Login
ลืมรหัสผ่านหรือเข้าสู่ระบบไม่ได้? คลิกที่นี่
ข่าวประชาสัมพันธ์
หลังจากปิดให้บริการชั่วคราวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ได้เตรียมพร้อมเปิดประตูต้อนรับการกลับมา ให้ทุกท่านได้เข้ามาใช้บริการที่โรงแรมอีกครั้งในวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 กับการให้บริการในรูปแบบใหม่หรือ "New Normal" เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการมีความมั่นใจว่าในโรงแรมฯ ของเรามีความปลอดภัยและสุขอนามัยมากยิ่งขึ้น โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ได้ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยและได้รับมอบตราสัญลักษณ์ SHA อย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ และนี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามทุ่มเทของพนักงานทุกคนเพื่อเตรียมความพร้อมกับมาตรการใหม่นี้ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ การเดินทางไปมาสะดวก ดังนั้นโรงแรมของเราจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการจัดงานเลี้ยง ประชุม สัมมนา พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีทันสมัย อีกทั้งอาหารจัดเลี้ยงภายในงาน การประชุม ที่ทำให้ทุกท่านประทับใจโดยทีมเชฟที่มากความสามารถ จึงยิ่งทำให้เราเป็นโรงแรมเป็นที่ที่เหมาะกับการจัดงานประชุม สัมมนา เป็นอย่างมาก ห้องจัดเลี้ยงบริเวณชั้น M ประกอบไปด้วย “ห้องจามจุรี” ทั้งหมด 4 ห้องที่มีความกว้างขวางโอ่อ่า บริเวณทางเดินหน้าห้องจัดเลี้ยงทุกท่านสามารถชมวิวทิวทัศน์อันตระการตาของท้องฟ้าใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ส่วนบริเวณภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยและจัดรูปแบบขนาดของห้องจัดงานได้ตามที่ลูกค้าต้องการเพื่อตอบสนองความต้องการโดยเฉพาะ ห้องจามจุรี A และ B ได้ดำเนินการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงห้องใหม่ไม่นานมานี้ สามารถรองรับแขกได้ถึง 150 ท่านต่อห้อง และเมื่อรวมพื้นที่เป็นห้องเดียวกันแล้วเรียกว่า ห้องจามจุรี บอลลูม ซึ่งสามารถรองรับได้ถึง 300 ท่าน เหมาะสำหรับทั้งงานจัดเลี้ยงอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ส่วนห้องจามจุรี 1 และจามจุรี 2 แต่ละห้องรองรับได้ 120 ท่าน และเมื่อรวมพื้นที่ห้องเป็นห้องเดียวกันจะรองรับได้ถึง 200 ท่าน ห้องจัดเลี้ยงบริเวณชั้น 8 “ห้องปิซ่า” เป็นห้องที่ตกแต่งสวยงามในสไตล์อิตาเลียนมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ห้องนี้สามารถจัดงานได้ทุกประเภทตั้งแต่การประชุมคณะกรรมการหรือการจัดงานเพื่อเน้นความเป็นส่วนตัวแสดงภาพวีดิทัศน์พร้อมจัดงานเลี้ยงแบบค็อกเทลอย่างมีสไตล์ สามารถรองรับได้ตั้งแต่ 10 ถึง 40 ท่าน ขึ้นอยู่กับรูปแบบของงาน นอกจากนี้แล้วบริเวณชั้น 8 ยังมีพื้นที่บริเวณด้านนอกที่ยอดเยี่ยมเหมาะสำหรับงานแต่งงาน งานสังสรรค์ งานเลี้ยงต้อนรับและการจัดงานเลี้ยงยามเย็นอื่น ๆ ด้วยพื้นที่กว้างบริเวณโดยรอบของสระว่ายน้ำที่สวยงามแต่ยังคงความเป็นส่วนตัว และอีกพื้นที่จัดงานบริเวณภายนอกที่ “วิสต้า เทอเรซ” ให้บรรยากาศแบบสวนสวยเป็นส่วนตัวด้วยต้นไม้สีเขียวล้อมรอบ สามารถมองเห็นความงดงามของวิวทิวทัศน์เมืองหลวงกรุงเทพมหานครในยามค่ำคืน ห้องจัดเลี้ยงบริเวณชั้นใต้ล็อบบี้ “เอ็กเซ็กคูทีฟ จังค์ชั่น” ให้บริการจัดเลี้ยงที่ออกแบบมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมีพื้นที่ครัวเปิดพร้อมให้บริการ สามารถรองรับแขกได้ไม่เกิน 120 ท่าน ในบริเวณ บริเวณหน้าห้องกว้างขวางเหมาะสำหรับการจัดอาหารช่วงพักการประชุม ปาร์ตี้ค็อกเทล กับเมนูที่เรามีให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นอาหารอิตาเลียน เกาหลี และนานาชาติ โดยเชฟที่มากด้วยประสบการณ์ความสามารถ รังสรรค์ความอร่อยอย่างดีมีคุณภาพทั้งอาหารสำหรับช่วงพักการประชุม มื้อกลางวัน มื้อเย็น และปาร์ตี้ค็อกเทลอย่างมืออาชีพ ทั้งนี้ จำนวนแขกที่รองรับในห้องประชุมแต่ละห้องเป็นการจัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานในแบบมาตรฐานปกติ หากเป็นการจัดในรูปแบบใหม่ "New Normal" จำนวนแขกที่รองรับได้จะมีจำนวนลดลงจากที่กล่าวข้างต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับห้องจัดเลี้ยงและแพ็กเกจได้ที่ แผนกฝ่ายขายห้องประชุมและจัดเลี้ยง โทร. 02 216 3700 เว็บไซต์ www.pprincess.com
โปรโมชั่นเซ็ตอาหารเพิ่มเติม 4 เมนูใหม่สุดพิเศษจาก ห้องอาหารอิตาเลียน เทอราซซ่า และห้องอาหารเกาหลี คองจู พร้อมส่งความสุข เติมเต็มความอร่อยแก่ทุกวันของคุณ ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือทำงานที่ออฟฟิศ เราก็พร้อมส่งเพียงเป็นเพื่อน (Line: @PPrincess) โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือโทร 02-216-3700 ต่อ 20105 เพื่อสั่งอาหารที่ทำสดใหม่ ส่งร้อนถึงมือคุณด้วยบริการจัดส่งอาหารเพียง 50 บาทและฟรีค่าจัดส่งเมื่อสั่งอาหารครบ 800 บาทขึ้นไป จัดส่งในระยะ 2 กิโลเมตรจากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือคุณจะเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารชั้นนำจากแอพพลิเคชั่นบนมือถือของคุณเอง เมนูน่าทานขนาดนี้ หิวแล้วอย่ารอช้า มาเลือกเลย! เซ็ตเมนูอาหารใหม่มีให้เลือกถึง 4 แบบด้วยกัน 1. ลาซานญ่าหมู ขนมปังกระเทียม สลัด และคุกกี้ – ราคา 150 บาทสุทธิ 2. พิซซ่ามาการิต้า ปีกไก่ทอด สลัดกับพาร์ม่าแฮม และคุกกี้ – ราคา 180 บาทสุทธิ 3. ข้าวยำเกาหลีไก่ ซุปเกาหลีประจำวัน และขนมถั่วงาตัดเกาหลี – ราคา 150 บาทสุทธิ 4. ซุปกิมจิเต้าหู้หมูสามชั้น ปลาย่างซอสเกาหลีกับข้าวผัดกระเทียม เครื่องเคียงกิมจิแตงกวา และขนมถั่วงาตัดเกาหลี – ราคา 180 บาทสุทธิ สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เวลา 10:00 น. – 19:00 น. โทร. 02-216-3700 ต่อ 20105 หรือ Line: @PPrincess
โปรโมชั่นอาหารสุดพิเศษจากห้องอาหารอิตาเลียน เทอราซซ่า และห้องอาหารเกาหลี คองจู เติมความสุขให้เต็มกระเพราะด้วยเมนูรอร่อยคุ้มถึงบ้านคุณ เพิ่มเป็นเพื่อนทาง (Line: @PPrincess) โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือโทร 02-216-3700 ต่อ 20105 เพื่อสั่งอาหารที่ทำสดใหม่ ส่งร้อนถึงมือคุณด้วยบริการจัดส่งอาหารเพียง 50 บาทและฟรีค่าจัดส่งเมื่อสั่งอาหารครบ 800 บาทขึ้นไป จัดส่งในระยะ 5 กิโลเมตรจากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือคุณจะเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารชั้นนำจากแอพพลิเคชั่นบนมือถือของคุณเอง ไม่ต้องออกจากบ้านก็อิ่มอร่อย สะดวกสบายได้ หิวแล้วสั่งเลยอย่ารอช้า มาเลือกเลย! เซ็ตเมนูอาหารมีให้เลือกถึง 6 แบบด้วยกัน ห้องอาหารอิตาเลียน เทอราซซ่า 1. เซ็ตปลากะพงย่าง ซอสครีมมะเขือเทศ กับพาสต้าเพนเน่ซอสโหระพาและอัลมอนด์ พร้อมมิกซ์สลัด ราคาเพียง 180 บาทสุทธิ 2. เซ็ตลาซานญ่าผัก ขนมปังกระเทียมสไตล์อิตาเลียน และสลัดผักย่าง ราคา 150 บาทสุทธิ 3. เซ็ตที่สาม ลาซานญ่าเนื้อ ขนมปังกระเทียมสไตล์อิตาเลียน และสลัดผักย่าง ราคาเพียง 180 บาทสุทธิ *ทุกเซ็ตจะได้รับ ซุปสตูว์ผักและคุกกี้ช็อกโกแลตชิพ ห้องอาหารเกาหลี คองจู 1. เซ็ตบาร์บีคิวหมูสามชั้นย่าง ข้าวผัดกิมจิ พร้อมเครื่องเคียง กิมจิแตงกวา และถั่วดำหวาน ราคา 180 บาทสุทธิ 2. เซ็ตหมูย่างเตาถ่าน บูลโกกิ ข้าวสวย พร้อมเครื่องเคียง กิมจิ ยำถั่วงอก ถั่วดำหวาน ราคา 150 บาทสุทธิ 3. เซ็ตไก่ทอดพริก เต้าหู้ทอด ข้าวสวยคลุกน้ำมันงา พร้อมเครื่องเคียง กิมจิ ยำถั่วงอก และถั่วดำหวาน ราคา 150 บาทสุทธิ *ทุกเซ็ตจะได้รับ ซุปสาหร่ายและขนมสไตล์เกาหลี สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เวลา 10.00 น. – 19.00 น. โทร. 02-216-3700 ต่อ 20105 หรือ Line: @PPrincess
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เพิ่มเติมความอร่อยด้วยเมนูเซ็ตใหม่สำหรับคนรักอาหารไทยและเอเซียนในราคาพิเศษสุดคุ้มอีก 8 เมนู กล่องละ 80 บาทสุทธิ เท่านั้น เป็นเพื่อนทางไลน์ @PPrincess หรือจะโทรสั่งอาหารปรุงสุกใหม่ที่ 02-216-3700 ต่อ 20105 และส่งร้อนถึงมือคุณด้วยบริการจัดส่งอาหารเพียง 50 บาทและฟรีค่าจัดส่งเมื่อสั่งอาหารครบ 800 บาทขึ้นไป จัดส่งในระยะ 2 กิโลเมตรจากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือคุณจะเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารชั้นนำจากแอพพลิเคชั่นบนมือถือของคุณเอง ไม่ต้องออกจากบ้าน ก็อร่อยเหมือนกัน เมนูทั้ง 8 แบบมีดังนี้: 1. ผัดกะเพราหมูหรือไก่ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและไข่ดาว 2. หมูหรือไก่ทอดกระเทียม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและไข่ดาว 3. ไก่ผัดซอสมะขาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและไข่ดาว 4. ผัดไทยกุ้ง 5. ผัดซีอิ๊วหมู 6. ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ 7. ข้าวผัดต้มยำไก่ พร้อมไข่ดาว 8. ข้าวผัดอินโดนีเซีย พร้อมสะเต๊ะไก่ ไข่ดาว และข้าวเกรียบกุ้ง สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โทร. 02-216-3700 ต่อ 20105 หรือ Line: @PPrincess เปิดบริการทุกวัน 10:00 น. – 19:00 น.
วิทยาลัยดุสิตธานี หนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำทางด้านการโรงแรมและการประกอบอาหารของประเทศไทยได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพทั้งในระดับประเทศและในระดับสากล ที่มีรากฐานการก่อตั้งและเป็นส่วนหนึ่งของในเครือดุสิตธานี กลุ่มโรงแรมชั้นนำระดับ 5 ดาวของเมืองไทย นำโดย ดร.อรรถเวทย์ พฤกษ์สถาพร รักษาการอธิการบดี พร้อมคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ร่วมถวายเทียนพรรษา เครื่องไทยธรรม และปัจจัย ณ วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร (วัดทุ่งสาธิต) เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นกุศลทานเพิ่มพูนปัญญา หูตาสว่างไสว รวมทั้งเป็นการถวายเทียนเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไปตามประเพณี ประเพณีแห่เทียนพรรษา ถือเป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติและสืบทอดมาเป็นเวลานาน ด้วยความจำเป็นในสมัยอดีตนั้นยังไม่มีไฟฟ้าใช้เช่นในปัจจุบัน ดังนั้นเมื่อพระภิกษุอยู่รวมกันมาก ๆ เพื่อปฏิบัติกิจวัตร เช่น การสวดมนต์ตอนเช้ามืดและพลบค่ำ การศึกษาพระปริยัติธรรม การบูชาพระรัตนตรัย ฯลฯ จึงจำเป็นต้องใช้แสงสว่างจากแสงเทียน วิทยาลัยดุสิตธานียังคงยึดถือและสืบทอดปฏิบัติเพื่อสืบสานประเพณีไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนานักศึกษา ในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมเนื่องในวันเข้าพรรษา ซึ่งยึดถือสืบต่อเนื่องมาทุกปี อีกทั้งเป็นการปลูกฝังให้นักศึกษา เป็นผู้มีจิตใจดีงาม ร่วมประกอบกิจของพุทธศาสนิกชน แสดงถึงความพร้อมเพรียงสำหรับการทำกิจกรรมในวันสำคัญ และสืบสานอนุรักษ์ประเพณีไทยที่ดีงาม
ข่าวประชาสัมพันธ์
โรงแรมแนะนำ
กลับมาอีกครั้งกับอาหารหลากหลายเมนูเด็ดเอาใจโคเรียนฟู้ดเลิฟเวอร์จากห้องอาหารเกาหลีคองจู โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซสให้คุณได้เลือกสรร อิ่มอร่อยส่งตรงถึงบ้านคุณ เพียงเพิ่มโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซสเป็นเพื่อนทาง Line: @PPrincess หรือสั่งอาหารที่เบอร์ 02 216 3700 ต่อ 20105 ค่าจัดส่งเพียง 50 บาทในระยะ 5 กม.จากโรงแรมฯ และจัดส่งฟรีเมื่อมียอดสั่งซื้อ 800 บาทขึ้นไปหรือใช้บริการขนส่งอาหารจากแอพลิเคชั่นบนมือก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แสนสะดวก หิวแล้วสั่งเลย! เมนูแสนอร่อยมีดังต่อไปนี้ - ไก่ทอดพริก ราคา 360 บาทสุทธิ - เต้าหู้ทอดราดซอสสไตล์เกาหลี ราคา 290 บาทสุทธิ - ข้าวผัดกิมจิ ราคา 280 บาทสุทธิ - ข้าวยำเกาหลี ราคา 290 บาทสุทธิ - ซุปกิมจิแบบดั้งเดิม ราคา 290 บาทสุทธิ - ซุปโสมไก่เกาหลี ราคา 540 บาทสุทธิ - ปลาหมึกผัดพริกเผาเกาหลี ราคา 440 บาทสุทธิ - ยำสาหร่าย ราคา 280 บาทสุทธิ - เนื้อวัวหรือเนื้อหมูย่างห่อผักรวม ราคา 360 บาทสุทธิ - เส้นราเมนเกาหลีผัดกับผักรวม ราคา 290 บาทสุทธิ สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โทร. 02 216 3700 ต่อ 20105 หรือ Line: @PPrincess สั่งได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 10:00 น. – 19:00 น.
07-07-20 15:43:34 | เปิดอ่าน 21 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
ตลอดเดือนนี้ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ขอแนะนำโปรโมชั่นสุดพิเศษซื้อ 1 แถม 1 กับเมนูอาหารประจำวันจากห้องอาหารเกาหลี คองจู และห้องอาหารอิตาเลียน เทอราซซ่าที่รับรองความอร่อยไม่แพ้ที่ไหนพร้อมจัดส่งตรงถึงบ้านให้คุณได้ลอง โดยเพิ่มเป็นเพื่อนทาง (Line: @PPrincess) โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือโทร 02-216-3700 ต่อ 20105 ตั้งแต่ 10:00 น. – 19:00 น. เพื่อสั่งอาหารที่ทำสดใหม่ ส่งร้อนถึงมือคุณด้วยบริการจัดส่งอาหารเพียง 50 บาทและฟรีค่าจัดส่งเมื่อสั่งอาหารครบ 800 บาทขึ้นไป จัดส่งในระยะ 5 กิโลเมตรจากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือคุณจะเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารชั้นนำจากแอพพลิเคชั่นบนมือถือของคุณเอง ไม่ต้องออกจากบ้านก็อิ่มอร่อยได้ทุกวัน สั่งเลย! มีเมนูถึง 5 แบบด้วยกัน พร้อมชุดครอบครับสุขสันต์อีก 2 แบบ คลาสสิกเมนูวันจันทร์ – วันศุกร์ (ซื้อ 1 แถม 1) วันจันทร์: ไก่ทอดพริกเกาหลี ราคา 360 บาทสุทธิ วันอังคาร: มิกซ์กริลล์แพลตเตอร์ ราคา 350 บาทสุทธิ วันพุธ: ผัดวุ้นเส้นเกาหลี ราคา 290 บาทสุทธิ วันพฤหัสบดี: ผัดกะเพราะเนื้อวัวออสเตรเลียพร้อมข้าวหอมมะลิและไข่ดาว ราคา 180 บาทสุทธิ วันศุกร์: ซุปโสมไก่เกาหลี ราคา 540 บาทสุทธิ ชุดครอบครับสุขสันต์ วันเสาร์ - วันอาทิตย์ ชุดครอบครัวสไตล์เกาหลี 599 บาทสุทธิ (กุ้งย่าง ไก่ย่าง หมูย่างห่อผัก แกงเต้าเจี้ยว ข้าวผัดกระเทียม เครื่องเคียง) ชุดครอบครัวสไตล์ไทย 499 บาทสุทธิ (แกงกะหรี่หมู ปลาผัดขิง ผัดผักคะน้า ไก่สะเต๊ะ ข้าวสวย) สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โทร. 02-216-3700 ต่อ 20105 เปิดบริการสั่งอาหาร เวลา 10:00 น. – 19:00 น.
