทลงไป การที่เราได้ใช้เวลากับเพื่อนๆ ก็ตอบแทนเรากลับมาโดยการที่เราได้รับรางวัลในครั้งนี้ค่ะ” วิทยาลัยดุสิตธานีส่งเสริมให้นักศึกษาได้ประลองฝีมือบนเวทีการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศที่หลากหลายและมีประโยชน์ต่อวิชาชีพของพวกเขาในอนาคต เพราะการจะเป็นบุคลากรคุณภาพของอุตสาหกรรมได้นั้นไม่ใช่จะใช้เพียงความเชี่ยวชาญในการบริการเพียงอย่างเดียว แต่ทักษะด้านอื่นๆ จะมาช่วยผลักดันให้พวกเขาก้าวไปได้ไกลกว่า ดังเช่นการจัดการรายได้ซึ่งเป็นทักษะหลักในการจัดการโรงแรมในยุคเศรษฐกิจปัจจุบัน และการที่นักศึกษาสามารถชนะการแข่งขันในครั้งนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยดุสิตธานีมีความพร้อมในทุกสายอาชีพของอุตสาหกรรมการบริการ
06-05-24 17:31:56 | เปิดอ่าน 95 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
ขอเชิญชวนทุกท่านลิ้มลองความอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำรสเลิศ นึ่งร้อนๆ พร้อมเสริฟ์ที่มีหลากหลายเมนูให้คุณได้เลือกสรรอย่างเต็มอิ่มกับมื้อกลางวัน พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้มมา 4 จ่าย 3 ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2567 โรงแรมคลาสสิค คามิโอ อยุธยา : ห้องอาหารแทพเพสทรี ทุกวันเสาร์ (11.00 – 14.00 น.) สัมผัสความอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำไส้แน่นสไตล์อาหารจีนกวางตุ้ง อาทิ ขนมจีบ ฮะเก๋า ปลานึ่งซีอิ๊ว กุ้งสามสี ลูกชิ้นกุ้งน้ำแดง ก๋วยเตี๋ยวหลอด ที่มาพร้อมกับเมนูของทอดและของหวานละลานตาให้คุณเลือกสรรได้อย่างตามใจ ในราคา 450 บาทสุทธิ/ท่าน เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ส่วนสูงไม่ถึง 120 ซม. ลดครึ่งราคา สำรองที่นั่ง โทร. 035 212 535 โรงแรมคลาสสิค คามิโอ ระยอง : ห้องอาหารแทพเพสทรี ทุกวันพฤหัสบดี, วันเสาร์ และวันอาทิตย์ (11.00 – 14.30 น.) อิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำรสเลิศชิ้นใหญ่เต็มคำ อาทิ ขนมจีบ ฮะเก๋า ซาลาเปา ฟองเต้าหู้ทอดขนมผักกาด และตามด้วยของหวานปิดท้ายสุดเย้ายวนใจ ทั้งพุดดิ้งมะม่วง บัวลอยน้ำขิง และเต้าฮวยฟรุตสลัด ในราคา 520 บาทสุทธิ/ท่าน เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ส่วนสูงไม่ถึง 120 ซม. ลดครึ่งราคา สำรองที่นั่ง โทร. 038 614 340-9
06-05-24 15:17:01 | เปิดอ่าน 82 ครั้ง
CapeandKantary Hotels
วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 จากกรณีที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเตือน ผู้ค้าห้ามขายปลาภายในวัด ต.บึงเนียม อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อการทำบุญ เสริมความเป็นสิริมงคล โดยมีการยกข้อกฎหมายและ พ.ร.บ.