07-07-20 15:41:35 | เปิดอ่าน 20 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
ตลอดเดือนนี้ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ขอแนะนำโปรโมชั่นสุดพิเศษซื้อ 1 แถม 1 กับเมนูอาหารประจำวันจากห้องอาหารเกาหลี คองจู และห้องอาหารอิตาเลียน เทอราซซ่าที่รับรองความอร่อยไม่แพ้ที่ไหนพร้อมจัดส่งตรงถึงบ้านให้คุณได้ลอง โดยเพิ่มเป็นเพื่อนทาง (Line: @PPrincess) โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือโทร 02-216-3700 ต่อ 20105 ตั้งแต่ 10:00 น. – 19:00 น. เพื่อสั่งอาหารที่ทำสดใหม่ ส่งร้อนถึงมือคุณด้วยบริการจัดส่งอาหารเพียง 50 บาทและฟรีค่าจัดส่งเมื่อสั่งอาหารครบ 800 บาทขึ้นไป จัดส่งในระยะ 5 กิโลเมตรจากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือคุณจะเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารชั้นนำจากแอพพลิเคชั่นบนมือถือของคุณเอง ไม่ต้องออกจากบ้านก็อิ่มอร่อยได้ทุกวัน สั่งเลย! มีเมนูถึง 5 แบบด้วยกัน พร้อมชุดครอบครับสุขสันต์อีก 2 แบบ คลาสสิกเมนูวันจันทร์ – วันศุกร์ (ซื้อ 1 แถม 1) วันจันทร์: ไก่ทอดพริกเกาหลี ราคา 360 บาทสุทธิ วันอังคาร: มิกซ์กริลล์แพลตเตอร์ ราคา 350 บาทสุทธิ วันพุธ: ผัดวุ้นเส้นเกาหลี ราคา 290 บาทสุทธิ วันพฤหัสบดี: ผัดกะเพราะเนื้อวัวออสเตรเลียพร้อมข้าวหอมมะลิและไข่ดาว ราคา 180 บาทสุทธิ วันศุกร์: ซุปโสมไก่เกาหลี ราคา 540 บาทสุทธิ ชุดครอบครับสุขสันต์ วันเสาร์ - วันอาทิตย์ ชุดครอบครัวสไตล์เกาหลี 599 บาทสุทธิ (กุ้งย่าง ไก่ย่าง หมูย่างห่อผัก แกงเต้าเจี้ยว ข้าวผัดกระเทียม เครื่องเคียง) ชุดครอบครัวสไตล์ไทย 499 บาทสุทธิ (แกงกะหรี่หมู ปลาผัดขิง ผัดผักคะน้า ไก่สะเต๊ะ ข้าวสวย) สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โทร. 02-216-3700 ต่อ 20105 เปิดบริการสั่งอาหาร เวลา 10:00 น. – 19:00 น.
07-07-20 14:41:36 | เปิดอ่าน 17 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
กลับมา…และดีกว่าที่เคย! หลังจากการปิดให้บริการชั่วคราวเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ทมีความยินดีที่จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2563 ด้วยมาตรการใหม่ที่พร้อมรับมือกับความท้าทายจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายใต้แคมเปญ “Dusit Care – Stay with Confidence” โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท ดำเนินมาตรการเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยของลูกค้าและพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ยกระดับมาตรฐานการให้บริการที่เน้นเรื่องความสะอาด และสุขอนามัยในห้องพักและทุกพื้นที่ของโรงแรมอย่างสม่ำเสมอ ตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าสู่บริเวณโรงแรม และเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสมในพื้นที่ห้องอาหาร Dusit Care Kits หรือชุดป้องกันส่วนบุคคลแบบพกพา ประกอบด้วย เจลล้างมือ, หน้ากาก และทิชชู่เปียกแอนตี้แบคทีเรียซึ่งจะจัดวางไว้ให้ในห้องพักเมื่อเช็คอิน เพื่อให้ลูกค้าเดินทางท่องเที่ยวและเพลิดเพลินกับการใช้เวลาในรีสอร์ทได้อย่างมั่นใจ การดำเนินการตามมาตรการต่างๆ เหล่านี้ส่งผลให้โรงแรมได้รับประกาศนียบัตรผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัย (SHA) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่มอบให้กับโรงแรมที่ผ่านการประเมินมาตรฐานสูงสุดด้านความสะอาด ปลอดภัยและถูกสุขอนามัย เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท ขอนำเสนอบริการ “Wellness and Healthy Lifestyle” เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพและสมดุลของชีวิต เพิ่มเติมจากความหรูหราสะดวกสบายที่ยังคงเป็นหัวใจของการให้บริการของเราอย่างเช่นเคย ห้องอาหาร ห้องอาหารมาลาตีพูลและโคโควิดาพูลนำเสนอเมนูใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเมนูเพื่อสุขภาพหลากหลายให้คุณเลือกสรร เช่น สลัดควินัว (Crunchy Quinoa Power Bowl) และสลัดมังสวิรัติ (Vegan Salad Bowl) บาร์ทั้งสองแห่งยังเพิ่มเมนูทาปาสซึ่งใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นมาปรุงอาหาร อาทิเช่น ปลาหมึกย่างพริกไทยสไตล์ท้องถิ่น (Krabi Lemon Pepper Grilled Squid) และปอเปี๊ยะ (Thai Cold Spring Rolls) ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรพื้นบ้านในท้องถิ่น เครื่องดื่มใหม่ในหมวด “BeWell” เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในปริมาณน้อยหรือไม่มีเลย รังสรรค์อย่างพิถีพิถันเพื่อรสชาติเป็นเลิศ Linger Longer Spa โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท เปิดตัวโปรแกรมบำบัดระดับพรีเมียมโปรแกรมใหม่ “De-stress & Relax Retreat” เพื่อผ่อนคลายและบำบัดร่างกายและจิตใจให้เกิดความสมดุล นอกจากนี้ Linger Longer Spa ยังมีทรีทเมนท์สองเมนูใหม่ให้คุณผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ The Garden of Deep Calm Treatment ช่วยบำรุงผิวพรรณ คลายเครียด และสร้างสมดุลจากภายใน The Clarity of Mind Treatment ทรีทเมนท์นวดบำบัดที่เน้นบริเวณหลัง ไหล่ คอ และศีรษะ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อและปรับสมดุลพลังงานในร่างกาย มร. อูร์ส ลีนฮาร์ด ผู้จัดการทั่วไปภูมิภาค (ภาคใต้) ของโรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีข รีสอร์ท กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นมากกับการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง และขอบคุณพนักงานทุกคนสำหรับการทำงานหนัก และความกะตือรือร้นในการเตรียมพร้อมให้บริการตามมาตรฐานการบริการแบบใหม่ เรามั่นใจว่านักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มเดิมและกลุ่มใหม่ที่มาเยือนรีสอร์ทที่น่าทึ่งของจังหวัดกระบี่แห่งนี้จะรู้สึกเพลิดเพลินและปลอดภัยกับการใช้เวลาพักผ่อนที่นี่ และเราหวังว่าจะมีโอกาสต้อนรับคุณในเร็วๆ นี้”
07-07-20 12:57:38 | เปิดอ่าน 23 ครั้ง
MBK Hotels & Tourism Co.,Ltd.
Body Spa Recharge your body in the most serene setting and save up to 70% off. (Buy now https://megatix.in.th/events/aesthetic-body-offer?aid=PRNEWS) Special prices when purchase by 9 July 2020 • Himalayan Crystal Scrub (45 mins) for only THB 890 from THB 3,295 - An invigorating salt scrub that detoxify and replenish the body while exfoliating and hydrating dry, rough skin • Jasmin Rice and Lemongrass Body Conditioning (45 mins) for only THB 890 from THB 3,295 - A soothing exfoliation suitable for all skin types that gently removes dead skin cells to reveal soft, silky skin • Slimming Cellulite (75 mins) for only THB 1,990 from THB 4,590 - A thermogenic scrub and body wrap specifically designed to reduce the appearance of cellulite and provide slimming and firming effect Special prices when purchase during 10 - 13 July 2020 • Himalayan Crystal Scrub (45 mins) for only THB 990 from THB 3,295 - An invigorating salt scrub that detoxify and replenish the body while exfoliating and hydrating dry, rough skin • Jasmin Rice and Lemongrass Body Conditioning (45 mins) for only THB 990 from THB 3,295 - A soothing exfoliation suitable for all skin types that gently removes dead skin cells to reveal soft, silky skin • Slimming Cellulite (75 mins) for on;y THB 2,290 from THB 4,590 - A thermogenic scrub and body wrap specifically designed to reduce the appearance of cellulite and provide slimming and firming effect Facial Spa Reboost and replenish your skin in the most serene setting and save up to 60% off (Buy now https://megatix.in.th/events/aesthetic-facial-offers?aid=PRNEWS) Special prices when purchase by 9 July 2020 • Cleansing (60 mins) for only THB 1,190 from THB 3,766 - A deeply purifying facial for oily, congested skin to remove impurities and balance sebum production • Hydrating (60 mins) for only THB 1,190 from THB 3,766 - Restore skin's natural silkiness and vitality with moisture replenish ingredients that deliver hydration to dry skin • Lift, Sculpt & Soothe (90 mins) for only THB 1,490 from THB 4,590- The benefits of the acupressure facial are enhanced by additional scalp massage to reduce tension and relaxe muscle on the head and neck • Anti-Aging (90 mins) for only THB 1,490 from THB 5,296 - Combining the renewing efficacy of a double peel with firming bi-phasic mask to provide intense anti-aging benefits for firm and youthful appearance. Special prices during 10-13 July 2020 • Cleansing (60 mins) for only THB 1,390 from THB 3,766 - A deeply purifying facial for oily, congested skin to remove impurities and balance sebum production • Hydrating (60 mins) for only THB 1,390 from THB 3,766 - Restore skin's natural silkiness and vitality with moisture replenish ingredients that deliver hydration to dry skin • Lift, Sculpt & Soothe (90 mins) for only THB 1,690 from THB 4,590 - The benefits of the acupressure facial are enhanced by additional scalp massage to reduce tension and relaxe muscle on the head and neck • Anti-Aging (90 mins) for only THB 2,290 from THB 5,296 - Combining the renewing efficacy of a double peel with firming bi-phasic mask to provide intense anti-aging benefits for firm and youthful appearance. Terms and conditions: • The certificate is valid from 7 July 2020 until 20 December 2020 at i.sawan Residential Spa & Club, Grand Hyatt Erawan Bangkok • A limited number of certificates are available for sale and are allocated daily for redemption • Hotel's facilities and their operation hours may be limited depending on the situation • The certificate is applicable to the stated treatment program only • The certificate (or any part thereof) is non-refundable, and cannot be redeemed for cash or exchanged for any other products or services. • All rates are inclusive of service charge and tax • The certificate requires 24-hour advanced reservation, stating the name of the offer and subject to hotel’s availability. Please call 02 254 6310 or email: [email protected] • Black-out dates are applied for any special holidays • The certificate cannot be used in conjunction with other promotions • The certificate is not for commercial use • This certificate is not eligible for World of Hyatt Points For more information and reservation, please contact 02 254 6310 email: [email protected] Visit https://www.hyatt.com/en-US/spas/I-Sawan-Residential-Spa-and-Club/treatments
07-07-20 12:44:41 | เปิดอ่าน 27 ครั้ง
Grand Hyatt Erawan Bangkok
07-07-20 10:53:20 | เปิดอ่าน 21 ครั้ง
โรงแรมเซ็นทารา หาดใหญ่
สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ (ที่ 5 จากขวา) ประธานกรรมการ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด(มหาชน) เป็นประธานในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น พร้อมด้วยสุทธิชัย จิราธิวัฒน์ (ที่ 5 จากซ้าย) รองประธานกรรมการ และคณะกรรมการบริษัทโดยมี วิเชียร เตชะไพบูลย์(ที่ 4 จากขวา), สุทธิศักดิ์ จิราธิวัฒน์ (ที่ 3 จากขวา), ปริญญ์ จิราธิวัฒน์ (ที่ 2 จากขวา), พิสิฐ กุศลาไสยานนท์ (ที่ 4 จากซ้าย), โสภาวดี เลิศมนัสชัย (ที่ 3 จากซ้าย), ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ (ขวาสุด), เกริด เคิร์ก สตีป (ที่ 2 จากซ้าย) และนรชิต สิงหเสนี (ซ้ายสุด) เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ภาพบุคคลจากซ้ายไปขวา 1. นรชิต สิงหเสนี กรรมการอิสระ 2. เกริด เคิร์ก สตีป กรรมการอิสระ 3. โสภาวดี เลิศมนัสชัย กรรมการอิสระ/ประธานกรรมการตรวจสอบ 4. พิสิฐ กุศลาไสยานนท์ กรรมการอิสระ/กรรมการตรวจสอบ 5. สุทธิชัย จิราธิวัฒน์ รองประธานกรรมการ 6. สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการ 7. วิเชียร เตชะไพบูลย์ กรรมการอิสระ/กรรมการตรวจสอบ/กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน 8. สุทธิศักดิ์ จิราธิวัฒน์ กรรมการ 9. ปริญญ์ จิราธิวัฒน์ กรรมการ/กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน/กรรมการบริหารความเสี่ยงฯ 10. ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแล/ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
07-07-20 10:24:14 | เปิดอ่าน 26 ครั้ง
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา
Centara Hotels & Resorts, Thailand’s leading hotel operator, continues its support of the country’s medical workers with the launch of its “10,000 Thanks” campaign dedicated to the heroes working tirelessly for the wellbeing of the people. As a token of heartfelt gratitude for the healthcare heroes in the ongoing fight against COVID-19, Centara is donating 10,000 room nights for doctors and nurses to enjoy a complimentary one-night stay for two guests at any Centara Hotels & Resorts property in Thailand or overseas. In recognition of their continuing hard work and the challenging circumstances in which doctors and nurses have been working, Centara is offering frontline medical staff across the country a chance to take a much-deserved break, completely free of charge, to recharge and reconnect with their loved ones. “10,000 Thanks” can be redeemed across the group’s five existing brands – Centara Grand, Centara, Centara Boutique Collection, Centra by Centara, and COSI – in destinations across Thailand and overseas, including a number of resort destinations such as Pattaya, Hua Hin, Phuket, Krabi and Samui as well as urban destinations such as Bangkok, Chiang Mai, Udon Thani and Hat Yai. The free night offer is reserved for medical front line professionals who are doctors and nurses with Thai nationality or currently residing in Thailand only. Coinciding with Thailand’s lifting of all restrictions in July following months of phased re-opening, the “10,000 Thanks” offer can be booked between 1st July – 30th December 2020 for stays within the same period. Centara is also extending appreciation to all other workers across the medical industry with an offer of 25% off every rate across the group’s entire portfolio spanning 18 destinations. “25 for heroes” bookings can be made on www.centarahotelsresorts.com between 1st July – 30th December 2020 with no restrictions on travel period. The “10,000 Thanks” and “25 for heroes” medical personnel campaigns are the latest in a series of initiatives launched by Centara Hotels & Resorts to help communities and individuals affected by the COVID-19 pandemic. Since April 2020, the group has partnered with charities and government organisations to provide 1,500 food boxes to support at-risk communities, and offered hotel rooms in Centara Grand at CentralWorld and Centara Muscat Hotel Oman to host healthcare staff and people in need. Centara’s Help the Heroes’ campaign also aims to support those in need with donations going to the Chaipattana Covid-19 Aid Fund (and other pandemics) and Thai Red Cross Society. “Thailand has not seen community transmission of COVID-19 for over a month now, and there’s no question of the importance the role our country’s healthcare heroes play in keeping us healthy and safe. As restrictions in the country start to ease, we invite doctors and nurses to enjoy a much-needed holiday on us, as a humble token of our immeasurable appreciation of their selfless efforts,” said Thirayuth Chirathivat, CEO of Centara Hotels & Resorts. For more information on the “10,000 Thanks” & “25 for heroes” campaign, please visit www.centarahotelsresorts.com/10000thanks and https://www.centarahotelsresorts.com/25-for-heroes/
07-07-20 09:47:43 | เปิดอ่าน 42 ครั้ง
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ขอเป็นอีกหนึ่งเสียงขอบคุณฮีโร่ของคนไทย ด้วยการมอบโควต้าห้องพักจำนวน 10,000 ห้อง ให้แพทย์และพยาบาลที่อุทิศตนและเสียสละทำงานอย่างหนักเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้เข้าพักฟรีที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 ธันวาคม 2563 เซ็นทาราขอขอบคุณและตอบแทนในความเสียสละของทีมแพทย์และพยาบาลที่ทุ่มเททั้งกำลังกายและใจให้ประเทศไทยสามารถฝ่าฟันวิกฤตโควิด-19 ในครั้งนี้ได้ด้วยดี ด้วยการมอบห้องพักจำนวน 10,000 ห้อง ที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราในไทยหรือต่างประเทศให้เข้าพักฟรี เพื่อพักกายใจให้หายเหนื่อยจากการทำงาน นับเป็นข้อเสนอสุดพิเศษยิ่งกว่าครั้งใด โดยข้อเสนอดังกล่าวมอบสิทธิ์การจองให้บุคลากรแพทย์และพยาบาล 1 ท่านพักฟรีได้ 1 คืน ในรูปแบบห้องพักสำหรับ 2 ท่าน สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยคลี่คลายขึ้นไปในทางที่ดี ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากการทำงานอย่างเข้มแข็งและเสียสละของบุคลากรการแพทย์ทุกท่าน เซ็นทาราจึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงออกซึ่งความชื่นชมต่อบุคลากรการแพทย์และพยาบาลซึ่งเปรียบเสมือนด่านหน้าในการสู้ไวรัสโควิด-19 ด้วยแคมเปญ “10,000 คำขอบคุณ” ในครั้งนี้ เพื่อให้แพทย์และพยาบาลทุกท่านได้พักเหนื่อยจากการทำงานและได้ใช้เวลากับครอบครัวอีกครั้งที่เซ็นทารา เจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลสามารถใช้สิทธิจองห้องพักได้ที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทั้งในไทยและต่างประเทศ ภายใต้ 5 แบรนด์หลักของเซ็นทารา ได้แก่ เซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทารา เซ็นทารา บูติก คอลเลกชัน เซ็นทรา บาย เซ็นทารา และโคซี่ ครอบคลุม 13 จังหวัดในหลากหลายจุดหมายปลายทางที่เป็น รีสอร์ทอันสวยงาม เช่น พัทยา หัวหิน ภูเก็ต และสมุย รวมถึงจุดหมายปลายทางแบบเมือง เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ อุดรธานี และหาดใหญ่ เซ็นทารามอบสิทธิ์ห้องพักฟรีนี้สำหรับแพทย์และพยาบาลที่มีรายชื่อในแพทยสภา และมีสัญชาติไทยหรือมีถิ่นพำนักในประเทศไทยเท่านั้น บุคลากรแพทย์และพยาบาลสามารถใช้สิทธิ์สำรองห้องพักและเข้าพัก ภายใต้แคมเปญ “10,000 คำขอบคุณ” ได้ที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 ธันวาคม 2563 ทั้งนี้ เซ็นทารายังมอบส่วนลดพิเศษ 25% จากทุกโปรโมชั่นบนเว็บไซต์ของเซ็นทาราให้กับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกท่าน โดยสามารถใช้สิทธิส่วนลดพิเศษนี้ได้ที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทั่ว 18 จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างประเทศ เพียงสำรองห้องพักที่ https://www.centarahotelsresorts.com/th/ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 ธันวาคม 2563 และสามารถเลือกวันเข้าพักได้ตามต้องการ โดยไม่มีระยะเวลากำหนดการเข้าพักใดๆ ทั้งสิ้น การมอบห้องพักจำนวน 10,000 ห้อง และส่วนลดพิเศษ 25% จากทุกโปรโมชั่นบนเว็บไซต์ของเซ็นทารา ให้กับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ นับเป็นอีกโครงการหนึ่งจากอีกหลายโครงการที่เซ็นทาราริเริ่มเพื่อสนับสนุนการทำงานบุคลากรทางการแพทย์และคนไทยที่ต้องต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เซ็นทาราได้ร่วมมือการองค์กรการกุศลและหน่วยงานรัฐบาลในการส่งมอบอาหารกล่อง 1,500 ชุด พร้อมน้ำดื่มให้แก่กรมประชาสัมพันธ์หน่วยงานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนั้น เซ็นทาราได้ร่วมสนับสนุนที่พักให้กับทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของโรงพยาบาลตำรวจได้เข้าพักที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ รวมถึงโครงการ Help the Heroes เพื่อร่วมสมทบเงินทุนเข้ากองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่างๆ) และ สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ ในการต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 “เป็นเรื่องน่ายินดีที่ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกันมาเป็นระยะเวลา 1 เดือนแล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้ เราต้องขอขอบคุณในความอุทิศตนของบุคลากรการแพทย์ทุกท่านที่เสียสละทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย เพื่อช่วยหยุดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย” ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าว “เซ็นทาราในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเคียงข้างคนไทยมาอย่างยาวนาน ขอร่วมเป็นตัวแทนชาวไทยในการขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศในครั้งนี้ เราหวังว่าทีมแพทย์และพยาบาลจะได้พักเหนื่อยจากการทำงาน พร้อมประทับใจไปกับประสบการณ์การบริการอย่างอบอุ่นแบบครอบครัวที่เซ็นทารา” สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ “10,000 คำขอบคุณ” & “25 เพื่อฮีโร่” ได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/th/thank-you-medical-heroes/ และ https://www.centarahotelsresorts.com/th/thank-you-medical-heroes-discount/
07-07-20 09:45:24 | เปิดอ่าน 26 ครั้ง
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา
วุฒิศักดิ์ พิชญกานต์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ (คนที่ 2 จากซ้าย) ให้การต้อนรับคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (คนตรงกลาง) ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพและการเว้นระยะห่างอันสอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบใหม่ (New Normal) ทั้งนี้ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิชได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีมอบเหรียญรางวัล รายการแข่งขันคณิตศาสตร์ประเทศไทย ครั้งที่ 8 (8th TMC - Thailand Mathematics Contest) ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2563 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ
04-07-20 13:51:38 | เปิดอ่าน 55 ครั้ง
Centra by Centara Government Complex Hotel &am
เดอะ พาวเวอร์ โบวล์ส (The Power Bowls) แบรนด์เฮลธ์ตี้ล่าสุดที่ให้บริการเดลิเวอรี่ในกรุงเทพโดยเดสติเนชั่น กรุ๊ปได้จัดงาน DIY ครั้งแรกแนะนำเคล็ดลับเด็ดแก่สาวกสายเฮลธ์ตี้ โดยการแนะนำซิกเนเจอร์โบวล์สต่าง ๆ โดยทีมเชฟของแบรนด์ เน้นความสดของเครื่องปรุงและความสมดุลของสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายที่แต่ละโบวล์มีให้พร้อมทั้งแนะนำน้ำผลไม้สกัดเย็น 100% จากแบรนด์ไทยชื่อดังแพช (PASH) อีกด้วย ในภาพ มร อัลเบิร์ต แวน เดอ เวสธุยเซน ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ เดสติเนชั่น กรุ๊ป (ที่ 4 จากซ้าย) มร โจเซพ โลเปซ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาอาหาร เดสติเนชั่น กรุ๊ป (ที่ 3 จากซ้าย) มิส บก ชิน ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ เดสติเนชั่น กรุ๊ป (ที่ 2 จากซ้าย) คุณสุนิต ชุตินธรานนท์ CEO แบรนด์ PASH (ที่ 2 จากขวา) คุณวรปรัชญ์ ชุตินธรานนท์ COO แบรนด์ PASH (ที่ 1 จากขวา) คุณนิตรีญา วงษา CMO แบรนด์ PASH (ที่ 1 จากซ้าย) ส่งตรงจากฟาร์มถึงโต๊ะคุณ พร้อมจัดส่งแล้วทั่วกรุงเทพ ตั้งแต่เวลา 11:00 น. - 23:30 น. ซึ่งลูกค้าสามารถสั่งซื้อ เดอะ พาวเวอร์ โบวล์สได้ทาง LINE @thepowerbowls หรือ https://lin.ee/6JUl6dK Instagram @thepowerbowls ทาง Facebook www.facebook.com/ThePowerBowls โทร 095 807 7877 หรือดูเพิ่มเติมได้ที่ http://power-bowls.com
03-07-20 14:03:52 | เปิดอ่าน 54 ครั้ง
Destination Eats
โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ พร้อมต้อนรับทุกท่านอีกครั้งด้วยมาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยที่เคร่งครัด เพื่อให้ลูกค้าของเรารู้สึกถึงความปลอดภัยเมื่อมาใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารหรือเข้าพักที่โรงแรม ซึ่งทางโรงแรม ได้เตรียมความพร้อมเป็นพิเศษ เพื่อการให้บริการสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ด้วยจุดมุ่งหมายของไฮแอทที่ว่า “เราใส่ใจผู้คน เพื่อให้พวกเขาสามารถเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด” เป็นแนวทางในการปฏิบัติของเราด้านสุขอนามัย ทางโรงแรมได้ใช้มาตรการและแนวทางปฏิบัติเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยและเพื่อสร้างความมั่นใจแก่แขก ลูกค้าและพนักงาน เราจะยังคงให้ความสำคัญและปฏิบัติตามข้อกำหนดและคำแนะนำของกรมควบคุมโรค และกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงองค์การอนามัยโลกอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง ประสบการณ์ใหม่สำหรับลูกค้ากับความปลอดภัยและความสะอาดที่เหนือระดับ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ได้ทำการเพิ่มมาตรการด้านสุขอนามัยและการปฏิบัติงานอย่างรวดเร็ว โดยมาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยที่ได้ปฏิบัติในระยะแรก เช่น การจัดเตรียมแอลกอฮอล์ที่ทำความสะอาดบริเวณตามจุดต่างๆของโรงแรม ห้องอาหารต่างๆ ห้องพักแขก การบริการรูมเซอร์วิสแบบไร้การสัมผัส โดยจะเสิร์ฟบริเวณหน้าประตู ห้องพัก การเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดที่กรองอากาศเพิ่มขึ้น และการให้พนักงานทุกคนใส่หน้ากากอนามัยระหว่างปฏิบัติงาน โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เป็นสถานที่ที่มากกว่าความปลอดภัยและความสะอาด เพื่อมอบความมั่นใจให้กับลูกค้าตั้งแต่ก่อนเข้าใช้บริการจนกระทั่งการเช็คเอ้าท์และอื่น ๆ นอกจากนี้ทางโรงแรมได้ปฏิบัติและปรับเปลี่ยนประสบการณ์ให้กับลูกค้าด้วยความคิดสร้างสรรค์และการดูแลเอาใจใส่: • ความเป็นอยู่ที่ดีไม่ว่าจะอยู่ที่ใด: นี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของการดูแลเอาใจใส่สำหรับไฮแอท ด้วยการทำงานร่วมกันกับแอพพลิเคชั่น Headspace มอบให้กับแขกผู้เข้าพัก สมาชิก World of Hyatt และพนักงาน สามารถเข้าถึงการฝึกสติและสมาธิ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการนอนหลับพักผ่อนฟังผ่านแอพพลิเคชั่น World of Hyatt ซึ่งสามารถฟังได้จากทีวีในห้องพักหรือไม่ว่าจะอยู่บนท้องถนน นอกจากนี้โรงแรม ยังได้จัดวางอุปกรณ์ออกกำลังกายแบบใหม่บริเวณฟิตเนสเพื่อเป็นการเว้นระยะห่างสร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการ • การติดต่อและสัมผัสที่น้อยลง เพื่อการดูแลเอาใจใส่ที่มากขึ้น: โรงแรมแกรนด์ ไฮแอทเอราวัณ กรุงเทพฯ ได้ติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกแบบดิจิตอลเพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถดูเมนูอาหาร ไปจนถึงการชำระเงินผ่าน QR Code สำหรับการจัดงานประชุมและอีเว้นท์ต่างๆ ทางโรงแรมกำลังเตรียมเทคโนโลยีภาพและเสียงที่จะช่วยให้ลูกค้าเลือกประชุมแบบไฮบริดได้ ทั้งภายในสถานที่และจากสถานที่อื่นไว้สำหรับการจัดอีเว้นท์ขนาดใหญ่ที่มีการจัดการประชุมแบบการเว้นระยะห่าง นอกเหนือจากรูปแบบการจัดงานแล้ว ทางโรงแรมยังให้จัดเตรียม "เซ็ตสุขอนามัยที่ปลอดภัย" สำหรับแขกเมื่อเดินทางมาถึงโรงแรม • มอบความรู้สึกที่ปลอดภัย: โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ โดดเด่นด้วยประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ทางโรงแรมได้ผ่านการรับรองความปลอดภัยมาตรฐานระดับสากลอย่าง ISO 22000 และ HACCP อีกทั้งการบริการด้านบุฟเฟ่ต์ได้มีการปรับให้บริการแบบเสิร์ฟตรงถึงโต๊ะแขก และยังมีระบบสแกน QR code เพื่อดูเมนูอาหารจากห้องอาหารต่างๆและบาร์ รวมไปถึงการสั่งอาหารผ่านรูมเซอร์วิสในห้องพัก นอกจากนี้ โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ยังได้รับรางวัล SHA โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยโรงแรมได้ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและผ่านมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันทำให้นักเดินทางจะต้องวางแผนสำหรับการเข้าพักเป็นอย่างมาก การดูแลความใจใส่ของโรงแรมคือแนวทางในการตัดสินใจการใช้บริการของพวกเขา ทางโรงแรมพร้อมที่จะให้ความสนับสนุนและสร้างความเชื่อมั่นเพื่อลดความกังวลเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ท้าทายในขณะนี้ ด้วยเหตุนี้ สมาชิก World of Hyatt ยังได้รับสิทธิพิเศษยาวนานขึ้นกว่าเดิมในการใช้หรือแลกคะแนน เพื่อความเพลิดเพลินสำหรับการเดินทางในครั้งต่อไป สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมาชิก World of Hyatt สามารถเยี่ยมชมได้ที่ https://world.hyatt.com/
03-07-20 12:25:18 | เปิดอ่าน 53 ครั้ง
Grand Hyatt Erawan Bangkok
สำหรับสาวๆ สายรักสุขภาพ ต้องการฟิตร่างกายให้ดูสุขภาพดีทุกสัดส่วน บอกเลยว่าไม่ควรพลาดกับโปรโมชั่นดี ๆ แบบนี้กับฟิตเนสที่มีมาตรฐานที่ดิ โอลิมปิค คลับ สถานที่ยอดนิยมสำหรับคนต้องการดูแลร่างกายอย่างต่อเนื่องและจริงจังด้วยเครื่องเล่นและอุปกรณ์ออกกำลังที่ทันสมัยได้มาตรฐาสากล สระว่ายน้ำกลางแจ้ง สนามแบดมินตัน สนามเทนนิสที่ถูกดูแลรักษาความสะอาด ปลอดเชื้อโรค และเทรนเนอร์ผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้คำแนะนำในการออกกำลังการแก่ทุกท่าน พิเศษ! โปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 เพียงสมัครสมาชิกแบบ 1 ปี ที่ดิ โอลิมปิค คลับ แถมฟรีอีก 1 ปี! โปรโมชั่นสุดคุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว สมัครได้ตังแต่วันนี้ – 30 กันยายน พ.ศ. 2563 ที่ดิ โอลิมปิค คลับทุกสาขา สำรองเวลาเข้าใช้บริการหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทั้ง 3 สาขาที่ • ดิ โอลิมปิค คลับ สาขา ปทุมวัน ปริ๊นเซส โทร. 02 216 3700 ต่อ 20805 • ดิ โอลิมปิค คลับ สาขาพาราไดซ์ พาร์ค โทร. 02 780 2281 • ดิ โอลิมปิค คลับ สาขา บางกอก กอล์ฟ คลับ โทร. 02 147 5858
02-07-20 16:35:44 | เปิดอ่าน 39 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
วุฒิศักดิ์ พิชญกานต์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ (คนซ้ายสุด) ให้การต้อนรับอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี (คนขวาสุด) ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพและการเว้นระยะห่างอันสอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบใหม่ (New Normal) มีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าร่วมงาน และสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทั้งนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดการศึกษาอบรมและการปฐมนิเทศ หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 11 (พตส. 11) ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ
02-07-20 16:15:00 | เปิดอ่าน 56 ครั้ง
Centra by Centara Government Complex Hotel &am
โรงแรมเซ็นทารา หาดใหญ่ ให้ความร่วมมือกับจังหวัดสงขลา กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ภายใต้แนวคิด “ไป ลั่นล๊า เที่ยวสงขลาให้ฉ่ำใจ” เพื่อการส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยว หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อโควิด 19 และยังมีกิจกรรมพิเศษเชิญชวนโพสรูปสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร บรรยากาศลงสื่อโซเชียล ภายใต้แคมเปญ #สงขลามาเด้ เที่ยวนับ 100 หรอยนับ 1000 พิเศษ โรงแรมเซ็นทารา หาดใหญ่ ให้ราคาห้องพักกับนักท่องเที่ยวโครงการ “ไป ลั่นล๊า เที่ยวสงขลาให้ฉ่ำใจ” ใน ราคา 800 บาท ( ไม่รวมอาหารเช้า ) สแกน QR Code เพื่อรับราคาห้องพักราคาพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค ถึง 30 ก.ย 63 นี้เท่านั้น จำกัดจำนวนห้องพักตามความเหมาะสมของแต่ละวัน Centara Hotel Hat Yai ➡ไป ลั่นล๊า เที่ยวสงขลาให้ฉ่ำใจ ☎ โทร 074-352222 @[email protected] #Centarahatyai #เปิดแล้วwww.centarahotelsresorts.com/chy #เซ็นทาราหาดใหญ่ #newnormal #Centarahatayi #Spa
02-07-20 15:51:30 | เปิดอ่าน 40 ครั้ง
โรงแรมเซ็นทารา หาดใหญ่
โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เปิดตัวแกรนด์ ไดนิ่ง ทูโก เพื่อเพิ่มประสบการณ์ใหม่ในการรับประทานอาหารจากโรงแรมซึ่งไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถรับประทานเมนูโปรดของคุณได้ โดยเมนูจะมีให้เลือกมากมายหลายชนิด ทั้งเซ็ตครอบครัว เซ็ตอาหารเช้า อาหารไทย อิตาเลี่ยน สเต๊กเนื้อต่างๆ เมนูแพลนท์เบส และขนมหวานอีกมากมาย ที่พร้อมส่งตรงถึงประตูคุณแล้ววันนี้ หรือสามารถเลือกเข้ามารับสินค้าได้ที่โรงแรมโดยตรง เมนูแกรนด์ ไดนิ่ง ทูโกที่ได้รับการคัดสรรโดยทีมเชฟจากทางโรงแรม ซึ่งมีตั้งแต่อาหารไทยไปจนถึงอาหารนานาชาติ เมนูแนะนำ อาทิ เซ็ตอาหารเช้า ‘Flavors of the morning’ ในเซ็ตประกอบด้วย มินิครัวซองต์, มินิบริโอช, บลูเบอร์รี่มัฟฟิน, สลัดผลไม้, เนย, แยม และสามารถเลือกเครื่องดื่ม 1 อย่าง ราคาเซ็ตละ 390 บาท ส่วนอาหารไทยมีให้เลือกมากมายหลายชนิดและรสชาติต้นตำหรับแท้ๆ อย่าง ‘ข้าวซอยไก่’ ต้นตำรับของภาคเหนือ ซึ่งทำจากบะหมี่ไข่พร้อมไก่ออแกนิคและเครื่องเคียงต่างๆ ราคา 270 บาท สำหรับคนรักอาหารอิตาเลี่ยนแท้ๆ ขอแนะนำ ‘พิซซ่ามาร์เกริต้า’ ซึ่งทำจากซอสมะเขือเทศ, มอสซาเรลล่าฟิออร์ลาเต้และโหระพาอิตาเลี่ยน ราคา 300 บาท ‘โฮมเมดเฟตตูชินีกุ้ง’ พร้อมซอสพริกหยวกคั่วและเพสโต้ผักร็อคเกต ราคา 360 บาท สำหรับสายเนื้อนั้น อิ่มอร่อยกับ ‘ริบอายสเต็ก’ เนื้อริบอายไทย - เฟรนซ์ 350 กรัม, ซุปข้นมันฝรั่งทรัฟเฟิล, ผักออร์แกนิกคั่ว, ซอสไวน์แดง เสิร์ฟพร้อมกับขนมปัง ราคา 1,300 บาท ‘เบอร์เกอร์เนื้อวากิว’ ราคา 380 บาท ส่วนสายสุขภาพวีแกน มีเซ็ตเมนูอย่าง ‘Flavors of the vegan club’ ขนมปังวีแกน, เนื้อแพลนท์เบส, มะละกอดิบ, ถั่วเขียว, แครอท, เชดดาร์ชีสจากพืช, วีแกนมายองเนสแบบเผ็ด เสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่งทอดหรือสลัด พร้อมขนมหวานแพลนท์เบส ราคา 420 บาท และยังมีเมนูอื่นๆอีก ปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวาน โดยมีไอศกรีมให้เลือกมากมาย ทั้ง ไอศกรีมสตอเบอรี่จากเชียงใหม่ ไอศกรีมราสแบรี่ กะเจี๊ยบ โป๊ยกั๊ก,ไอศกรีมช๊อกโกแลต, ไอศกรีมงาดำ ถั่วอบ และ ไอศกรีมฟักทอง โรสแมรี่ ขิง ราคา 95 บาท อีกทั้งยังมีขนมหวานอื่นๆให้เลือกอีกมากมาย สามารถดูเมนูอาหารทั้งหมดและสั่งสินค้าผ่าน https://shop.line.me/@grandhyatterawan บริการจัดส่งตั้งแต่เวลา 10:00 น. - 20:00 น. ค่าจัดส่ง • ภายใน 1.5 กิโลเมตร จัดส่งฟรี เมื่อสั่งขั้นต่ำ 500 บาท • ภายใน 3 กิโลเมตร จัดส่งฟรี เมื่อสั่งขั้นต่ำ 1,000 บาท • 3 – 5 กิโลเมตร 80 บาท • 5 – 10 กิโลเมตร 150 บาท • 10 กิโลเมตรขึ้นไป 200 บาท เงื่อนไขการให้บริการ • ไม่สามาถยกเลิกหรือขอคืนเงินได้หลังสั่งซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้ว • ไม่สามารถสะสมคะแนนหรือแลกคะแนนซื้อจาก World of Hyatt ได้ • สำหรับการสั่งซื้อ ต้องชำระค่าสินค้าล่วงหน้าก่อนรับสินค้า หรือก่อนส่งสินค้า • ทางโรงแรมขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงสินค้าโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า • ราคาสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยขึ้นอยู่กับช่วงเวลาหรือเทศกาลต่างๆ • ราคาสินค้ารวมค่าภาษีเรียบร้อยแล้ว • สำหรับความสดใหม่ของอาหาร กรุณาทานภายใน 2 ชั่วโมงหลังได้รับสินค้า หรือแช่ในตู้เย็นภายใน 2 ชั่วโมงหลังได้รับสินค้า หากทำการอุ่นอาหาร ควรรับประทานให้หมดทันทีภายในครั้งเดียว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือสนใจสั่งซื้อ กรุณา โทร +66 2254 1234 หรืออีเมล์ [email protected] เยี่ยมชมเวปไซต์ www.grandhyatterawanbangkok.