เกี่ยวกับสัตว์ และผลการประชุมมหาเถรสมาคมเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2561 ซึ่งมีการออกหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติ จนเหตุการณ์ปานปลายจนถึงการทำร้ายร่างกายกันนั้น ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการแลผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ได้แสดงความคิดเห็นส่วนตัวว่า จากกรณีดังกล่าวนั้น ก็ทราบข้อเท็จจริงจากสื่อ ซึ่งรู้สึกว่าไม่ควรจะใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา และควรใช้แนวทางสันติวิธี ข้อกฎหมายที่มีอยู่จะดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมและขอเป็นกำลังใจให้ แต่แน่นอนบางกรณีก็อาจจะเป็นเรื่องของการขัดผลประโยชน์ เรื่องของอาชีพ การทำมาหากิน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ แต่ก็ต้องมีวิธีการปรับตัวของการค้าให้เข้ากับสภาพบริบทแวดล้อมทางสังคมและข้อกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งสังคมจะอยู่ร่วมกันได้ก็ควรต้องมีขอบเขตและกติกาของการอยู่ร่วมกันเพื่อความสงบเรียบร้อยและรักษาศีลธรรมอันดีของประชาชน จากกรณีดังกล่าวนั้น ถ้าในแง่การปล่อยสัตว์ในวัด สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ได้รณรงค์เรื่องการยุติกับจับสัตว์ในธรรมชาติมาเพื่อปล่อยอย่างต่อเนื่อง เช่นการจัดทำภาพยนตร์สั้น ปล่อยนก บุญหรือบาป? หรือ รักไม่ปล่อย เพราะการจับสัตว์เพื่อมาปล่อยก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แม้การปล่อยสัตว์จะเป็นธรรมเนียมการปฏิบัติที่สืบทอดต่อกันมา ที่ถูกยึดโยงกับความเชื่อและพิธีกรรมทางศาสนา แต่เนื่องด้วยวัตถุทานคือสัตว์ในปัจจุบันต่างจากอดีต เพราะวิธีการจับสัตว์เพื่อมาปล่อยในปัจจุบัน ก็เป็นการทำลายวงจรชีวิตสัตว์ในธรรมชาติ เช่นจับแม่นก ลูกนกก็ตายหมดทั้งรัง เพราะขาดอาหาร จับแม่ปลา ลูกปลาก็ถูกกินทั้งหมดคอกเพราะไม่มีผู้ดูแล และเป็นการสนับสนุนวงจรธุรกิจค้าชีวิตสัตว์ เป็นการส่งเสริมให้ทำผิดศีลข้อที่ 1 และจะนำมาสู่การทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์โดยไม่สมควร เช่น การจับ การขังเพื่อรอปล่อย ปลา นก เต่า ก็ได้รับ ความทุกข์ทรมาน จากภาชนะ กรงที่คับแคบ แออัด เป็นต้น โดยสัตว์ที่มีการจับตามธรรมชาติเพื่อมาสู่ธุรกิจเพื่อปล่อย เช่น เต่า หอยขม ปลาไหล ฯลฯ ก็อาจจะเป็นการทำบุญที่ทารุณสัตว์เช่นกัน เพราะหากปล่อยเต่าในน้ำเชี่ยวที่ไม่มีตลิ่งให้เกาะ หรือปล่อยเต่าในน้ำกร่อย ดวงตาของเต่าจะค่อยๆ บอดและก็จะตายไปในที่สุด หอยขมต้องอยู่ในที่ชื้นแฉะ เช่น บึงคลอง ไม่ใช่แม่น้ำ ปลาไหลก็เช่นกัน อยู่ไม่รอดเช่นกันในน้ำเชี่ยวไหลแรง และสำหรับปลาที่จับตามธรรมชาติหรือซื้อจากท้องตลาด หรือในบริเวณวัดและปล่อยในแม่น้ำก็เช่นกัน ต้องระวัง เพราะปลาอาจจะช็อกในน้ำที่มีอุณหภูมิและสิ่งแวดล้อมแตกต่างจากที่เคยเติบโตมาได้ และปลาบางชนิดปล่อยลงไปก็อาจสร้างปัญหาการรุกรานจากปลาต่างถิ่น การทำลายระบบนิเวศวิทยา ความหลากหลายทางชีวภาพได้ ซึ่งขณะนี้เป็นปัญหาอย่างมาก สำหรับกฎหมายในปัจจุบันตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ได้กำหนดห้าม ในการล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น นก เต่า บางชนิด ฯลฯ ตามมาตรา 12 ประกอบมาตรา 89 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท การครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามมาตรา 17 ประกอบมาตรา 92 จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การทิ้งสัตว์หรือการปล่อยสัตว์โดยไม่มีเหตุอันควร ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 23 ห้ามมิให้เจ้าของสัตว์ ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำการใดๆ ให้สัตว์พ้นจากการดูแลของตนโดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งได้กำหนดโทษไว้ใน มาตรา 32 ถ้าเจ้าของไม่ปฏิบัติหรือฝ่าฝืนมาตรา 23 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท สำหรับเรื่องการปล่อยสัตว์ในวัดนั้นเคยมีมติมหาเถรสมาคมฯ ที่สำคัญ 2 เรื่อง คือ 1. กำหนดเขตอภัยทานในพื้นที่วัด พ.ศ. 2538 ข้อ 4 การกำหนดเขตอภัยทานขึ้นไว้ โดยความมุ่งหมายเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์บก สัตว์น้ำ ตลอดถึงปักษีทวิชาติที่ไม่เป็นพิษเป็นภัย ได้อาศัยด้วยความร่มเย็นเป็นสุขปราศจากการถูกเบียดเบียน หรือรบกวนด้วยประการใดๆ ดังนั้น วัดจึงมีเขตอภัยทาน (Animal Sanctuary) ซึ่งเป็นเขตที่ห้ามผู้ใดกระทำ อันมุ่งหมายแก่การทำร้ายทำลายชีวิตสัตว์ อันเป็นการกระทำความผิดศีลธรรมเพื่อให้สัตว์ได้อาศัยด้วยความร่มเย็นเป็นสุขปราศจากการถูกเบียดเบียน 2. มติที่ 410/2561 เรื่อง การจัดทำหลักเกณฑ์ วิธีการ ในการปล่อยสัตว์ในวัด โดยออกหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติ 3 ข้อ ดังนี้ 1 ให้กำหนดพื้นที่วัดเป็นเขตห้ามเจ้าของสัตว์ นำสัตว์มาปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำใดๆ ให้สัตว์พ้นจากการดูแลของตนโดยไม่มีเหตุอันสมควร 2.ให้กำหนดเขตพื้นที่วัดเป็นเขตห้ามซื้อขายหรือการทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าชีวิตสัตว์ภายในเขตวัด 3.ให้วัดต่าง ๆ ถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ และ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า โดยเคร่งครัด โดยมติดังกล่าวทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีหนังสือ เลขที่ พศ.0006/09315 เรื่องขอส่งมติมหาเถรสมาคม แจ้งให้เจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัดทราบและถือปฏิบัติตามมติ อาจกล่าวได้ว่า จากมติมหาเถรสมาคมและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังกล่าว วัดนั้นจึงเป็นพื้นที่เขตอภัยทาน สัตว์ที่อยู่ในวัดจะอาศัยอยู่ได้ด้วยความร่มเย็นเป็นสุขปราศจาการเบียดเบียน แต่เจ้าของสัตว์นั้นก็ไม่ควรนำสัตว์ของตนมาปล่อย ละทิ้ง ในพื้นที่วัดโดยไม่มีเหตุอันควร เพราะปัจจุบันมีกฎหมายกำหนดความรับผิดแล้ว และในพื้นที่วัดไม่ควรมีการค้าขายชีวิตสัตว์อันเป็นการกระทำฝ่าฝืนศีลธรรมในวัดอีกด้วย ดังนั้นเรื่องจากรณีดังกล่าว ในเมื่อวัดมีมติขอความร่วมมือจากผู้ขายสัตว์ภายในวัด ให้ย้ายการขายสัตว์ออกนอกวัด ตามมติเถรสมาคมและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายในระยะเวลา 1 เดือนนั้น ผู้ขายก็ควรมีการดำเนินการให้ถูกต้องเหมาะสม ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องก็ควรปฏิบัติกับผู้ค้าอย่างให้เกียรติและช่วยกันหาทางออกร่วมกันเพื่อสร้างสังคมและชุมชน ให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขต่อไป