02-07-20 11:40:21 | เปิดอ่าน 43 ครั้ง
Grand Hyatt Erawan Bangkok
ธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจที่มีการลงทุนและการแข่งขันสูงมาก การทำให้โรงแรมเป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการมาพักของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับโรงแรมเพื่อให้โรงแรมสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นและยั่งยืน การตลาดที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยหลักในการสร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับโรงแรมอย่างมหาศาล และยังทำให้สามารถเอาชนะคู่แข่งได้โดยไม่ยากนัก ดังนั้นผู้ประกอบการและผู้บริหารโรงแรมจึงจำเป็นต้องศึกษากลยุทธ์การตลาดให้มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และสามารถนำไปใช้ในการบริหารโรงแรมได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประสบความสำเร็จ และได้ผลประกอบการที่ดียิ่งขึ้น วิทยาลัยดุสิตธานี หนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำทางด้านการโรงแรมและการประกอบอาหารของประเทศไทย ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ที่มีรากฐานการก่อตั้งและเป็นส่วนหนึ่งของในเครือดุสิตธานี กลุ่มโรงแรมชั้นนำระดับ 5 ดาวของเมืองไทย จึงได้จัด “หลักสูตรออนไลน์ด้านกลยุทธ์การตลาดเชิงลึกสำหรับโรงแรมและรีสอร์ท” ขึ้นมา เพื่อให้ทุกโรงแรมได้เตรียมความพร้อมสำหรับการกลับมากเติบโตของภาคธุรกิจการท่องเที่ยวอีกครั้ง หลักสูตรเรียนออนไลน์ “กลยุทธ์การตลาดเชิงลึกสำหรับโรงแรมและรีสอร์ท” เป็นหลักสูตรที่จะให้ผู้เรียนปรับตัวในยุควิกฤตโควิด 19 เรียนรู้ส่วนประกอบของการตลาดและการประเมินสภาพแวดล้อมทางการตลาด ความสำคัญของการวางตำแหน่งทางการตลาด Dos and Don’ts ในการทำการตลาด สิ่งที่ลูกค้าอยากได้และสิ่งที่แบรนด์ควรทำ การปรับตัวของเจ้าของธุรกิจและนักการตลาด การสร้างจุดต่างจากคู่แข่งและการหาจุดขายให้กับโรงแรม วิธีการเลือกช่องทางการขาย และวิธีการเลือกกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อช่วยเพิ่มยอดขายและรายได้ การประชาสัมพันธ์ การโฆษณา การเลือกสื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า การทำแผนการตลาด ซึ่งประกอบไปด้วย Market Analysis, Situation Analysis, Competitor Analysis, Budget, Action plan กรณีศึกษา และ Marketing Plan Workshop หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับเจ้าของกิจการโรงแรม ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด รวมไปถึงผู้สนใจที่ต้องการพัฒนาศักยภาพในการทำตลาดโรงแรมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้มากประสบการณ์ คุณชิน พิทักษ์ นรเทพกิตติ ซึ่งดำรงตำแหน่ง General Manager (GM) ที่ Anantara Angkor Resort; Former-GM Sofitel & MGallery Luang Prabang และเป็นผู้ประสบความสำเร็จทั้งทางด้านการบริหารจัดการธุรกิจสร้างรายได้ของโรงแรม การบริหารพนักงานต่างเชื้อชาติ ต่างวัย ต่างวัฒนธรรม และประสบการณ์การทำงานกับเจ้าของโรงแรม และผู้บริหารระดับสูงสุดของเชนที่เป็นที่รู้จักระดับโลก เปิดสอนเป็นหลักสูตร 2 วัน คือ เรียนในวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 09.30 น. - 16.30 น. โดยมีค่าใช้จ่าย 6,900 บาทต่อท่าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโปรแกรมที่ กรุณาติดต่อสำนักบริการวิชาการ วิทยาลัยดุสิตธานี โทร. 0-2721-8469-70 หรืออีเมล [email protected], [email protected]
01-07-20 17:24:36 | เปิดอ่าน 41 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
Grand Hyatt Erawan Bangkok is ready to welcome all guests back with strictly implemented operational hygiene and safety measures to assure our guests feel at ease when dining and staying at the hotel. We at Grand Hyatt Erawan Bangkok have formed a special taskforce to adapt our service and products to the evolving needs from our guests. Our purpose at Hyatt – we care for people so they can be their best – is guiding our decisions. To provide a healthy environment, we have implemented many measures and plans to offer and maintain a safe environment for our guests, customers and colleagues. Our top priority for safety and wellbeing will continue to remain vigilant and follow the recommended procedures and protocols of the local health authorities and World Health Organization. Beyond Safe and Clean, New Guest Experiences Grand Hyatt Erawan Bangkok has worked quickly to roll out enhanced sanitization and operational protocols. Hygiene and safety measures introduced in Phase One includes, providing alcohol wipes at restaurants and as part of in-room amenities, knock-and-go room service, increased frequency of cleaning air filters, implementation of a new wellness policy for colleagues, and mandatory usage of masks by all associates. Grand Hyatt Erawan Bangkok is going beyond safety and cleanliness and focusing on providing guests with a holistic sense of wellbeing from pre-arrival to checkout and beyond. Here are some examples of how Grand Hyatt Erawan Bangkok is reimagining the hotel experience with creativity and care: • Wellbeing Where You Are: The true fulfilment of Hyatt’s purpose of care is wellbeing. Through a new, exclusive collaboration with Headspace, guests, members and colleagues can access mindfulness exercises, guided meditations and sleep content via the World of Hyatt app either on in-room TVs or on the road. Hotels have rearranged their gym equipment in adherence to physical distancing guidelines. • Less Contact, More Care: Grand Hyatt Erawan Bangkok has implemented digital amenities for guests to have less contact, from Mobile Entry and QR code Menu, to QR Code payment. For meetings and events, we are exploring audio-visual technology that will help offer customers hybrid meeting options – on-property and remote – for large-scale events with social distancing in mind. In addition to reconfiguring event spaces, the hotel provides event attendees with a ‘safe hygiene kit’ on arrival. • Feeding the Senses: Exceptional food and beverage experiences have always been a differentiator for Grand Hyatt Erawan Bangkok, and over the last few years, we have placed great emphasis on food safety certification. As of today, Grand Hyatt Erawan Bangkok is ISO22000 certified and HACCP certified. Buffet services have rearranged to be served to guest table by service staff and new QR codes for restaurant and bar menus are available at each restaurants including in-room dining. Grand Hyatt Erawan Bangkok has recently awarded the “Amazing Thailand Safety and Health Administration” certificate given by the Tourism Authority of Thailand to the hotels that have undergone a strict inspection and passed the SHA’s high standards of hygiene and safety. As the situation remains fluid we understand that it’s difficult for travellers to make any plans. Our care is guiding our decisions as we support our guests and their future adventures with us. To give members one less thing to worry about during this incredibly challenging time, World of Hyatt benefits has been extended. Members will have more time to use points, more time to use earned awards, and more time for elite members to enjoy their status and benefits. For more information about World of Hyatt Program, visit https://world.hyatt.com/
30-06-20 20:48:00 | เปิดอ่าน 65 ครั้ง
Grand Hyatt Erawan Bangkok
เดสติเนชั่น อีทส์ ในเครือเดสติเนชั่น กรุ๊ป ได้เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพและโภชนการที่เหมาะสมได้เปิดตัวอีกหนึ่งแบรนด์อาหารเพื่อสุขภาพ เดอะ พาวเวอร์ โบวล์ส (The Power Bowls) ให้บริการเดลิเวอรี่ในกรุงเทพ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรักสุขภาพในยุคนี้ เน้นความสมดุลของสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย อาทิ สารต้านอนุมูลอิสระ โอเมก้า 3 ‘โภชนาการที่เหมาะสมและสมดุลของอาหารมีบทบาทอย่างมากในเส้นทางสู่สุขภาพที่ดี สินค้าทั้งหมดของเราปลอดจีเอ็มโอ ส่งตรงจากฟาร์มสู่โต๊ะของคุณ เดอะ พาวเวอร์ โบวล์สตัวเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ’ จับมือร่วมกับแบรนด์น้ำผลไม้สกัดเย็น 100% ชื่อดังจากไทย แพช (PASH) เน้นสนับสนุนการมีสุขภาพที่ดีของทุกคน ทั้งสองแบรนด์มีวิธีการผลิตที่สดใหม่ ด้วยวัตถุดิบและส่วนผสมที่ดีที่สุด จากผลผลิตของผลไม้จากท้องถิ่นเขตร้อนที่จะมาสร้างมาตรฐานสุขภาพที่ดีให้คนไทย 'ทางเลือกเพื่อสุขภาพของคุณ' เป็นแนวคิดของเดอะ พาวเวอร์ โบวล์สที่จะทำให้การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพของคุณง่ายยิ่งขึ้น ด้วยเมนูพาวเวอร์ โบวล์สถึง 14 แบบที่มาพร้อมกับน้ำสลัดโฮมเมด ไม่ว่าจะเป็น Broc n 'Roll (541 แคลอรี) Detox (429 แคลอรี) Soil Mate (409 แคลอรี) และ Oppa! (584 แคลอรี) ซึ่งลูกค้าสามารถลิ้มลองพุดดิ้งเมล็ดเชียแบบโฮมเมดทั้ง 4 แบบ พร้อมน้ำผลไม้สกัดเย็น 100% จากแพช (PASH) อีก 9 เมนูร่วมกันได้อีกด้วย โดยราคาของพาวเวอร์ โบวล์ จะอยู่ที่ 279 บาทต่อชาม เซ็ทคอมโบเดอะ พาวเวอร์ โบวล์และแพช (PASH) ราคา 359 บาทต่อเซ็ท และพุดดิ้งเมล็ดเชีย ราคา 119 บาท พิเศษ! โปรโมชั่นสุดคุ้มเมื่อซื้อพาวเวอร์ โบวล์ส 2 ถ้วย เหลือเพียง 399 บาทเท่านั้น โดยทำการสั่งซื้อผ่าน Facebook LINE หรือโทรศัพท์ เท่านั้น กรุณาดูข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติม ส่งตรงจากฟาร์มถึงโต๊ะคุณ พร้อมจัดส่งแล้วทั่วกรุงเทพ ตั้งแต่เวลา 11:00 น. - 23:30 น. ซึ่งลูกค้าสามารถสั่งซื้อ เดอะ พาวเวอร์ โบวล์สได้ทาง LINE @thepowerbowls หรือ https://lin.ee/6JUl6dK Instagram @thepowerbowls ทาง Facebook www.facebook.com/ThePowerBowls โทร 095 807 7877 หรือดูเพิ่มเติมได้ที่ http://power-bowls.com แพช (PASH) ก่อตั้งขึ้นเมื่อกันยายน 2559 โดยคุณสุนิต ชุตินธรานนท์ (เล็ก) เชฟอาหารไทยมากประสบการณ์ที่มุ่งมั่นนำเสนอแบรนด์น้ำผลไม้สกัดเย็นรสชาติเยี่ยมสู่สายตาชาวโลก โดยเฉพาะรสชาติของน้ำผลไม้เขตร้อนของไทยให้เป็นที่แพร่หลาย ไม่เพียงแต่ในกรุงเทพเท่านั้น ยังรวมถึงในเอเชียอีกด้วย ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.pashjuices.com และ www.facebook.com/Pashjuices หรือโทร 080 323 5825
29-06-20 14:55:21 | เปิดอ่าน 74 ครั้ง
Destination Eats
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ขอเชิญชวนผู้ประกอบการส่งออก สมัครขอใช้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ให้กับผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการอาหารไทยสำเร็จรูปด้วยการมอบตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประจำปี 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอาหารไทย รวมทั้งพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ กิจกรรมดังกล่าวกำหนดให้มีการพิจารณามอบตราสัญลักษณ์ Thai SELECT และต่ออายุตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปที่มีรสชาติความเป็นไทยและได้รับมาตรฐานการส่งออกในระดับสากล โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการเข้าร่วมกิจกรรมของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรม (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) ได้ที่สำนักส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ภายในวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563 โทร. 02-507-8341
27-06-20 13:35:58 | เปิดอ่าน 76 ครั้ง
I39EVENT
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับตราสัญลักษณ์และประกาศนียบัตรอันทรงเกียรติจากโครงการ Amazing Thailand Safety & Health Administration หรือ SHA ที่จัดทำโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข หอการค้าไทย และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย SHA เป็นโครงการใหม่คิดริเริ่มเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากธุรกิจภายในประเทศได้รับผลกระทบต้องปิดกิจการชั่วคราวเพราะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตราสัญลักษณ์ SHA เป็นเครื่องหมายการรับรองซึ่งช่วยให้กลุ่มธุรกิจโรงแรมฯ สร้างความเชื่อมั่นให้กับแขกผู้เข้าพัก ซึ่งตราสัญลักษณ์ SHA นี้จะมีระยะเวลาการรับรองมาตรการความปลอดภัยและสุขขอนามัยถึง 2 ปี และเมื่อวันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมานี้ มร. สเตฟาน ไฮนซ์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส มีความปลาบปลื้มยินดีที่ได้รับมอบตราสัญลักษณ์ SHA อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจากนายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการการตลาดในประเทศ เป็นผู้แทนมอบตราสัญลักษณ์ให้ ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส มร. สเตฟาน ไฮซ์ ผู้จัดการทั่วไป กล่าวว่าด้วยความยินดีว่า “โรงแรมฯ ของเรานั้น พวกเราทุกคนทำงานอย่างหนักเพื่อเตรียมการดำเนินการตามขั้นตอนให้สอดคล้องกับมาตรการรูปแบบใหม่ “New Normal” เพื่อให้แขกที่มาเยือนหรือเข้าพักได้มั่นใจถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยตามข้อกำหนด ตราสัญลักษณ์ SHA นี้จะยิ่งทำให้เพิ่มความมั่นใจมากขึ้น และขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ให้แนวทางการสร้างมาตรการความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขและที่สำคัญพนักงานโรงแรมฯ ทุกคนที่ทุ่มเททำงานอย่างหนักในการเตรียมความพร้อมตามมาตรการในรูปแบบใหม่นี้”
26-06-20 20:39:29 | เปิดอ่าน 66 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เตรียมความพร้อมที่จะเปิดให้บริการเฉพาะห้องอาหารขึ้นชื่อของโรงแรมฯ อีกครั้ง หลังจากปิดให้บริการชั่วคราวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ห้องอาหารเกาหลี คองจู และที แอท ล็อบบี้ จะเปิดให้บริการกับลูกค้าทุกท่านตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ห้องอาหารทั้งสองแห่งนี้ทางโรงแรมฯ ได้จัดเตรียมความพร้อมใส่ใจดูแลดำเนินการตามมาตรการอย่างถูกต้อง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าทุกท่านได้เข้ามาใช้บริการได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ดี มั่นใจในความปลอดภัยถูกสุขอนามัยและสะดวกสบายกับการให้บริการในรูปแบบใหม่หรือ "New Normal" และที่เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ที่ได้ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยในสถานประกอบการโรงแรมจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และได้รับมอบตราสัญลักษณ์ SHA อย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ และนี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามทุ่มเทของพนักงานทุกคนเพื่อเตรียมความพร้อมกับมาตรการใหม่นี้ ในระยะเวลาที่ผ่านมาเพียงไม่กี่เดือนการดูแลใส่ใจในเรื่องของสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีได้กลายเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นห้องอาหารทั้งสองแห่งของเราจึงเสนอทางเลือกในการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่น่าตื่นเต้นในแบบใหม่ ห้องอาหารเกาหลี คองจู ห้องอาหารที่โด่งดังในเรื่องของความมุ่งมั่นในการคัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่และดีต่อสุขภาพด้วยรางวัลการันตีความอร่อยมากมาย เนื่องในโอกาสฉลองการเปิดให้บริการอีกครั้งกับห้องอาหารเกาหลี คองจู ขอนำเสนอการให้บริการแบบ “Hideaway” เพื่อให้ลูกค้าที่ใช้มาบริการแบบครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนสนิทในห้องแบบส่วนตัว ตกแต่งอย่างหรูหรา ได้เพลิดเพลินไปกับอาหารอร่อยเพื่อสุขภาพขึ้นชื่อของเรา อาหารจานโปรด หรือลูกค้าที่ได้สัมผัสรสชาติความอร่อยของอาหารเกาหลีต้นตำรับเป็นครั้งแรก ห้องอาหารที แอท ล็อบบี้ กำลังเปิดตัวเมนู "Grab & Go" ทางใหม่เลือกอาหารเพื่อสุขภาพและเครื่องดื่มที่มีวิตามินซีที่จำเป็น พิเศษ! ช่วง 3 เดือนแรกตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 30 กันยายน 2563 ลด 50% จากราคาปกติ หากคุณกำลังมองหาแซนด์วิช สลัดและน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพที่อร่อยง่ายได้รวดเร็วและมีสุขภาพดีต้องที่ ที แอท ล็อบบี้ มีให้คุณ! นอกจากนี้ที่ที แอด ล็อบบี้ ยังมี 3 เมนูใหม่ ผัดไทกุ้งแม่น้ำ ขนมจีนซาวน้ำกุ้ง ข้าวมันไก่ เป็นเมนูซิกเนเจอร์สูตรพิเศษรังสรรค์สูตรพิเศษโดยเชฟอาหารไทย ม.ล.ชัญญา ชมพูนุช ที่คัดเลือกวัตถุดิบสดใหม่ นอกจากจะอร่อยแล้วยังได้ร่วมสร้างกุศล เพราะโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส จะนำรายได้จำนวน 100 บาทจากทุกยอดชำระร่วมบริจาคสมทบทุนให้แก่สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย “COVID-19 Fund for The Blind” ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน พ.ศ. 2563 มร. สเตฟาน ไฮซ์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส กล่าวว่า “พวกเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ห้องอาหารเกาหลี คองจู และที แอท ล็อบบี้จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังจากที่ปิดเป็นการชั่วคราวเพราะการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 หลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ทีมเชฟของโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ทุ่มเทสุดฝีมือด้วยความตั้งใจที่จะรังสรรค์เมนูใหม่ๆ เพื่อสร้างรอยยิ้ม นำความสดใสด้วยอาหารและบริการชั้นเลิศส่งต่อให้แก่ลูกค้าทุกท่าน”
26-06-20 20:07:13 | เปิดอ่าน 50 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซสจัดโปรโมชั่นกลางปีต้อนรับหน้าฝนด้วยส่วนลด 25% สำหรับห้องพักพร้อมอาหารเช้า และเฉพาะห้องพักจากราคาที่ดีที่สุดบนหน้าเว็บไซต์ของโรงแรมฯ เมื่อจองห้องพักระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 และเข้าพักระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563 นอกจากส่วนลดห้องพักดีๆ โรงแรมฯ ยังมอบสิทธิประโยชน์ในแก่แขกผู้เข้าพักดังต่อไปนี้ • ส่วนลด 20% สำหรับค่าอาหารทุกห้องอาหารในโรงแรมฯ (ยกเว้น ภัตตาคารปิง และ ห้องอาหารญี่ปุ่น ทัตสึมิ) • ส่วนลด 25% สำหรับค่าอาหารเมนู A la carte ที่ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ซิตี้ บิสโทร • ฟรี Super High Speed WiFi 30+ Mbps • สามารถเช็คอินห้องพักได้ก่อน 10:00 น. และเช็คเอาท์ก่อน 15:00 น. *หมายเหตุ สามารถยกเลิกการจองห้องพักได้ล่วงหน้า 1 วันทำการก่อนวันเข้าพัก ในกรณีที่ยกเลิกการจองห้องพักล่าช้าเกินกำหนด ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำในการยกเลิกจะเท่ากับการเข้าพัก 1 คืนต่อห้อง สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โทร. 02 216 3700
26-06-20 20:05:58 | เปิดอ่าน 63 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
กรุงเทพฯ ประเทศไทย – “สมาคมโรงแรมภูเก็ต” (Phuket Hotels Association) จับมือ “โคว โกลบอล” (QUO Global) ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ระดับโลก ร่วมกับโรงแรมชั้นนำทั่วเกาะภูเก็ต 75 แห่ง ผุดแคมเปญยักษ์​ “คิดถึงภูเก็ต” หรือ “Imagine Phuket” กระตุ้นการท่องเที่ยวหลังโควิด ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 20 ล้านคน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดกลับมากันยายนนี้ แคมเปญ “คิดถึงภูเก็ต” (Imagine Phuket) นับเป็นความร่วมมือครั้งใหญ่ที่สุดของภาคเอกชนผู้ประกอบการด้านการเดินทาง การท่องเที่ยว และโรงแรมบนเกาะภูเก็ตถึง 75 ราย มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเกาะ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้กลับมาเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ผ่านการสื่อสารของทุกโรงแรมในทิศทางเดียวกันไปยังกลุ่มเป้าหมายทั่วโลก โดยวิดีโอ รูปภาพ และโลโก้ของแคมเปญ “Imagine Phuket” ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้นักเดินทางจินตนาการถึงการพักผ่อนที่ภูเก็ต และโหยหาอยากกลับมาภูเก็ตอีกครั้งหลังสถานการณ์ COVID 19 รับชมวิดีโอแคมเปญ Imagine Phuket ได้ที่ English version: https://www.youtube.com/watch?v=GospREAcZ2Y ภาษาไทย: https://www.youtube.com/watch?v=akYSkZtmshQ ทั้งนี้ ภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางของรีสอร์ทชั้นนำในเอเชียและเป็นที่นิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยเมื่อปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเข้ามามากกว่า 10 ล้านคน จากวิกฤตโรคระบาด COVID-19 ส่งผลให้ภูเก็ตเสียรายได้ไปแล้วกว่า 120 พันล้านบาท (3.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และจะสูญเสียรายได้ถึง 280 พันล้านบาท (9.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในสิ้นปีหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น นอกจากนั้น การว่างงานยังเพิ่มขึ้นกว่า 34% YoY (ข้อมูลจากการแถลงข่าวของนายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2563) แอนโทนี ลาร์ค ประธานสมาคมโรงแรมภูเก็ต กล่าวว่า “แคมเปญนี้จะเป็นก้าวแรกสู่การฟื้นตัวภูเก็ต และเป็นเมืองแรกในไทยที่มีการเปิดตัวอีกครั้งอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยโรงแรมและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ทยอยเปิดให้บริการอีกครั้งแล้ว เราคาดว่า หลังจากที่ภาคเอกชนได้ร่วมมือการผลักดันแคมเปญ “Imagine Phuket” ออกไปทั่วโลก จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ถึง 20 ล้านคน ซึ่งคาดว่า ภูเก็ตและประเทศไทยพร้อมที่จะเปิดการเดินทางระหว่างประเทศในช่วงเดือนกันยายนนี้” ด้าน เดวิด คีน (David Keen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โคว โกลบอล จำกัด “วีดิโอและการสื่อสารบนโซเชียลมีเดียของแคมเปญ “Imagine Phuket” ได้รับการออกแบบมาเพื่อกระตุ้นอารมณ์นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เรารู้ว่า กลุ่มเป้าหมายมีความปรารถนาอย่างมากที่จะเดินทางกลับมาภูเก็ตอีกครั้ง การทำการตลาดครั้งนี้จะสามารถเข้าถึงความต้องการของนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้อย่างแน่นอน”
26-06-20 17:51:16 | เปิดอ่าน 53 ครั้ง
Deliveringasia
โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ กับอีกหนึ่งรางวัลการันตีเพื่อเพิ่มความมั่นใจและเชื่อมั่นในเรื่องของมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยให้กับลูกค้าและผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ทางโรงแรมได้ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย หรือ Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA) โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 22000 ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลที่ได้รับการรับรองถึงเรื่องความปลอดภัยทางด้านอาหาร ทั้งนี้ เพื่อเป็นการต้อนรับการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 นี้เป็นต้นไป สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองใช้บริการ กรุณาโทร +66 2254 1234 อีเมล์ [email protected] หรือเยี่ยมชม www.grandhyatterawanbangkok.com
26-06-20 15:08:54 | เปิดอ่าน 68 ครั้ง
Grand Hyatt Erawan Bangkok
โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ กับอีกหนึ่งรางวัลการันตีเพื่อเพิ่มความมั่นใจและเชื่อมั่นในเรื่องของมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยให้กับลูกค้าและผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ทางโรงแรมได้ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย หรือ Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA) โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 22000 ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลที่ได้รับการรับรองถึงเรื่องความปลอดภัยทางด้านอาหาร ทั้งนี้ เพื่อเป็นการต้อนรับการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 นี้เป็นต้นไป สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองใช้บริการ กรุณาโทร +66 2254 1234 อีเมล์ [email protected] หรือเยี่ยมชม www.grandhyatterawanbangkok.com
26-06-20 15:08:53 | เปิดอ่าน 46 ครั้ง
Grand Hyatt Erawan Bangkok
วิทยาลัยดุสิตธานี หนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำทางด้านการโรงแรมและการประกอบอาหารของประเทศไทย ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ที่มีรากฐานการก่อตั้งและเป็นส่วนหนึ่งของในเครือดุสิตธานี กลุ่มโรงแรมชั้นนำระดับ 5 ดาวของเมืองไทย ได้จัด “หลักสูตรการปรุงอาหารจีนระดับภัตตาคาร” ขึ้นมา ซึ่งเป็นหลักสูตรระยะสั้นเรียนเฉพาะวันเสาร์ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้ค้นพบพรสวรรค์ทางด้านการปรุงแบบมืออาชีพและเรียนรู้วัฒนธรรมการกินอาหารจีน ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม – 12 กันยายน 2563 ในหลักสูตรนี้ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ขั้นตอนการทำอาหารจีนแบบเข้มข้น พร้อมเทคนิคต่าง ๆ มากมาย อาทิ การเลือกหาวัตถุดิบ การจัดตกแต่งจานอาหาร และเทคนิคการปรุงอาหารจีนแบบต้นตำรับ ถึง 24 เมนู ฝึกสอนโดยอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจาก Dusit Thani College โดยเนื้อหาเหมาะสำหรับผู้ที่ประสงค์จะเปิดภัตตาคาร ร้านอาหาร ผู้ที่ต้องการยกระดับฝีมือแบบอาชีพ หรือต้องการทำงานในต่างประเทศ แม่บ้านทั่วไป รวมไปถึงผู้ที่สนใจเพิ่มทักษะความสามารถพิเศษในด้านการประกอบอาหารจีนอีกด้วย เมนูต่าง ๆ ที่ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เนื้อหาในหลักสูตรนี้ ประกอบไปด้วย สลัดจักรพรรดินี ซุปเสฉวน ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว ซุปหูฉลามใส่เนื้อปู ไก่ผัดโหงวก๊วย ปลาแซลมอนทอดราดซอสพริกเกลือ กุ้งผัดซอสมะเขือเทศ ปลาจาระเม็ดเจี๋ยน แก้มวัวตุ๋นสไตล์ฮ่องกง หมูฮ้อง กุ้งแม่น้ำผัดผงกะหรี่ บะหมี่ฮกเกี้ยนผัดกุ้ง ปลาจาระเม็ดเปรี้ยวหวาน เต้าหู้ทรงเครื่อง กุ้งอบหม้อดิน ปูเนื้อผัดซอสพริกไทยดำ ปีกไก่สอดไส้ซอสเหล้าแดง สันคอหมูตุ๋นเครื่องเทศในซอสเกรวี่ ผักสี่สหายน้ำแดง ไก่ทอดพริกหอมคั่วเกลือ กุ้งผัดซอส X.O ขนมจีบกุ้ง กระดูกหมูตุ๋นยาจีน ซาลาเปาไส้ครีม ไส้หมูแดง ฯลฯ “หลักสูตรการปรุงอาหารจีนระดับภัตตาคาร” เริ่มจัดอบรมในวันที่ 25 กรกฎาคม – 12 กันยายน 2563 (เรียนเฉพาะวันเสาร์) ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. ที่ วิทยาลัยดุสิตธานี โดยมีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมฝึกอบรม 41,900 บาท ต่อท่าน www.dtc.ac.th หมายเหตุ: ราคานี้รวมชุดเชฟ อุปกรณ์การทำครัว และ เอกสารประกอบการสอน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองโปรแกรม กรุณาติดต่อสำนักบริการวิชาการ วิทยาลัยดุสิตธานี โทร. 0-2721-8469-70 หรืออีเมล [email protected], [email protected]
25-06-20 17:15:38 | เปิดอ่าน 43 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา (Pimalai Resort & Spa) ลักซัวรี่รีสอร์ทที่โดดเด่นที่สุดบนเกาะลันตา ชวนชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหลบหนีความวุ่นวาย เพื่อมาสัมผัสกับ “สวรรค์ลับแห่งการพักผ่อน” บนเกาะกลางทะเลภาคใต้ของไทยที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากที่สุด กับแพ็คเกจ 3 คืน พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย ราคาเริ่มต้นเพียง 16,445 บาท พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา ตั้งอยู่บนเกาะลันตา เกาะที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย และยังคงความสวยงามของธรรมชาติอย่างครบถ้วน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 250 ไร่ รายล้อมด้วยแมกไม้เขียวขจี ด้านหน้าติดชายหาดที่ทอดยาวเลียบชายฝั่งทะเลอันดามันถึง 900 เมตร ภายในรีสอร์ทสไตล์ไทยภาคใต้ ที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และครบครันด้วยความสุขทุกย่างก้าว เหมือนเป็น “สวรรค์ลับกลางเกาะ” ให้ได้มาค้นพบความลับที่ดีที่สุดของเกาะลันตา จุดหมายปลายทางที่เงียบสงบและอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติสำหรับการพักผ่อนที่แท้จริง สมกับชื่อของรีสอร์ท “พิมาลัย” ซึ่งเป็นภาษาอินเดียโบราณที่แปลว่า “A little patch of Heaven” ภายในรีสอร์ทมีห้องพักและวิลล่าให้บริการทั้งหมด 121 ห้อง เน้นการตกแต่งที่หรูหราสไตล์ไทยภาคใต้ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย โดดเด่นด้วยระเบียงชมวิวส่วนตัวที่กว้างขวางทุกห้อง มีให้เลือกหลายแบบขนาดตั้งแต่ 48 ตารางเมตร ไปจนถึง 422 ตารางเมตร มีทั้งห้องดีลักซ์ ห้องพาวิลเลียนสวีท และวิลล่าขนาดตั้งแต่ 1 – 3 ห้องนอน โดยไฮไลท์คือ วิลล่าบนเนินเขาริมผา (Hillside Ocean View Pool Villa) ที่อยู่ท่ามกลางแมกไม้ มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเหมือนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอ่าวบากันเตียง ทะเลอันดามัน และป่าเขตร้อนอันเขียวชอุ่มโดยรอบ วิลล่าประกอบด้วยห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำขนาดใหญ่แบบซีทรู พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวแบบอินฟินิตี้ขนาด 20 ตารางเมตร และศาลาไทยที่ให้บริการสปาส่วนตัว แยกโซนห้องนั่งเล่น ซึ่งมีมุมครัวและห้องน้ำขนาดเล็กอีกด้วย ที่ “พิมาลัย” ผู้เข้าพักสามารถใช้เวลาดื่มด่ำกับความสุขที่ไม่รู้เบื่อตลอดการเข้าพัก ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมสำรวจทะเลอันดามันอันด้วยการล่องเรือ ด่ำดิ่งใต้ทะเลอันดามันทักทายปลาฉลามกับทัวร์ดำน้ำลึก สัมผัสวิถีท้องถิ่นด้วยการขี่จักรยานไปยังหมู่บ้านและตลาดแบบไทยโบราณ หรือฟื้นฟูร่างกายด้วยโยคะ ฟิตเนส และมวยไทย ยังมีศูนย์กีฬาที่ครบวงจร สนามเทนนิสขนาดใหญ่สองแห่ง สนามบาสเก็ตบอล และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมามาย ที่ช่วยให้ผู้เข้าพักมีสุขภาพแข็งแรง พลาดไม่ได้คือ “พิมาลัยสปา” สปาที่ได้รับรางวัลสปามี จุดมุ่งหมายเพื่อพาแขกกลับสู่ธรรมชาติที่แท้จริงด้วยเทคนิคการบำบัดแบบดั้งเดิมผสานความร่วมสมัยที่จะทำให้ร่างกายจิตใจและจิตวิญญาณกระปรี้กระเปร่า จากนั้นปิดท้ายวันของวันคู่รักและครอบครัวด้วยค็อกเทลพร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตก และอิ่มอร่อยกับ บาร์บีคิวริมชายหาด หรืออาหารค่ำแสนโรแมนติกใต้แสงดาว แพททริก แลนด์เรน (Patrice Landrein) ผู้จัดการทั่วไป กล่าวว่า “ที่พิมาลัยเราภาคภูมิใจที่ได้ต้อนรับผู้มาเยือนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารที่ต้องการบริการที่เหนือระดับ หรือเพียงแค่คนที่ชอบหลบหนีจากฝูงชนและเพลิดเพลินกับความสบและเป็นส่วนตัว เกาะลันตาแห่งนี้สามารถตอบโจทย์นักเดินทางทุกคน ภายใต้บรรยากาศแบบสบาย ๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตแบบไทย ๆ ซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน เราจึงอยากเชิญชาวไทยให้ได้มาค้นพบการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบของความเงียบสงบและบริการระดับห้าดาวทิ่พิมาลัย” นอกจากนั้น ผู้เข้าพักที่ “พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา” ยังสามารถมั่นใจได้ 100% โดยรีสอร์ทได้ปรับปรุงมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย ภายใต้โปรแกรม “พิมาลัยแคร์” ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สอดคล้องกับ “New Normal” ด้านการเดินท่องเที่ยวและการบริการ ประกอบด้วยมาตรการที่เป็นนวัตกรรม อาทิ เว้นระยะการเข้าพัก 24 ชั่วโมงต่อแขกแต่ละห้อง ติดตั้งอุโมงค์ฆ่าเชื้อโรคถึง 3 อุโมงค์การฆ่าเชื้อโรคด้วยโอโซนในห้องพัก และทำความสะอาดด้วยความร้อนในห้องครัว “พิมาลัย” ยังรับประกันความเป็นส่วนตัวและการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) แล้วด้วยทำเลและรูปแบบของรีสอร์ทซึ่งที่พักถูกกระจายไปทั่ว แยกพื้นที่ด้วยพืชพรรณที่เขียวชอุ่ม ไม่มีทางเดินหรือลิฟท์ ร้านอาหารและเครื่องดื่มทุกร้านเป็นแบบเปิดโล่ง และมีมาตรการเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 2 เมตรอย่างเคร่งครัด รวมถึงความปลอดภัยในการใช้สระว่ายน้ำ และการทำกิจกรรมกลางแจ้งบนชายหาดส่วนตัว พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา เชิญชวนคนไทยมาสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนริมชายหาดที่สวยงามแห่งนี้ ด้วยแพ็คเกจสุดพิเศษสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยเฉพาะ ราคาเริ่มต้นที่ 16,445 บาท สำหรับ 2 ท่าน โดยเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 - 30 เมษายน 2564 แพ็คเกจ 3 คืน รวมอาหารเช้าทุกวัน บริการรับ-ส่งจากสนามบินนานาชาติกระบี่ บริการสปา 1 ชั่วโมงต่อคน อาหารมื้ออาหารค่ำแบบ Surf & Turf 1 มื้อ และเซ็ตอาหารไทยอีก 1 มื้อ มูลค่ารวมกว่า 10,116 บาท โดยสามารถเลือกห้องพักได้หลากลายตั้งแต่ห้องดีลักซ์ พาวิลเลี่ยนสวีท ไปจนถึงวิลล่าฮิลไซด์หนึ่งห้องนอนสองและสามห้องนอน พร้อมวิวทะเลและสระว่ายน้ำส่วนตัว สำรองแพ็คเกจ “Thai Resident Package” สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ได้ที่อีเมล์ [email protected] หรือโทร. 02 320 5500 ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา ได้ที่ www.pimalai.com
23-06-20 11:16:16 | เปิดอ่าน 85 ครั้ง
Deliveringasia
พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา (Pimalai Resort & Spa) ลักซัวรี่รีสอร์ทที่โดดเด่นที่สุดบนเกาะลันตา ชวนชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหลบหนีความวุ่นวาย เพื่อมาสัมผัสกับ “สวรรค์ลับแห่งการพักผ่อน” บนเกาะกลางทะเลภาคใต้ของไทยที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากที่สุด กับแพ็คเกจ 3 คืน พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย ราคาเริ่มต้นเพียง 16,445 บาท พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา ตั้งอยู่บนเกาะลันตา เกาะที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย และยังคงความสวยงามของธรรมชาติอย่างครบถ้วน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 250 ไร่ รายล้อมด้วยแมกไม้เขียวขจี ด้านหน้าติดชายหาดที่ทอดยาวเลียบชายฝั่งทะเลอันดามันถึง 900 เมตร ภายในรีสอร์ทสไตล์ไทยภาคใต้ ที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และครบครันด้วยความสุขทุกย่างก้าว เหมือนเป็น “สวรรค์ลับกลางเกาะ” ให้ได้มาค้นพบความลับที่ดีที่สุดของเกาะลันตา จุดหมายปลายทางที่เงียบสงบและอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติสำหรับการพักผ่อนที่แท้จริง สมกับชื่อของรีสอร์ท “พิมาลัย” ซึ่งเป็นภาษาอินเดียโบราณที่แปลว่า “A little patch of Heaven”   ภายในรีสอร์ทมีห้องพักและวิลล่าให้บริการทั้งหมด 121 ห้อง เน้นการตกแต่งที่หรูหราสไตล์ไทยภาคใต้ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย โดดเด่นด้วยระเบียงชมวิวส่วนตัวที่กว้างขวางทุกห้อง มีให้เลือกหลายแบบขนาดตั้งแต่ 48 ตารางเมตร ไปจนถึง 422 ตารางเมตร มีทั้งห้องดีลักซ์ ห้องพาวิลเลียนสวีท และวิลล่าขนาดตั้งแต่ 1 – 3 ห้องนอน โดยไฮไลท์คือ วิลล่าบนเนินเขาริมผา (Hillside Ocean View Pool Villa) ที่อยู่ท่ามกลางแมกไม้ มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเหมือนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอ่าวบากันเตียง ทะเลอันดามัน และป่าเขตร้อนอันเขียวชอุ่มโดยรอบ วิลล่าประกอบด้วยห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำขนาดใหญ่แบบซีทรู พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวแบบอินฟินิตี้ขนาด 20 ตารางเมตร และศาลาไทยที่ให้บริการสปาส่วนตัว แยกโซนห้องนั่งเล่น ซึ่งมีมุมครัวและห้องน้ำขนาดเล็กอีกด้วย   ที่ “พิมาลัย” ผู้เข้าพักสามารถใช้เวลาดื่มด่ำกับความสุขที่ไม่รู้เบื่อตลอดการเข้าพัก ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมสำรวจทะเลอันดามันอันด้วยการล่องเรือ ด่ำดิ่งใต้ทะเลอันดามันทักทายปลาฉลามกับทัวร์ดำน้ำลึก สัมผัสวิถีท้องถิ่นด้วยการขี่จักรยานไปยังหมู่บ้านและตลาดแบบไทยโบราณ หรือฟื้นฟูร่างกายด้วยโยคะ ฟิตเนส และมวยไทย ยังมีศูนย์กีฬาที่ครบวงจร สนามเทนนิสขนาดใหญ่สองแห่ง สนามบาสเก็ตบอล และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมามาย ที่ช่วยให้ผู้เข้าพักมีสุขภาพแข็งแรง พลาดไม่ได้คือ “พิมาลัยสปา” สปาที่ได้รับรางวัลสปามี จุดมุ่งหมายเพื่อพาแขกกลับสู่ธรรมชาติที่แท้จริงด้วยเทคนิคการบำบัดแบบดั้งเดิมผสานความร่วมสมัยที่จะทำให้ร่างกายจิตใจและจิตวิญญาณกระปรี้กระเปร่า จากนั้นปิดท้ายวันของวันคู่รักและครอบครัวด้วยค็อกเทลพร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตก และอิ่มอร่อยกับ บาร์บีคิวริมชายหาด หรืออาหารค่ำแสนโรแมนติกใต้แสงดาว แพททริก แลนด์เรน (Patrice Landrein) ผู้จัดการทั่วไป กล่าวว่า “ที่พิมาลัยเราภาคภูมิใจที่ได้ต้อนรับผู้มาเยือนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารที่ต้องการบริการที่เหนือระดับ หรือเพียงแค่คนที่ชอบหลบหนีจากฝูงชนและเพลิดเพลินกับความสบและเป็นส่วนตัว เกาะลันตาแห่งนี้สามารถตอบโจทย์นักเดินทางทุกคน ภายใต้บรรยากาศแบบสบาย ๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตแบบไทย ๆ ซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน เราจึงอยากเชิญชาวไทยให้ได้มาค้นพบการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบของความเงียบสงบและบริการระดับห้าดาวทิ่พิมาลัย”   นอกจากนั้น ผู้เข้าพักที่ “พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา” ยังสามารถมั่นใจได้ 100% โดยรีสอร์ทได้ปรับปรุงมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย ภายใต้โปรแกรม “พิมาลัยแคร์” ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สอดคล้องกับ “New Normal” ด้านการเดินท่องเที่ยวและการบริการ ประกอบด้วยมาตรการที่เป็นนวัตกรรม อาทิ เว้นระยะการเข้าพัก 24 ชั่วโมงต่อแขกแต่ละห้อง ติดตั้งอุโมงค์ฆ่าเชื้อโรคถึง 3 อุโมงค์การฆ่าเชื้อโรคด้วยโอโซนในห้องพัก และทำความสะอาดด้วยความร้อนในห้องครัว   “พิมาลัย” ยังรับประกันความเป็นส่วนตัวและการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) แล้วด้วยทำเลและรูปแบบของรีสอร์ทซึ่งที่พักถูกกระจายไปทั่ว แยกพื้นที่ด้วยพืชพรรณที่เขียวชอุ่ม ไม่มีทางเดินหรือลิฟท์ ร้านอาหารและเครื่องดื่มทุกร้านเป็นแบบเปิดโล่ง และมีมาตรการเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 2 เมตรอย่างเคร่งครัด รวมถึงความปลอดภัยในการใช้สระว่ายน้ำ และการทำกิจกรรมกลางแจ้งบนชายหาดส่วนตัว   พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา เชิญชวนคนไทยมาสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนริมชายหาดที่สวยงามแห่งนี้ ด้วยแพ็คเกจสุดพิเศษสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยเฉพาะ ราคาเริ่มต้นที่ 16,445 บาท สำหรับ 2 ท่าน โดยเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 - 30 เมษายน 2564 แพ็คเกจ 3 คืน รวมอาหารเช้าทุกวัน บริการรับ-ส่งจากสนามบินนานาชาติกระบี่ บริการสปา 1 ชั่วโมงต่อคน อาหารมื้ออาหารค่ำแบบ Surf & Turf 1 มื้อ และเซ็ตอาหารไทยอีก 1 มื้อ มูลค่ารวมกว่า 10,116 บาท โดยสามารถเลือกห้องพักได้หลากลายตั้งแต่ห้องดีลักซ์ พาวิลเลี่ยนสวีท ไปจนถึงวิลล่าฮิลไซด์หนึ่งห้องนอนสองและสามห้องนอน พร้อมวิวทะเลและสระว่ายน้ำส่วนตัว สำรองแพ็คเกจ “Thai Resident Package” สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ได้ที่อีเมล์ [email protected] หรือโทร. 02 320 5500 ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา ได้ที่ www.pimalai.com พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา (Pimalai Resort & Spa) 99 หมู่ 5 อ่าวบากันเตียง เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ 81150 โทรศัพท์: 075 607 999 อีเมล์: [email protected] เว็บไซต์ www.pimalai.com Facebook: @pimalairesortandspa https://www.facebook.com/pimalairesortandspa/ Instagram: @pimalaikohlanta https://www.instagram.com/PimalaiKohLanta/