03-05-24 14:02:42 | เปิดอ่าน 130 ครั้ง
CapeandKantary Hotels
Shama Yen-Akat Bangkok โรงแรม Pet Friendly ย่านสาทร จับมือ หมอเจี๊ยบ จากโรงพยาบาลสัตว์หมอเจี๊ยบด่วนแจ้งวัฒนะ เปิดโครงการ “Shama อาสา ทำหมันแมวและฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า” ฟรีให้แก่ชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง ที่จะจัดขึ้นในวันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 09.30-17.30 น. ณ โรงแรมชามา เย็นอากาศ กรุงเทพฯ โดยมีการตั้งเป้าในการช่วยเหลือทำหมันแมวอยู่ที่จำนวน 20 ตัว และฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าอยู่ที่จำนวน 100 ตัว ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนในเรื่องค่าใช้จ่ายเเละอุปกรณ์ในการจัดทำโครงการนี้จาก แชมพู Chico Dairy, Oliver,Compet, Regalos, WXY & CO. เเละโรงพยาบาลสัตว์หมอเจี๊ยบ(MJ Pet Hospital)ที่มีส่วนช่วยในการผลักดันให้โครงการนี้ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง เพื่อเป็นการควบคุมจำนวนและแก้ไขปัญหาสัตว์ไร้บ้านในย่านชุมชน รวมถึงต้องการเสริมสุขภาพที่ดีให้แก่สัตว์เลี้ยงของผู้คนในพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย
03-05-24 10:54:35 | เปิดอ่าน 123 ครั้ง
Shama Yen-Akat Bangkok
ห้องอาหารแคลิฟอร์เนีย เสต็ก โรงแรมคลาสสิค คามิโอ ศรีราชา จัดโปรโมชันสุดพิเศษ มา 4 จ่าย 3 ให้คุณชวนกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวมาอิ่มเอมกับ บุฟเฟ่ต์เสต็กมื้อค่ำทุกคืนวันเสาร์ พบกับไลน์บุฟเฟ่ต์ที่จัดเต็มกับสเต็กหลากหลายเมนู เอาใจคนชอบกินเนื้อในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสันในนุ่ม ๆ เนื้อสันนอกติดมันนิดหน่อยเพิ่มอรรถรสของการกินเนื้อ รวมไปถึงเนื้อหมู เนื้อไก่ ปลาแซลมอน และปลากะพง ที่ปรุงสดส่งตรงร้อน ๆ จากเตา พร้อมด้วยตัวเลือกอาหารนานาชาติอีกมากมายทั้งมุมพิซซา เนื้ออบ ซี่โครงอบ ขาแกะอบ มุมอาหารญี่ปุ่นก็จัดเต็มไม่แพ้กันกับซาชิมิและซูชิสุดละลานตา รวมไปถึงมุมซีฟู้ดออนไอซ์พร้อมน้ำจิ้มสุดเด็ดที่ไม่ควรพลาดด้วยเช่นกัน เอ็นจอยกับ บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ “Steak Night” มา 4 จ่าย 3 ได้ในทุกคืนวันเสาร์ เวลา 18.00-22.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2567 นี้ ในราคา 600 บาท++ ต่อท่าน โดยเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีหรือส่วนสูงไม่เกิน 120 ซม. ลดครึ่งราคา สำรองที่นั่งล่วงหน้า หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ห้องอาหารแคลิฟอร์เนีย สเต็ก โรงแรมคลาสสิค คามิโอ ศรีราชา โทร. 038-771-390 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.kameocollection.com/classickameo-sriracha/ * โรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไข โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางช่องทางการติดต่อสื่อสารของโรงแรมฯ ####################### * กลุ่มโรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ สนับสนุนการป้องกันการทารุณสัตว์ ซึ่งโรงแรมฯ มีนโยบายชัดเจนในการห้ามไม่ให้มีการขาย หูฉลาม รังนก และตับห่าน ในทุกห้องอาหารของโรงแรม #######################
02-05-24 11:23:35 | เปิดอ่าน 47 ครั้ง
Cape & Kantary Hotels
เซ็ตเมนูมื้อกลางวันสไตล์สเปน ความอร่อยที่ต้องบอกต่อ ณ ห้องอาหารอูโนมาส โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เปลี่ยนมื้ออาหารกลางวันที่เร่งด่วนของคุณให้กลายเป็นเรื่องง่ายด้วย เซ็ตเมนูมื้อกลางวันสไตล์สเปน 3 คอร์ส เพื่อให้มื้ออาหารกลางวันราวกับเป็นวันพิเศษในการติดตต่อธุรกิจ หรือเฉลิมฉลองแบบไม่ต้องรีบเร่ง เชฟโรแบร์โต้ กอนซาเลซ อลอนโซ หัวหน้าพ่อครัวชาวสเปนประจำห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ภูมิใจนำเสนอเมนูความอร่อยที่ส่งตรงมาจากดินแดนแห่งสเปน พร้อมให้คุณร่วมสัมผัสกับหลากหลายเมนูความอร่อย เชฟได้คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม นำมารังสรรค์ความอร่อยอย่างพิถีพิถัน ทุกจานล้วนส่งตรงจากสเปนเพื่อคุณโดยเฉพาะ ลิ้มลองแบบไม่ซ้ำกันในแต่ละช่วงสัปดาห์ พร้อมเพลินไปกับวิวมหานคร เริ่มที่อาหารเรียกน้ำย่อย อาทิ คร็อกเก็ตไส้เห็ดและไส้กรอกสเปนโชริโซ่, สลัดพริกหยวกย่างเสิร์ฟพร้อมไข่นกกระทาและ แองโชวี่, ซุปอัลมอนด์เสิร์ฟพร้อมองุ่นแดงและขนมปังกรอบสมุนไพร, ไข่ต้มเสิร์ฟพร้อมหน่อไม้ฝรั่งผัดและเห็ดนางรม, ซุปมะเขือเทศกับปลาซาร์ดีนตุ๋นน้ำมัน เป็นต้น ต่อด้วยอาหารจานหลัก อาทิ หางวัวตุ๋นเสิร์ฟกับขนมปังบริยอช, หมูสันในหมักเสิร์ฟพร้อมเนยสดสมุนไพรและซอสมะเขือม่วงรมควัน, ปลาแซลมอนย่างเสิร์ฟพร้อมเอนไดฟ์อบและซอสส้ม, เบอร์เกอร์หมูสเปนเสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์, สเต็กปลาค็อดเสิร์ฟพร้อมสตูว์มะเขือเทศและแมนเชโก้ เป็นต้น และปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง คัสตาร์ดคาราเมล, ส้มอบเสิร์ฟพร้อมโยเกิร์ตแซฟฟรอนและครัมเบิล เป็นต้น เซ็ตเมนูมื้อกลางวันสไตล์สเปน 3 คอร์ส ราคาเพียง 690 บาท++ / ท่าน รวมน้ำดื่มหรือซอฟท์ดริ้งค์ 1 แก้ว เซ็ตเมนูอาหารมื้อกลางวัน เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 15.00 น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2100-6255 หรือ อีเมล์: [email protected] หรือสำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์ www.unomasbangkok.com
02-05-24 09:35:05 | เปิดอ่าน 88 ครั้ง
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ
โรงแรมเมอร์เคียว กรุงเทพ มักกะสัน ขอเชิญชวนทุกท่านมาลิ้มลองเมนูปูนิ่มประจำเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน ที่ถูกนำมารังสรรค์เป็นเมนูพิเศษ 3 เมนู ได้แก่ ลาบควินัวปูนิ่ม ลาบรสเด็ดที่นำเอาวัตถุดิบสำหรับสายรักสุขภาพมายำเป็นลาบสไตล์ไทยๆ เสิร์ฟพร้อมปูนิ่มทอด 2 ตัว สำหรับท่านใดที่ชอบรสจัดจ้านห้ามพลาดกับยำปูนิ่ม ปูนิ่มทอดร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมกับผักสดและถ้วยน้ำยำรสเด็ดให้ทุกท่านได้คลุกเคล้าตามใจชอบ ปิดท้ายด้วยเมนูเด็ดจานสุดท้ายกับปูนิ่มผัดพริกไทยดำสูตรลับเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร อิ่มอร่อยไปกับเมนูปูนิ่มในราคาเพียงจานละ 290 บาท พร้อมสัมผัสบรรยากาศสบายๆได้ตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม และ มีนาคม 2567 ที่ห้องอาหาร เดอะ สเตชัน ชั้น 8 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 6.30 น. – 23.30 น. สำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อโรงแรมเมอร์เคียว กรุงเทพ มักกะสัน ผ่านช่องทางเฟสบุ๊ก: Mercure Bangkok Makkasan อีเมล: [email protected] โทร: 02-115-3333
30-04-24 18:59:10 | เปิดอ่าน 80 ครั้ง
Mercure Bangkok Makkasan
อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท (Anantara Layan Phuket Resort) เปิดตัว ดารา ควิซีน ภูเก็ต (Dara Cuisine Phuket) ห้องอาหารพร้อมหอดูดาวแห่งแรกของประเทศ ให้แขกผู้มาเยือนได้ลิ้มรสเมนูอาหารไทยร่วมสมัยจากสี่ภาค พร้อมเครื่องดื่มเลิศรสท่ามกลางหมู่ดาว   “ดารา” หมายถึง ดวงดาว ซึ่งเป็นหัวใจในการนำทางของนักเดินเรือ ห้องอาหาร ดารา ควิซีน จึงได้ถูกรังสรรค์ให้เป็นหัวใจที่รวมความอร่อยของอาหารไทยจากสี่ภาค พร้อมหอดูดาวบนชั้นดาดฟ้าของห้องอาหาร โดยมี “สกาย สตอรี่เทลเลอร์” (Sky Storyteller) บุคคลผู้ซึ่งจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับดวงดาวบนท้องฟ้าและพาแขกผู้ร่วมชมดาวเดินทางท่องจักรวาลผ่านทางกล้องโทรทรรศน์อันทันสมัย   ในช่วงเวลากลางวัน ห้องอาหารดารา ควิซีน ภูเก็ต เปิดให้บริการคุกกิ้งคลาสโดยทีมเชฟของอนันตรา ในช่วงเวลาดินเนอร์ ห้องอาหารเสิร์ฟเมนูอาหารไทยร่วมสมัยจากสี่ภาค เช่น เบือทอดหมึก และ หมูฮ้อง เมนูประจำถิ่นของจังหวัดภูเก็ต, ข้าวซอยกุ้งแม่น้ำตำรับดารา และ ตำขนุนอ่อน เสิร์ฟพร้อมมันหวานอบกรอบ จากภาคเหนือ, แกงเขียวหวานกุ้งมังกร และ เมี่ยงคำตับห่าน ผสมผสานตับห่านเข้ากับเมนูของว่างยอดนิยม จากภาคกลาง, ขากบทอดน้ำปลา และ หมูสามชั้นหมักซอสไข่แดงจิ้มแจ่ว สูตรพิเศษของดารา จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในส่วนของเมนูของหวานและไอศกรีม เมนูแนะนำเช่นไอศกรีมนมแพะและน้ำผึ้ง เสิร์ฟพร้อมถั่วมะม่วงหิมพานต์จากกระบี่ โดยมีเชฟหงส์ ศุภกาญจน์ เลี่ยนพานิช เป็นหัวหน้าเชฟของห้องอาหาร ผู้นำสูตรลับของครอบครัวมาผสานกับประสบการณ์ความเชี่ยวชาญทางด้านอาหารมารังสรรค์เมนูรสเลิศในแบบของดารา    ในส่วนของเครื่องดื่ม ดารานำเสนอไวน์ ค็อกเทลนานาชนิด ไปจนถึงค็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจมาจากท้องฟ้า รวมไปถึง ซิกเนเจอร์คอกเทล ของห้องอาหาร ดารา ควิซีน ซึ่งใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นเพื่อความหลากหลายอย่าง กะทิ น้ำใบเตย ไปถึงดอกมะลิ   เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่สดและมีคุณภาพดีที่สุด ห้องอาหาร ดารา ควิซีน ภูเก็ต ยังได้หมักน้ำปลาคุณภาพเอง และสร้างสวนสมุนไพรที่มีการเพาะปลูกที่คำนึงถึงระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม เชฟหงส์กล่าวว่า “คอนเซปต์ของ ห้องอาหาร