23-06-20 10:56:35 | เปิดอ่าน 125 ครั้ง
Thai Hospitality News
ผู้นำด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 1,000 คน ร่วมถกทางออกการท่องเที่ยวไทยหลังวิกฤตโควิด ในงานสัมมนาออนไลน์ “Thailand Tourism Forum เฉพาะกิจ ประจำปี 2020” ภายใต้ห้วข้อ “กรุงเทพฯ เฉพาะกิจ” (Bangkok Edition) ชี้ตลาดท่องเที่ยวในประเทศแข็งแกร่ง ส่งสัญญาณการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวในทิศทางที่ดี งานสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้จัดขึ้นโดย ซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ (C9 Hotelworks) ร่วมกับ หอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (American Chamber of Commerce Thailand) ผ่านรูปแบบการสัมมนาแบบ Hybrid Meeting โดยมีผู้เข้าร่วมงานสถานที่จริงจำกัดตามมาตรการเว้นระยะห่างสังคม และถ่ายทอดสอดผ่านระบบออนไลน์แบบเสมือนจริง (Virtual Conference) มีผู้นำจากบริษัทด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมร่วมชี้แนะแนวทางการฟื้นตัวเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย อาทิ Centara Hotels & Resorts, JLL, Horwath HTL, QUO, TSI, STR, Agoda, IHG, Hotel Intel และ Rosewood Bangkok งานสัมมนาเริ่มต้นด้วยการเผยผลสำรวจการท่องเที่ยวภายในประเทศของ ซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ (C9 Hotelworks) ร่วมกับ เดลิเวอร์ริ่ง เอเชีย คอมมิวนิเคชั่นส์ (Delivering Asia Communications) สองผู้นำด้านธุรกิจการบริการในเอเชีย ซึ่งพบมีการท่องเที่ยวกว่า 227 ล้านครั้งในปี 2562 สูงกว่าการท่องเที่ยวต่างประเทศที่มีจำนวนเพียง 39.8 ล้านครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศที่เพิ่มขึ้น และเป็นกลุ่มเป้าหมายของโรงแรมและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในไทย ผลโพลล์ที่สุ่มสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างชาวกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นตัวแทนของประชากรกว่า 15 ล้านคน ยังพบอีกว่า คนกรุงมีความต้องการที่จะไปเที่ยวเพื่อผ่อนคลายความเครียด ตัวเลือกสถานที่ท่องเที่ยว 3 อันดับแรก คือ หัวหิน พัทยา และเขาใหญ่ ยังมี “เกาะช้าง” และ “เกาะกูด” ซึ่งเป็นตัวเลือกที่มาแรงและได้รับความสนใจอย่างมาก รวมถึงเมืองท่องเที่ยวบนภูเขาของจังหวัดเพชรบูรณ์ น่าน ปาย และแม่สอด (รับชม VDO การสำรวจการเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ของคนกรุงเทพฯ​ ได้ที่นี่: https://www.youtube.com/watch?v=juKCTq5rSXw&feature=youtu.be) ข้อมูลการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดย C9 Hotelworks และ Delivering Asia Communications บิล บาร์เน็ต กรรมการผู้จัดการ ซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ กล่าวสรุปห้วข้อสำคัญของ TTF 2020 เฉพาะกิจว่า “ในขณะที่การท่องเที่ยวระหว่างประเทศยังคงต้องรอข้อตกลงทวิภาคีข้ามพรมแดนและการฟื้นฟูระบบขนส่งทางอากาศ ดังนั้น เป้าหมายระยะสั้นของการท่องเที่ยวไทยและธุรกิจโรงแรมคือการดึงดูดกระแสเงินสดจากตลาดนักท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งคาดว่า นักท่องเที่ยวจะเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้รถยนต์เป็นส่วนมากในช่วงที่เหลือของปี 2563” ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทาราโฮเทลแอนด์รีสอร์ท กล่าวถึงภาคธุรกิจโรงแรมในไทยในช่วงวิกฤตโควิดว่า “หลังจากมาตรการปลดล็อกดาวน์ธุรกิจโรงแรมของเรามีแนวโน้มสดใสขึ้น โดย เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ได้เปิดให้บริการตลอดไม่มีการปิดตัวตั้งช่วงโควิด-19 ถึงแม้อัตราการเข้าพักจะยังไม่กลับมาเท่าเดิม แต่เราได้มองหาธุรกิจคู่ขนานการเข้าพักที่โรแรม อาทิ ทริปท่องเที่ยวในเมือง หรือใช้ประโยชน์จากพื้นที่ห้างสรรพสินค้าที่เปิดให้บริการแล้ว ส่วนโรงแรมอื่น ๆ เราจะเปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ซึ่งเราได้ทำการวิเคราะห์โรงแรมทั้งหมดเพื่อประเมินว่าการเข้าพักขั้นต่ำสุดนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ มีการพิจารณาผลกำไรและขาดทุน รวมถึงมูลค่าแบรนด์ และปัจจัยการรับรู้ เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่เรามั่นใจในอุปสงค์ของตลาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวภายในประเทศ อย่างเช่น เซ็นทาราแกรนด์มิราจบีชรีสอร์ท พัทยา เพิ่งเปิดตัวเมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และมียอดจองห้องพักสูงมากภายใน 10 วัน” ด้าน แจสเปอร์ ปาล์มควิสท์ ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก STR ให้รายละเอียดเจาะลึกตัวเลขล่าสุดหลังเปิดตลาดท่องเที่ยวว่า หลังจากวิกฤตโควิดในเดือนมิถุนายน 2563 การท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวขึ้นมากกว่า 25% และจากการสำรวจอุปสงค์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังพบว่านักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 60% ต้องการเดินทางมายังประเทศไทยทันทีที่เปิดประเทศ โดยมีแรงจูงใจจากราคาห้องพักที่ต่ำลง ด้านการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ คาดการณ์ว่า อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) จะใช้เวลานานในการฟื้นตัวนานถึง 4 ปี และราคาเฉลี่ยค่าห้องต่อคืน (Average Daily Rate: ADR) นานถึง 10 ปีจึงจะกลับมาในระดับเดิม เช่นเดียวกับการฟื้นตัวที่ล่าช้าทั่วโลก แต่ในฐานะที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองเศรษฐกิจของประเทศไทย จะต้องเป็นผู้นำในการฝ่าวิกฤต ภาครัฐและผู้ประกอบการควรร่วมมือกันส่งเสริมการฟื้นฟูการท่องเที่ยว และผลักดันธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศที่มีอยู่ให้มีคุณภาพสูงมากกว่าปริมาณมาก
22-06-20 13:44:28 | เปิดอ่าน 98 ครั้ง
Thai Hospitality News
โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นใจในการท่องเที่ยวของไทยด้วยการมอบส่วนลดบัตรกำนัลเงินสดสูงสุดถึง 40% โดยบัตรกำนัลเงินสดสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในส่วนของค่าห้องพัก ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ณ ห้องอาหารทุกห้องของโรงแรม รวมถึงใช้สำหรับบริการสปา ณ ไอสวรรย์ เรสซิเดนท์เชียลสปาแอนด์คลับ เพื่อให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนในบรรยากาศโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร ภายใต้มาตรการความปลอดภัยจากทางไฮแอทเพื่อสวัสดิภาพในการเข้าพักของแขกทุกท่าน บัตรกำนัลเงินสดราคา 700 บาท มีมูลค่า 1,000 บาท (ลด 30 เปอร์เซ็นต์) บัตรกำนัลเงินสดราคา 600 บาท มีมูลค่า 1,000 บาท (ลด 40 เปอร์เซ็นต์) เมื่อซื้อ 11 ใบขึ้นไป บัตรกำนัลเงินสดสามารถใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2563 - 20 ธ.ค. 2564 เพียงซื้อผ่าน https://megatix.in.th/events/grand-hyatt-erawan-bangkok?aid=PRNEWS Terms and Conditions: • The certificate is valid from 1 July 2020 until 20 December 2021 • 24 hours advanced booking is required and subject to availability • For accommodation, the certificate will be redeemed for Grand Getaway Rate with special offer code GV001 • The certificate is not applicable for projection mapping dining, gala dinner, events, weddings, groups, retail products or 3rd party services • This certificate is not eligible for World of Hyatt points • This certificate is not for commercial use • The certificate (or any part thereof) is non-refundable, cannot be redeemed at other Hyatt’s sister properties, cannot be redeemed for cash or exchanged for any other products or services, cannot be used in conjunction with other promotions nor discount, and cannot be extended beyond the validity period. No credits will be issued for unused portions. For reservation, please call +66 2254 1234 or email [email protected] and for more information about Grand Hyatt Erawan Bangkok, please visit www.grandhyatterawanbangkok.com
22-06-20 13:32:27 | เปิดอ่าน 87 ครั้ง
Grand Hyatt Erawan Bangkok
วิทยาลัยดุสิตธานี ศูนย์การศึกษาเมืองพัทยา จัดงานฉลองครบรอบวันคล้ายวันสถาปนาครบปีที่ 9 พร้อมขึ้นศักราชใหม่อย่างมีคุณภาพ โดยภายในงานมีการจัดทำบุญตามประเพณีและเลี้ยงพระสงฆ์ 9 รูปเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งในปีนี้วิทยาลัยยังได้ถือโอกาสพิเศษ บริจาคทรัพย์และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ นำโดยนายศักดา กาญจนวนาวัลย์ ผู้อำนวยการ วิทยาลัยดุสิต ศูนย์การศึกษาเมืองพัทยา พร้อมด้วยคณาจารย์ และบุคลากร ร่วมส่งมอบสิ่งของ ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ "บ้านบางละมุง" จังหวัดชลบุรี โดยมีคุณอารีย์วัลย์ แก้ววิไล พนักงานประจำการของศูนย์ฯ เป็นผู้รับมอบในครั้งนี้ ก้าวต่อไปของวิทยาลัยดุสิตธานี ศูนย์การศึกษาเมืองพัทยา ในปีที่ 10 นั้น วิทยาลัยยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติตามพันธกิจ และจุดมุ่งหมายที่วางไว้นั้นคือการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานทั้งทางด้านการโรงแรมและการประกอบอาหารเข้าสู่อุตสาหกรรมบริการ ด้วยหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีการปรับปรุงและพัฒนาให้ทันยุคสมัยของวิวัฒนาการที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
22-06-20 09:52:22 | เปิดอ่าน 68 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
หลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจขั้นตอนการเปิดธุรกิจร้านอาหาร เริ่มจากแนวคิดการวางแผนธุรกิจไปจนถึงการปฏิบัติการและการควบคุม โดยให้ความรู้และทักษะในการดำเนินงานธุรกิจร้านอาหาร กระบวนการการจัดการ การบริหารและการจัดการ พนักงาน การตลาด การขาย การบริหารการเงิน การวางแผนเมนู การผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และการให้บริการ ตลอดจนการควบคุมคุณภาพ และการรับมือกับปัญหา ที่พบบ่อยในร้านอาหาร เพื่อให้สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ วิทยาลัยดุสิตธานี หนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำทางด้านการโรงแรมและการประกอบอาหารของประเทศไทยได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ที่มีรากฐานการก่อตั้งและเป็นส่วนหนึ่งของในเครือดุสิตธานี กลุ่มโรงแรมชั้นนำระดับ 5 ดาวของเมืองไทย จัดหลักสูตรสำหรับผู้บริหารทางด้าน “การจัดการร้านอาหารสำหรับผู้ประกอบการ” ขึ้นมา เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ในทุกภาคส่วน เพิ่มเติมทุกแนวคิดการบริหารจัดการ เสริมทุกช่องทางการตลาด การขาย ให้ทุกเทคนิคการสร้างผลกำไร แลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์จากผู้ประกอบการโดยตรง พร้อมศึกษาดูงานร้านอาหารตัวอย่างในประเทศ หลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจขั้นตอนการเปิดธุรกิจร้านอาหาร เริ่มจากแนวคิดการวางแผนธุรกิจไปจนถึงการปฏิบัติการและการควบคุม โดยให้ความรู้และทักษะในการดำเนินงานธุรกิจร้านอาหาร กระบวนการการจัดการ การบริหารและการจัดการ พนักงาน การตลาด การขาย การบริหารการเงิน การวางแผนเมนู การผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และการให้บริการ ตลอดจนการควบคุมคุณภาพ และการรับมือกับปัญหา ที่พบบ่อยในร้านอาหาร เพื่อให้สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ โดยเนื้อหาในหลักสูตรประกอบไปด้วย การวางแผนธุรกิจร้านอาหาร การสัมมนาหัวข้อทำอย่างไรให้ธุรกิจร้านอาหารประสบความสำเร็จ กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจร้านอาหาร แนวคิดและการเลือกทำเลที่ตั้ง การวางแผนรายการอาหาร การจัดทำสูตรมาตรฐาน เครื่องมือ และอุปกรณ์ การออกแบบการบริการอาหารและเครื่องดื่ม การปฏิบัติงานเครื่องดื่ม และบาร์ งานครัว และส่วนปฏิบัติการ การออกแบบพื้นที่ห้องอาหาร การออกแบบผังครัว และส่วนปฏิบัติงาน การบริหารจัดการพนักงาน บัญชีและการเงินสำหรับธุรกิจร้านอาหาร การจัดซื้อวัตถุดิบอาหารและเครื่องดื่ม สุขอามัยและอาหารปลอดภัยเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจร้านอาหาร การตลาดและการขายสำหรับธุรกิจร้านอาหาร และการนำเสนอผลงานการวางแผนธุรกิจ หลักสูตร “การจัดการร้านอาหารสำหรับผู้ประกอบการ” เหมาะสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารขนาดกลาง หรือ SME ผู้ที่กำลังวางแผนลงทุนในธุรกิจร้านอาหาร ผู้ที่ต้องการหาความรู้เกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหาร และผู้สนใจทั่วไป โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 กันยายน - 25 ตุลาคม 2563 เวลา 09.00-16.00 น. เป็นการเรียนเฉพาะในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ณ โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ โดยมีค่าใช้จ่ายท่านละ 79,900 บาท พิเศษ! เฉพาะเดือนมิถุนายน เท่านั้น ลดทันทีท่านละ 10,000 บาท เมื่อสมัครและชำระค่าธรรมเนียมการอบรม ภายใน 30 มิถุนายน 2563 นี้ หมายเหตุ: ราคานี้รวมเอกสารประกอบการบรรยายในทุกหัวข้อ อาหารกลางวัน อาหารว่างตลอดหลักสูตร ค่าเดินทางและค่าอาหารในการศึกษาดูงานร้านอาหารในประเทศ และภาษีมูลค่าเพิ่ม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโปรแกรมที่ กรุณาติดต่อสำนักบริการวิชาการ วิทยาลัยดุสิตธานี โทร.0-2721-8469-70 หรืออีเมล [email protected], [email protected]
18-06-20 13:17:14 | เปิดอ่าน 74 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
วิทยาลัยดุสิตธานี หนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำทางด้านการโรงแรมและการประกอบอาหารของประเทศไทยได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ที่มีรากฐานการก่อตั้งและเป็นส่วนหนึ่งของในเครือดุสิตธานี กลุ่มโรงแรมชั้นนำระดับ 5 ดาวของเมืองไทย เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท “Dusit Thani Hybrid MBA” กลุ่มวิชาการจัดการธุรกิจการบริการ และ กลุ่มวิชาผู้ประกอบการเชิงนวัตกรรม หลักสูตรที่มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้ก้าวขึ้นสู่อีกขั้นของความสำเร็จ ได้เรียนรู้และฝึกทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ทั้งเชิงทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมกรณีศึกษาและประสบการณ์จากคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงจากภาคธุรกิจ ทำให้ได้เรียนรู้ทั้งปัจจัยแห่งความสำเร็จและเครื่องมือในการป้องกันความล้มเหลวในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ผู้เรียนได้เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการบริการ และตัวจริงที่เหนือกว่าในวิชาชีพได้อย่างมีกลยุทธ์ สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อในระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต MBA – ในกลุ่มวิชาการจัดการธุรกิจการบริการและกลุ่มวิชาผู้ประกอบการเชิงนวัตกรรม “Dusit Thani Hybrid MBA” ที่วิทยาลัยดุสิตธานีเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทุกศาสตร์การบริหารธุรกิจกับผู้เชี่ยวชาญและตัวจริงในอุตสาหกรรมบริการระดับโลก เพื่อสร้างความสำเร็จที่ยิ่งกว่าในวิชาชีพ Dusit Thani College – MBA พร้อมมอบรากฐานการบริหารจัดการที่เป็นเลิศในระดับสากลด้วยหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ในกลุ่มวิชาการจัดการธุรกิจการบริการ และกลุ่มวิชาผู้ประกอบการเชิงนวัตกรรม เพื่อให้นักศึกษาได้มีทักษะครบเครื่อง ทั้งในด้านการคิดวิเคราะห์ การค้นคว้าวิจัย มีความคิดสร้างสรรค์ พร้อมทักษะในการนำเสนอ และการเจรจาสื่อสาร เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้บริหารและผู้ประกอบการชั้นนำระดับประเทศ ด้วย 4 จุดเด่นของหลักสูตร • สะดวก เพราะเรียนสัปดาห์ละ 1 วัน ในวันเสาร์ • รวดเร็ว เรียนจบได้ใน 1 ปีครึ่ง หรือ เพียงแค่ 1 ปีหากร่วมโครงการ DTC Fast Track 4+1 • เข้มข้น สอนโดยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและมืออาชีพในด้าน Hospitality Business Management และ Innovative Entrepreneur อย่างแท้จริง • ทันสมัย ด้วยการเรียนการสอนแบบ Hybrid ผสมผสาน “การเรียนแบบห้องเรียน” เข้ากับ “การเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีทันสมัย” ทำให้ผู้เรียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนเพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ที่สนใจต่อยอดการเรียนรู้ หรือเรียนต่อในหลักสูตรปริญญาโทบริหารธุรกิจ มหาบัณฑิต MBA – ในกลุ่มวิชาการจัดการธุรกิจการบริการ (Hospitality Business Management) และ กลุ่มวิชาผู้ประกอบการเชิงนวัตกรรม (Innovative Entrepreneur) “Dusit Thani Hybrid MBA” บัณฑิตวิทยาลัยเปิดบ้านต้อนรับผู้ที่สนใจเข้าฟังบรรยายจากวิทยากรรับเชิญชื่อดัง ร่วมบรรยายให้กับบุคคลทั่วไปหรือนักศึกษาผู้ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา หรือสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว โดยมีกำหนดการเปิดบ้านในครั้งต่อไปในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.00-12.00 น. พร้อมกันนั้นยังเปิดโอกาสต้อนรับผู้ที่สนใจทดลองเรียน (Trial Class) กับนักศึกษาปัจจุบันก่อนตัดสินใจสมัครเรียนได้อีกด้วย ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อฝ่ายรับสมัคร โทรศัพท์ 02 721 8471 - 2 อีเมล [email protected], ID Line: DTCMBA และ www.facebook.com/dusitmba หรือที่เว็บไซต์ www.dtc.ac.th
17-06-20 16:59:48 | เปิดอ่าน 80 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เพิ่มเติมความอร่อยด้วยเมนูเซ็ตใหม่สำหรับคนรักอาหารไทยและเอเซียนในราคาพิเศษสุดคุ้มอีก 8 เมนู กล่องละ 80 บาทสุทธิ เท่านั้น เป็นเพื่อนทางไลน์ @PPrincess หรือจะโทรสั่งอาหารปรุงสุกใหม่ที่ 02-216-3700 ต่อ 20105 และส่งร้อนถึงมือคุณด้วยบริการจัดส่งอาหารเพียง 50 บาทและฟรีค่าจัดส่งเมื่อสั่งอาหารครบ 800 บาทขึ้นไป จัดส่งในระยะ 2 กิโลเมตรจากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือคุณจะเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารชั้นนำจากแอพพลิเคชั่นบนมือถือของคุณเอง ไม่ต้องออกจากบ้าน ก็อร่อยเหมือนกัน เมนูทั้ง 8 แบบมีดังนี้: 1. ผัดกะเพราหมูหรือไก่ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและไข่ดาว 2. หมูหรือไก่ทอดกระเทียม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและไข่ดาว 3. ไก่ผัดซอสมะขาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและไข่ดาว 4. ผัดไทยกุ้ง 5. ผัดซีอิ๊วหมู 6. ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ 7. ข้าวผัดต้มยำไก่ พร้อมไข่ดาว 8. ข้าวผัดอินโดนีเซีย พร้อมสะเต๊ะไก่ ไข่ดาว และข้าวเกรียบกุ้ง สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โทร. 02-216-3700 ต่อ 20105 หรือ Line: @PPrincess เปิดบริการทุกวัน 10:00 น. – 19:00 น.
17-06-20 16:56:39 | เปิดอ่าน 88 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
Centara Hotels & Resorts, Thailand’s leading hotel operator, has used the recent pause in travel to revamp and revitalise its hotels and resorts, alongside the implementation of “Centara Complete Care”, its certified health, hygiene and safety programme. To welcome guests again, Centara is completing renovations at several of its hotels in Thailand, including Centara Grand at CentralWorld Bangkok, Centara Grand Mirage Beach Resort Pattaya, Centara Grand Beach Resort Phuket and COSI Pattaya Wong Amat Beach. Centara has completed several more floors of its room refurbishment project at its five-star flagship, Centara Grand at CentralWorld Bangkok. With a total investment of THB 650 million, this complete floor-to-ceiling renovation of all 505 guestrooms and suites has been entrusted to P49, the studio known for its high-quality solutions for the luxury hospitality industry across the globe. The designs for the new room interiors draw inspiration from Thai artisans, textures and patterns, and will create a stylish and contemporary aesthetic. Guestrooms, including bathrooms and furniture, will be totally upgraded and connectivity will be installed at a standard reflecting the demands of today’s sophisticated travellers. At Centara Grand Mirage Beach Resort Pattaya, all 555 sea-facing guestrooms and suites are being re-painted and refreshed. The resort is also performing maintenance work on all family facilities, to ensure that it can welcome parents and their children in total safety. Known for its prime location and array of entertainment options, Centara Grand Beach Resort Phuket is currently renovating its main swimming pool to surprise families and couples who will be able to enjoy a relaxing and exhilarating leisure activities. Finally, the finishing flourishes were put on the rooms and public spaces at COSI Pattaya Wong Amat Beach whilst its 24-hour lifestyle café was renamed Café 247, reflecting its ever-open status as a social stop for hungry guests and passers-by. A digital playspace-cum-eatery, guests can find anything ranging from modern Thai classics to western favourites and coffee or a drink any time they fancy. In partnership with Ecolab and SGS, Centara has also launched Centara Complete Care, a 12-point action plan covering social distancing, health, hygiene, and enhanced sanitisation across the entire guest journey, as well as extensive training, accreditation and monitoring. ---End--- ABOUT CENTARA Centara Hotels & Resorts is Thailand’s leading hotel operator. Its 77 properties span all major Thai destinations plus the Maldives, Sri Lanka, Vietnam, Laos, Myanmar, China, Japan, Oman, Qatar, Cambodia, Turkey, Indonesia and the UAE. Centara’s portfolio comprises seven brands – Centara Reserve, Centara Grand Hotels & Resorts, Centara Hotels & Resorts, Centara Boutique Collection, Centra by Centara, Centara Residences & Suites and COSI Hotels – ranging from 5-star city hotels and luxurious island retreats to family resorts and affordable lifestyle concepts supported by innovative technology. It also operates state-of-the-art convention centres and has its own award-winning spa brand, Cenvaree. Throughout the collection, Centara delivers and celebrates the hospitality and values Thailand is famous for including gracious service, exceptional food, pampering spas and the importance of families. Centara’s distinctive culture and diversity of formats allow it to serve and satisfy travellers of nearly every age and lifestyle. Over the next five years Centara aims to become a top 100 global hotel group, while spreading its footprint into new continents and market niches. As Centara continues to expand, a growing base of loyal customers will find the company’s unique style of hospitality in more locations. Centara’s global loyalty programme, Centara The1, reinforces their loyalty with rewards, privileges and special member pricing. Find out more about Centara at www.CentaraHotelsResorts.com Facebook LinkedIn Instagram Twitter Download all Centara official images and logos at Image Bank.
16-06-20 17:12:14 | เปิดอ่าน 94 ครั้ง
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ถือโอกาสปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ และเพิ่มความสวยงามให้โรงแรมและรีสอร์ทในช่วงหยุดให้บริการชั่วคราวจากวิกฤตโควิด-19 พร้อมกลับมาอีกครั้งด้วยโปรแกรม “เซ็นทารา คอมพลีท แคร์” (Centara Complete Care) มาตรฐานการบริการด้านความปลอดภัยเพื่อสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งการเว้นระยะห่าง สุขอนามัย และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อครอบคลุมทุกตารางนิ้ว เพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่ครอบครัวเซ็นทาราอีกครั้ง เซ็นทาราได้ใช้ช่วงเวลาที่ปิดให้บริการชั่วคราวปรับปรุง ทำความสะอาดโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราครั้งใหญ่หลายแห่งในไทย ทั้งโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท ภูเก็ต และโรงแรมโคซี่ พัทยา วงศ์อมาตย์ บีช เพื่อมอบประสบการณ์และความประทับใจเสมือนครอบครัวอีกครั้งเมื่อลูกค้ากลับมาพักที่เซ็นทารา โครงการปรับโฉมห้องพักสุดหรูที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ คืบหน้าแล้วเสร็จไปจำนวนหลายชั้น โดยตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนกันยายนปีที่แล้ว เซ็นทาราได้ทุ่มงบ 650 ล้านบาท ปรับโฉมห้องพักและห้องสวีทของโรงแรม 5 ดาว ใจกลางกรุง โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ใหม่ทั้งหมดรวมจำนวนทั้งสิ้น 505 ห้อง ให้มีรูปแบบและดีไซน์โฉมใหม่ทั้งหมด โดยได้จับมือกับบริษัท P49 ดีไซน์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด ที่มีชื่อเสียงด้านการออกแบบตกแต่งภายในสำหรับโรงแรมระดับชั้นนำ ที่พักอาศัยและลูกค้ารายย่อยทั่วโลก งานดีไซน์ครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากลายเส้นและลวดลายของช่างฝีมือไทย มาผสมผสานสร้างความงามแบบไทยตามต้นกำเนิดของเซ็นทารา แต่งเติมความร่วมสมัยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับโรงแรมที่มีที่ตั้งใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทยและถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ชั้นนำของโลกก็ว่าได้ อีกทั้งยังได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่อความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีหลากหลายในปัจจุบัน เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ได้ปรับปรุงและทาสีห้องพัก ห้องสวีท และแฟมิลี่เรสซิเดนซ์ ทั้ง 555 ห้องของรีสอร์ทที่หันหน้าสู่ชายหาดส่วนตัวให้สวยงามและเต็มไปด้วยชีวิตชีวายิ่งขึ้น รวมถึงปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัวภายในรีสอร์ทให้ทันสมัยและถูกสุขอนามัย เพื่อยกระดับประสบการณ์การเข้าพักอย่างน่าประทับใจและปลอดภัยสูงสุดสำหรับลูกค้าทุกวัยของเซ็นทารา เซ็นทารายังได้ปรับปรุงสระว่ายน้ำหลักของ เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท ภูเก็ต พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการด้านสุขอนามัยเพื่อการใช้สระอย่างปลอดภัย และมอบประสบการณ์วันหยุดที่น่าจดจำสำหรับทุกครอบครัวและคู่รัก ให้ได้เพลิดเพลินและผ่อนคลายไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกภายในรีสอร์ทอย่างเต็มที่ นอกจากนั้น ห้องพักและพื้นที่สาธารณะที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างที่ โรงแรมโคซี่ พัทยา วงศ์อมาตย์ บีช ได้แล้วเสร็จไปเป็นจำนวนมากเพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยทางโรงแรมฯ ยังได้เปลี่ยนชื่อไลฟ์สไตล์ คาเฟ่ที่โรงแรมเป็น “คาเฟ่ 247” เพื่อสื่อถึงคาเฟ่ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ เป็นแหล่งสังสรรค์ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สามารถนั่งเล่น นั่งทำงาน ดูหนัง พูดคุยกับกลุ่มเพื่อน และสามารถใช้เครดิต เงินสดที่คาเฟ่แห่งนี้ ซึ่งให้บริการทั้งอาหารไทยและยุโรปแบบสะดวกพร้อมทาน รวมถึงกาแฟและเครื่องดื่มต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เซ็นทาราได้เปิดตัว เซ็นทารา คอมพลีท แคร์ (Centara Complete Care) โปรแกรมการบริการด้านสุขอนามัยที่เหนือกว่าให้สอดรับกับวิถีชีวิตแบบใหม่ที่เซ็นทาราทำงานร่วมกับอีโคแล็บ (Ecolab) บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับความสะอาดและสุขอนามัย รวมถึงการรับรองจากบริษัทเอสจีเอส (SGS) ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบคุณภาพและปลอดภัยระดับนานาชาติจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและกำกับการดำเนินงานในโรงแรมทุกแห่งในเครือให้ถูกต้องตามหลักปฏิบัติ 12 ข้อ ครอบคลุมทั้งด้านการเว้นระยะห่าง สุขอนามัย และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อ ตลอดจนการอบรมพนักงาน การตรวจสอบคุณภาพ และการประเมินผลอย่างเข้มงวด เพื่อมอบความปลอดภัยด้านสุขภาพอย่างสูงสุดให้แก่ผู้เข้าพักที่โรงแรมทุกคน อ่านรายละเอียด โปรแกรมเซ็นทารา คอมพลีท แคร์ (Centara Complete Care) เพิ่มเติมได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/th/centara-complete-care/ -- จบ -- เกี่ยวกับเซ็นทารา โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย มีโรงแรมและรีสอร์ทภายใต้การบริหารของ แบรนด์ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญรวมทั้งสิ้น 77 แห่งทั่วโลก ได้แก่ ไทย มัลดีฟส์ ศรีลังกา เวียดนาม ลาว เมียนมา จีน ญี่ปุ่น โอมาน กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งใช้ชื่อ 7 แบรนด์ ประกอบด้วย Centara Reserve • Centara Grand Hotels & Resorts • Centara Hotels & Resorts • Centara Boutique Collection • Centra by Centara • Centara Residences & Suites และ COSI ครอบคลุมตั้งแต่โรงแรมและรีสอร์ทระดับ 5 ดาวในใจกลางเมืองไปจนถึงที่ตั้งอยู่บนเกาะที่เงียบสงบ รวมทั้งคอนเซ็ปท์รีสอร์ทสำหรับครอบครัว และไลฟ์สไตล์ในช่วงราคาที่จับต้องได้ซึ่งผสมผสานกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อการพักผ่อนที่ลงตัว รวมทั้งศูนย์การประชุมสัมมนา และแบรนด์ “สปาเซ็นวารี” สปาแบรนด์ไทยคุณภาพระดับรางวัล การันตี เซ็นทารา มอบการต้อนรับที่อบอุ่นด้วยค่านิยมความเป็นไทยที่บรรจงถ่ายทอดสู่งานบริการ อาหารรสเลิศ สปาเพื่อการผ่อนคลายที่เยี่ยมยอด และให้ความสำคัญกับครอบครัว แบรนด์ภายใต้เครือเซ็นทารานำเอาวัฒนธรรมที่โดดเด่นและหลากหลายเข้ามาผสมผสานเพื่อให้บริการและตอบสนองนักเดินทางได้แทบทุกวัยและทุกไลฟ์สไตล์ เซ็นทารามุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นหนึ่งใน 100 กลุ่มโรงแรมชั้นนำของโลก โดยเดินหน้าขยายสาขาไปยังทวีปและตลาดใหม่ๆ เซ็นทาราเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงด้วยฐานของลูกค้าที่เหนียวแน่น ซึ่งจะได้พบกับบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของเราในตำแหน่งที่ตั้งสำคัญๆ มากขึ้น บัตรสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกเซ็นทารา เดอะวัน ยังช่วยให้สมาชิกทั่วโลกที่รักในเซ็นทาราได้อภิสิทธิ์ที่เหนือกว่า ข้อเสนอสุดพิเศษ และเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อเซ็นทารา ติดตามข่าวสารของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราได้ที่ www.centarahotelsresorts.com เฟซบุ๊ค Facebook อินสตาแกรม Instagram ทวิตเตอร์ Twitter ลิงค์อิน LinkedIn ดาวน์โหลดภาพของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราได้ที่เว็บไซต์ Image Bank ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
16-06-20 17:09:47 | เปิดอ่าน 139 ครั้ง
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา
กลับมาอีกครั้งกับอาหารหลากหลายเมนูเด็ดเอาใจโคเรียนฟู้ดเลิฟเวอร์จากห้องอาหารเกาหลีคองจู โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซสให้คุณได้เลือกสรร อิ่มอร่อยส่งตรงถึงบ้านคุณ เพียงเพิ่มโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซสเป็นเพื่อนทาง Line: @PPrincess หรือสั่งอาหารที่เบอร์ 02 216 3700 ต่อ 20105 ค่าจัดส่งเพียง 50 บาทในระยะ 5 กม.จากโรงแรมฯ และจัดส่งฟรีเมื่อมียอดสั่งซื้อ 800 บาทขึ้นไปหรือใช้บริการขนส่งอาหารจากแอพลิเคชั่นบนมือก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แสนสะดวก หิวแล้วสั่งเลย! เมนูแสนอร่อยมีดังต่อไปนี้ - ไก่ทอดพริก ราคา 360 บาทสุทธิ - เต้าหู้ทอดราดซอสสไตล์เกาหลี ราคา 290 บาทสุทธิ - ข้าวผัดกิมจิ ราคา 280 บาทสุทธิ - ข้าวยำเกาหลี ราคา 290 บาทสุทธิ - ซุปกิมจิแบบดั้งเดิม ราคา 290 บาทสุทธิ - ซุปโสมไก่เกาหลี ราคา 540 บาทสุทธิ - ปลาหมึกผัดพริกเผาเกาหลี ราคา 440 บาทสุทธิ - ยำสาหร่าย ราคา 280 บาทสุทธิ - เนื้อวัวหรือเนื้อหมูย่างห่อผักรวม ราคา 360 บาทสุทธิ - เส้นราเมนเกาหลีผัดกับผักรวม ราคา 290 บาทสุทธิ สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โทร. 02 216 3700 ต่อ 20105 หรือ Line: @PPrincess สั่งได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 10:00 น. – 19:00 น.
16-06-20 10:52:56 | เปิดอ่าน 82 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
เปิดตัว ‘แอสคอทท์ แคร์ส’ เพิ่มมาตรฐานรักษาความสะอาดเพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าพักอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทย, 28 พฤษภาคม 2563 – ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้บริษัทคาปิต้าแลนด์ ปรับรูปแบบของห้องพักและบริการใหม่พร้อมรับอนาตคหลังจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 การสร้างประโยชน์จากจุดแข็งเดิมของเซอร์วิสเรสซิเด้นซ์ในเครือแอสคอทท์ จะสร้างคำจำกัดความประสบการณ์แบบใหม่ให้แก่ผู้เข้าพักตามกระแสสถานการณ์ในปัจจุบัน เช่นการเพิ่มขึ้นของการทำงานจากที่บ้าน การคำนึงถึงด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนไปของโลกสู่ยุคดิจิทัล มร. เควิน โก, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, เซอร์วิสเรสซิเด้นซ์, เครือคาปิต้าแลนด์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด, กล่าวว่า “เซอร์วิสเรสซิเดนซ์ในเครือแอสคอทท์ ได้สร้างความยืดหยุ่นท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 เรายังคงถูกเลือกให้เป็นที่พักที่ปลอดภัยสำหรับแขกผู้ให้ความไว้วางใจในแอสคอตต์ เพื่อสานต่อตำแหน่งของแอสคอทท์ในฐานะผู้ให้บริการที่พักที่โดดเด่น และผู้สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการเพื่อแขกและหุ้นส่วนทางธุรกิจ เรากำลังดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมแอสคอทท์สู่ยุคหลังโควิด 19 ฐานลูกค้าที่สำคัญของแอสคอทท์คือฐานลูกค้าผู้เข้าพักระยะยาว และลูกค้าองค์กรผู้ให้คุณค่าแก่ความสะดวกสบาย ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัย ที่พักอาศัยที่กว้างขวางของเรายังคงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับธุรกิจของเรา เรากำลังทำงานเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเพื่อลดความได้เปรียบทางการแข่งขันนี้” “แอสคอทท์ตรวจสอบพื้นที่ในเซอร์วิสเรสซิเด้นซ์ในเครือและพื้นที่ทำงานและดูแนวโน้มความสามารถในการทำงานจากที่บ้าน เรากำลังพัฒนาระบบดิจิทัล เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการแก้ปัญหา และมองหาเทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มคุณค่าของสินค้าและบริการ และมอบความปลอดภัยให้แก่แขกของเรา เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเดินทางทั่วโลกและภายในประเทศ เราจึงได้เปิดตัว 'แอสคอทท์ แคร์ส' เพื่อแขกและพนักงานของเราให้มั่นใจว่าเรามีมาตรการด้านความสะอาด และสุขอนามัยที่เข้มงวด และเรายินดีต้อนรับแขกใหม่ และผู้ที่ต้องการเดินทางกลับบ้านทุกท่าน” มร. โก กล่าวเสริม การออกแบบเซอร์วิสเรสซิเด้นซ์ของแอสคอทท์เพื่อก้าวเข้าสู่เทรนด์ใหม่ ปัจจุบันเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ขนาดใหญ่ของแอสคอทท์นั้นเหมาะสำหรับแขกที่เลือกพักอาศัยเป็นระยะเวลานาน พื้นที่ห้องนั่งเล่น พื้นที่ทำงาน และรับประทานอาหาร ถูกแยกเป็นสัดส่วน และกว้างขวางเหมาะสำหรับแขกที่จะผ่อนคลาย ออกกำลังกาย ทำงาน หรือทานอาหารภายในอพาร์ทเม้นท์ ผู้เข้าพักสามารถใช้ห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ที่ครบครัน และสามารถใช้ตู้เย็นของใหญ่ภายในอพาร์ทเม้นท์หากไม่ต้องการสั่งอาหารจากร้านข้างนอก ด้วย Wi-Fi ความเร็วสูงแขกสามารถติดต่อกับคนที่รัก หรือเข้าร่วมและจัดการประชุมออนไลน์กับเพื่อนร่วมงานได้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเทรนด์การทำงานจากที่บ้าน แอสคอทท์กำลังมองหาการอัพเกรดการออกแบบเพื่อสร้างพื้นที่ทำงานภายในเซอร์วิสอพาร์ตเม้นต์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การปรับปรุงการจัดวางรูปแบบของที่ทำงานและอุปกรณ์สำนักงานโดยรวมจะช่วยให้การทำงานได้ผลดียิ่งขึ้น ทำให้การประชุมผ่านทางวิดีโอคอล หรือการนำเสนองานผ่านช่องทางออนไลน์จากในห้องของแอสคอทท์เหมาะสมและดูดียิ่งขึ้นด้วยบรรยากาศที่สวยงามของห้อง เทคโนโลยีดิจิทัลจะถูกปรับใช้เพิ่มเติมเพื่อให้ตอบโจทย์ แก้ปัญหา และมอบความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และความปลอดภัยให้กับแขก การใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ที่แอสคอทท์จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น ผ่านการสแกนแบบใช้ความร้อน หรือสแกนแบบใช้การติดตามการเคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการวัดระยะห่างที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น แอสคอทท์จะพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ และเปิดตัวแอพใหม่ในมือถือช่วงปลายปีนี้ แอพพลิเคชั่นเพื่อให้บริการแบบครบวงจรจะถูกใช้เพื่อลดการสัมผัสผู้เข้าพักโดยตรง เช่นการเข้าอพาร์ทเมนท์โดยไม่ต้องเผชิญหน้ากัน การชำระเงิน การเช็คอินและเช็คเอาท์ นอกจากนี้เทคโนโลยีดังกล่าวยังสามารถให้บริการในห้องพัก in-room service และมี smart control สามารถจัดการคะแนนสะสมของ แอสคอทท์ สตาร์ รีวอร์ดส์ หรือแลกรับสิทธิประโยชน์จากโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ 'แอสคอทท์ แคร์ส' – พันธสัญญาในการรักษาความสะอาดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับแขกและพนักงาน แอสคอทท์จะมอบมาตรฐานสุขอนามัย และความสะอาดที่เข้มงวด รวมถึงสร้างการเว้นระยะห่างที่ปลอดภัยผ่านคำมั่นสัญญา ‘แอสคอทท์ แคร์ส’ ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ เพื่อสานต่อการให้บริการที่พักอันปลอดภัยสำหรับแขก และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับพนักงาน ‘แอสคอทท์ แคร์ส’ ครอบคลุมพันธสัญญาเก้าข้อเพื่อเพิ่มมาตรฐานความสะอาดที่มีอยู่ของแอสคอทท์: 1. บรรยากาศในที่ทำงานของพนักงาน 2. ความปลอดภัยของแขกผู้เข้าพัก 3. การเว้นระยะห่างทางกายภาพ 4. การดูแลความสะอาด 5. อาร์พาร์ทเม้นต์และห้องต่าง ๆ 6. อาหารและเครื่องดื่ม 7. สิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้ร่วมกัน 8. ลดการสัมผัสและการใช้กระดาษ 9. ผู้ผลิตสินค้าและวัตถุดิบให้กับเรา มาตรการที่ครอบคลุมข้างต้นเป็นไปตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก และกฎระเบียบในท้องถิ่นเหล่านี้จะถูกเผยแพร่ในพร็อพเพอร์ตี้ของท้องถิ่นนั้น ๆ อย่างต่อเนื่องทั่วโลกตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ‘แอสคอทท์ แคร์ส’ ได้ที่ www.the-ascott.com/ascottcares มร. อัลเฟรด อ็อง, หัวหน้าฝ้ายปฏิบัติการ, ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด, กล่าวว่า “แอสคอทท์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของแขกและพนักงานเป็นสิ่งแรก ‘แอสคอทท์ แคร์ส’ ยืนยันความมุ่งมั่นของเราในการมอบมาตรฐานความสะอาดระดับสูง ระยะทางที่ปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ และการฆ่าเชื้อโรคที่เพิ่มขึ้น จะเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานใหม่ เราจะมีการแต่งตั้งแชมป์เปี้ยนเพื่อดูแลด้านสุขภาพและสุขอนามัยในแต่ละสถานที่ เพื่อรักษามาตรฐานเหล่านี้ และเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานอย่างเป็นทางการกับหน่วยงานด้านสุขภาพในท้องถิ่นเพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับมาตรการด้านสุขภาพล่าสุดของบริษัท ด้วย ‘แอสคอทท์ แคร์ส’ แขกผู้มีเกียรติของเราจะได้รับความอุ่นใจมากขึ้น และมีความมั่นใจอย่างเต็มที่แก่พันธสัญญาของเราที่มีต่อสวัสดิภาพของพวกเขา” ‘แอสคอทท์ แคร์ส’ คือมาตรการเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยที่ได้ถูกดำเนินการในพร็อพเพอร์ตี้ทุกแห่งในเครือแอสคอทท์ในประเทศไทย และประเทศลาว เพื่อสร้างความมั่นใจต่อสวัสติภาพที่สูงสุดของแขกผู้เข้าพัก นอกจากนี้พร็อพเพอร์ตี้ในประเทศไทยจะเข้าร่วมโครงการ the Amazing Thailand Safety and Health Administrations (SHA) ที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีประสบการณ์ที่ดี มีความมั่นใจเรื่องสุขาภิบาล และความปลอดภัยต่อสินค้าและบริการของประเทศไทย About The Ascott Limited The Ascott Limited is a Singapore company that has grown to be one of the leading international lodging owner-operators. Ascott's portfolio spans more than 180 cities across over 30 countries in Asia Pacific, Central Asia, Europe, the Middle East, Africa and the USA. Ascott has about 70,000 operating units and over 43,000 units under development, making a total of about 113,000 units in over 700 properties. The company’s serviced residence and hotel brands include Ascott The Residence, The Crest Collection, Somerset, Quest, Citadines, lyf, Préférence, Vertu, Harris, Citadines Connect, Fox, Yello and POP!. Ascott, a wholly owned subsidiary of CapitaLand Limited, pioneered Asia Pacific’s first international-class serviced residence with the opening of The Ascott Singapore in 1984. Today, the company boasts over 30 years of industry track record and award-winning brands that enjoy recognition worldwide. Ascott’s achievements have been recognised internationally. Recent awards include DestinAsian Readers' Choice Awards 2020 for 'Best Serviced Residence Brand'; World Travel Awards 2019 for ‘Leading Serviced Apartment Brand’ in Asia, Europe and the Middle East; Business Traveller Asia-Pacific Awards 2019 for 'Best Serviced Residence Brand'; Business Traveller China Awards 2019 for 'Best Luxury Serviced Residence Brand'; and TTG China Travel Awards 2019 for ‘Best Serviced Residence Operator in China’. For a full list of awards, please visit https://www.the-ascott.com/ascottlimited/awards.html. About CapitaLand Limited CapitaLand Limited (CapitaLand) is one of Asia’s largest diversified real estate groups. Headquartered and listed in Singapore, it owns and manages a global portfolio worth S$131.9 billion as at 31 December 2019. CapitaLand’s portfolio spans across diversified real estate classes which includes commercial, retail; business park, industrial and logistics; integrated development, urban development; as well as lodging and residential. With a presence across more than 200 cities in over 30 countries, the Group focuses on Singapore and China as its core markets, while it continues to expand in markets such as India, Vietnam, Australia, Europe and the USA. CapitaLand has one of the largest real estate investment management businesses globally. It manages seven listed real estate investment trusts (REITs) and business trusts as well as over 20 private funds. Since it pioneered REITs in Singapore with the listing of CapitaLand Mall Trust in 2002, CapitaLand’s REITs and business trusts have expanded to include Ascendas Real Estate Investment Trust, CapitaLand Commercial Trust, Ascott Residence Trust, CapitaLand Retail China Trust, Ascendas India Trust and CapitaLand Malaysia Mall Trust. Visit www.capitaland.com for more information. Issued by: The Ascott Limited Website: www.the-ascott.com 168 Robinson Road, #30-01 Capital Tower, Singapore 068912 For more information, please contact: Tasanee Ua-Aksorn, Marketing Manager Tel: (66-2) 204 4385, Mobile: (66-83) 977 5119, Email: [email protected] Jewel Matayat, Assistant Marketing Manager Tel: (66-2) 204 4382, Mobile: (66-92) 847 9998, Email: [email protected]
15-06-20 15:56:32 | เปิดอ่าน 128 ครั้ง
Ascott International Management (Thailand) Ltd.
วิทยาลัยดุสิตธานี หนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำทางด้านการโรงแรมและการประกอบอาหารของประเทศไทยได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพทั้งในระดับประเทศและในระดับสากล ที่มีรากฐานการก่อตั้งและเป็นส่วนหนึ่งของในเครือดุสิตธานี กลุ่มโรงแรมชั้นนำระดับ 5 ดาวของเมืองไทย โดย ดร.อรรถเวทย์ พฤกษ์สถาพร รักษาการอธิการบดี นำทีมคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากวิทยาลัยจัดหลักสูตร “อบรมพิเศษด้านอาหาร” แบบเข้มข้นเจาะลึกให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายโภชนาการโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ในมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาฝีมือทางด้านการปรุงอาหารของเจ้าหน้าที่ฝ่ายโภชนาการให้ได้รสชาติอร่อยถูกปากเด็กนักเรียน พร้อมคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการด้านอาหารเป็นหลัก ด้วยปณิธานทางด้านกิจกรรมเพื่อสังคมของกลุ่มดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ที่มีอยู่เสมอมาและถูกส่งต่อมายังวิทยาลัยดุสิตธานี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและชำนาญการทางด้านการเรียนการสอนในด้านโรงแรมและการประกอบอาหาร กิจกรรมพิเศษในครั้งนี้จึงได้ถูกจัดขึ้นและถือเป็นหนึ่งในโครงการพิเศษ “DTC: The Giving Project” เพื่อคืนสู่สังคมโดยหลักสูตร “อบรมพิเศษด้านอาหาร” ที่ถูกจัดขึ้นให้กับโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายโภชนาการทุกท่านได้เรียนรู้ตั้งแต่ในภาคทฤษฎีไปจนถึงภาคปฏิบัติ โดยเริ่มจากการเข้ามาเรียนที่วิทยาลัยดุสิตธานีในห้องเรียนภาคทฤษฎีทางด้านการวางแผนอาหารและการคำนวณต้นทุนอาหาร ฝึกสอนโดยดร.วัชรากร มยุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถวางแผนรายการอาหารที่เหมาะสมกับกลุ่มเด็ก ซึ่งจะมีตั้งแต่วัยอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ให้ผู้เข้าอบรมสามารถเขียนสูตรอาหารมาตรฐานเพื่อใช้ในการคำนวณต้นทุนอาหารได้ และสามารถคำนวณต้นทุนอาหารขั้นพื้นฐานได้ ต่อด้วยการเรียนรู้เรื่องของสุขาภิบาลอาหารและความปลอดภัยในการทำงาน ฝึกสอนโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ผศ.ดร.สถิตย์พงษ์ มั่นหลำ ด้วยคำนึงว่าอาหารเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพ การเจริญเติบโต และอาหารยังเป็นปัจจัยหลักของอาการเจ็บป่วยเช่น ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ ภาวะการแพ้อาหาร เป็นต้น เมื่ออดีตการบริโภคอาหารเน้นความอร่อย แต่ในปัจจุบันเพิ่มความสะอาดและความปลอดภัยเข้าไปด้วย โดยผู้ประกอบอาหาร หรือบุคคลที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ไม่ว่าจะเป็นผู้เตรียมอาหาร ผู้ปรุง ผู้เสิร์ฟ ผู้ลำเลียงอาหาร ผู้ทำความสะอาดภาชนะอุปกรณ์ จะต้องดูแลและส่งเสริมสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ จากนั้นผู้เข้าอบรมก็ได้เรียนรู้พร้อมลงมือปฏิบัติ กับทีมคณาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญจากสาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติในห้องครัวทุกขั้นตอนร่วมกับอาจารย์ผู้สอน รวมไปถึงการระดมความคิดร่วมกัน โดยความรู้ที่ถ่ายทอดนั้นเริ่มจากการสอนทำน้ำซอสสำเร็จรูป ซึ่งสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นซอสผัดขี้เมา ซอสสลัดผัก ซอสข้าวผัด ซอสหมักอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติ การปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยว สูตรการทำน้ำยำ การสอนทำเมนูอาหารที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ต้มข่าไก่ ยำไข่ดาว ข้าวผัดไข่ แกงจืดวุ้นเส้นหมูสับ แกงส้มผักรวม ผัดสามรส หมูสับทอด แกงเทโพ และไข่ลูกเขย พร้อมด้วยรายการขนมหวาน เช่น ขนมทับทิมกรอบ กล้วยบวดชี ขนมลอดช่อง และขนมสาคูเปียก เป็นต้น การส่งมอบความรู้ในครั้งนี้ ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การถ่ายทอดเรื่องการปรุงอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเรียนรู้ในเรื่องของระบบการทำงาน การใช้อุปกรณ์ เครื่องมือต่าง ๆ การจัดเก็บดูแลรักษาอย่างถูกวิธี รวมไปถึงการจัดเซ็ตเมนูอาหารเพื่อเป็นการง่ายในการปรุงแต่ละวันอีกด้วย คุณขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า “การอบรมในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่เราอยากให้เด็กนักเรียนทุกคนได้ทานอาหารที่มีรสชาติอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนมากยิ่งขึ้น เพราะเด็กนักเรียนทุกคนอยู่ในช่วงวัยที่กำลังเจริญเติบโต และเขาต้องทานอาหารในโรงเรียนทั้ง 3 มื้อในทุกวัน เราจึงคิดว่าการพัฒนาฝีมือของเจ้าหน้าที่ฝ่ายโภชนาการของโรงเรียน ผ่านการฝึกอบรมแบบครบวงจรสำหรับผู้ที่ดูแลในส่วนนี้โดยตรงนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ” ดร.อรรถเวทย์ พฤกษ์สถาพร รักษาการอธิการบดี วิทยาลัยดุสิตธานี กล่าวว่า “วิทยาลัยรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้จัดทำหลักสูตรฝึกอบรมพัฒนาฝีมือในครั้งนี้ให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายโภชนาการของโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเพท ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของเราอยู่แล้ว จึงคิดว่าหลักสูตรนี้ควรจะเป็นการฝึกอบรมบูรณาการความรู้แบบครบวงจรทั้งในภาคทฤษฎีต่าง ๆ ไปจนถึงลงมือปฏิบัติซึ่งเน้นตามหลักการเรียนการสอนและมาตรฐานของวิทยาลัยอย่างเข้มข้น โดยครั้งนี้ถือเป็นการจัดหลักสูตรครั้งที่ 1 ซึ่งวิทยาลัยยังมองถึงอนาคต ว่าจะมีการจัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อพัฒนาสำหรับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ อีกด้วยเช่นกัน" สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสำนักประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02 361 7811 - 3 อีเมล [email protected] หรือที่เว็บไซต์ www.dtc.ac.th
15-06-20 10:35:49 | เปิดอ่าน 109 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
วิทยาลัยดุสิตธานี เปิดอบรมหลักสูตร การจัดการร้านอาหารสำหรับผู้ประกอบการ ระหว่างวันที่ 19 กันยายน ถึง 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563 (อบรมเฉพาะวันเสาร์ และวันอาทิตย์) ณ โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ ให้แก่ผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการ และผู้สนใจทั่วไป ที่ต้องการศึกษา เรียนรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับหลักการบริหารจัดการร้านอาหาร แบบเจาะลึกทุกภาคส่วน อาทิเช่น กฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจร้านอาหาร การออกแบบ การเงินการบัญชี การบริหารงานบุคคล กลยุทธ์การตลาด การขาย เป็นต้น โดยเน้นการอบรมเชิงปฏิบัติ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิด และเทคนิคต่างๆ จากวิทยากรผู้มากประสบการณ์แต่ละสาขาวิชา พร้อมเสริมมุมมองธุรกิจด้วยการศึกษาดูงานร้านอาหารตัวอย่างในกรุงเทพฯ ที่ประสบความสำเร็จ โดยผู้ผ่านเกณฑ์การอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรจากวิทยาลัยดุสิตธานี สมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แผนกบริการวิชาการ วิทยาลัยดุสิตธานี โทร.092-254-2018(ลภัสรดา) E-mail: [email protected] หรือที่เว็บไซด์ https://dtc.ac.th/event/executive-program-restaurant-management-for-startup/
12-06-20 16:22:15 | เปิดอ่าน 117 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
การกระตุ้นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้น สิ่งสำคัญคือศักยภาพและความพร้อมของบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งงานใด ๆ ในธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท สปา ศูนย์ประชุม สถานที่ท่องเที่ยว ภัตตาคาร ร้านอาหาร สายการบิน