ดารา นั้นเรียบง่าย เราเคารพและให้เกียรติธรรมชาติ คำนึงถึงรสชาติและคุณภาพของวัตถุดิบท้องถิ่น และให้แต่ละวัตถุดิบเล่าเรื่องราวของตัวเอง นอกจากการปลูกสมุนไพรเองแล้ว เรายังร่วมมือกับฟาร์มและชาวประมงท้องถิ่นที่ใส่ใจในระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนคนในพื้นที่และได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพหมุนเวียนตามฤดูกาล”  ห้องอาหาร ดารา ควิซีน  ภูเก็ต ตกแต่งในแบบไทยร่วมสมัย พร้อมงานฝีมือและงานหัตถกรรมจากหลายภูมิภาค เช่น ผลงานการแกะสลักไม้จากทางภาคเหนือ และ เครื่องจักสานจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นไทยและเล่าเรื่องราวของภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านชิ้นงานต่างๆ รวมไปถึงเล่าเรื่องราวทางวัฒนธรรมต่างๆ ประกอบกับอาหารเลิศรสและบรรยากาศยามค่ำคืน  ดื่มด่ำกับประสบการณ์การดูดาวพร้อมรับประทานอาหารและเครื่องดื่มสุดพิเศษ ได้ที่ ห้องอาหาร ดารา ควิซีน  ภูเก็ต ช่วงเวลากลางวัน เปิดเฉพาะ คุกกิ้งคลาส ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 12.00-15.00 น. และช่วงค่ำ เปิดให้บริการอาหารค่ำ ตั้งแต่ เวลา 18.00-22.00 น.   สำหรับกิจกรรมดูดาว มีสองแบบได้แก่   กิจกรรมดูดาว เวลา 19.30 – 20.30 น. ทุกวัน ราคา 3,000++ บาทต่อคู่ พร้อมทั้ง canapé และ เครื่องดื่มแบบ Free flow  กิจกรรมดูดาวแบบไพรเวท 45 นาที กับ สกาย สตอรี่เทลเลอร์ (จำกัดเพียง 3 คู่ และต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้า 1 วัน) รวมถึง canapé และ เครื่องดื่มแบบ Free flow ติดต่อสำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  https://www.anantara.com/en/layan-phuket/restaurants/dara-cuisine. 
30-04-24 16:48:09 | เปิดอ่าน 80 ครั้ง
MINOR HOTELS
30-04-24 11:45:19 | เปิดอ่าน 53 ครั้ง
Cape & Kantary Hotels
ยินดีต้อนรับสู่ประสบการณ์ Brunch ที่น่าตื่นเต้นและน่าจดจำที่Brunch paradiso เราเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัสกับการผสมผสานของรสชาติที่อร่อยและบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ที่นี่เพื่อพบกับประสบการณ์ Brunch ที่ไม่เหมือนใครที่ร้านอาหารของเรา เราใส่ใจทุกขั้นตอนในการเตรียมอาหาร เพื่อให้แน่ใจว่าทุกจานที่ออกมามีความอร่อยและคุณภาพที่ดีที่สุด ด้วยวัตถุดิบที่สดใหม่และเสน่ห์ของการเตรียมอาหารโดยเชฟผู้ชำนาญ เรามั่นใจว่าทุกคำสั่ง ที่ท่านสั่งจะเป็นประสบการณ์ที่ทำให้คุณพอใจและตื่นเต้น เรามีบรรยากาศที่อบอุ่นและน่ารักเพื่อให้ทุกคนสามารถนั่งพักผ่อนและสนุกสนานไปกับเพื่อนและครอบครัวได้อย่างเต็มที่ ด้วยการตกแต่งที่เรียบง่ายและสไตล์ที่โดดเด่นเเละเรามอบความสบายสบายและความเป็นส่วนตัวในทุกช่วงเวลาของคุณ มาร่วมในการสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับ Brunch ที่ไม่เหมือนใคร ที่ร้านอาหารของเรา เรามั่นใจว่าทุกท่านจะได้รับประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่และไม่มีวันลืม มอบประสบการณ์ที่คุณจะต้องการกลับมาซ้ำๆ อีกครั้งแน่นอน!
30-04-24 09:20:45 | เปิดอ่าน 79 ครั้ง
Shama Yen-Akat Bangkok
เป็นอีกหนึ่งเวทีการแข่งขันที่ได้รับความสนใจจากนักศึกษาทั่วประเทศ นั่นคือ การแข่งขัน Startup Thailand League 2024 ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นกิจกรรมประกวดโมเดลธุรกิจสตาร์ทอัพ (startup business model) สำหรับนักศึกษาทุกระดับทั้งปริญญาตรี โท และเอกทั่วประเทศ เพื่อขอทุนสนับสนุนจำนวน 50,000 บาทในการพัฒนา Prototype โดยได้รับสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วิทยาลัยดุสิตธานี หนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาด้านธุรกิจบริการชั้นแนวหน้าของไทยในเครือโรงแรมดุสิตธานี ก็ไม่พลาดโอกาสร่วมการแข่งขันครั้งนี้ เพราะถึงแม้ว่าวิทยาลัยดุสิตธานีจะมีชื่อเสียงเรื่องหลักสูตรทางด้านธุรกิจบริการ แต่ผู้สำเร็จการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโทก็จะได้รับวุฒิทางด้านบริหารธุรกิจ เนื่องจากวิทยาลัยดุสิตธานีไม่ได้ผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและทักษะมืออาชีพเข้าสู่อุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังมุ่งบ่มเพาะให้ผู้เรียนก้าวขึ้นสู่ระดับผู้บริหารและเป็นเจ้าของธุรกิจด้วย โดยเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้มีการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปหัวข้อ Startup ด้วยแนวคิด Lean Canvas และการอบรม Go To Market Strategy พร้อมทั้งจัดการแข่งขัน DTC Startup Thailand League 2024 ขึ้น เพื่อเฟ้นหาตัวแทนของวิทยาลัยทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโทเข้าร่วมการแข่งขันในระดับภูมิภาคต่อไป ซึ่งผลปรากฏว่า มีทีมที่ผ่านการคัดเลือกได้เป็นตัวแทนวิทยาลัยในการชิงชัยรอบภูมิภาครวม 5 ทีม ได้แก่ ทีมออมุกไก่ ทีม Grainlato ทีมเหล่าแม่ย้อยนักปฏิบัติการ ทีม Larimore และทีม Flowie Flowers วิทยาลัยดุสิตธานีส่งเสริมและสนับสนุนให้นักศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันที่ท้าทายนี้ ก็เพื่อให้นักศึกษามีทักษะและความรู้ที่จำเป็นต่อการเริ่มต้นธุรกิจนวัตกรรม รู้จักคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา การตัดสินใจ การนำเสนอ และการทำงานเป็นทีม โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเป็นเครื่องมือ นอกจากนี้นักศึกษายังจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ทั่วประเทศ อีกทั้งมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจนวัตกรรม อันจะเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการเริ่มต้นธุรกิจนวัตกรรมต่อไปในอนาคตด้วย สำหรับการแข่งขันในรอบภูมิภาคจะจัดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2567 ที่จะถึงนี้ ซึ่งไม่ว่าท้ายที่สุดแล้วนักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานีจะคว้าชัยชนะมาได้หรือไม่ แต่ประสบการณ์และเครือข่ายทางธุรกิจที่นักศึกษาจะได้รับก็ถือเป็นรางวัลที่ล้ำค่าแล้ว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสำนักประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02 361 7811 - 3 อีเมล [email protected] หรือที่เว็บไซต์ www.dtc.ac.th
29-04-24 22:31:33 | เปิดอ่าน 62 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี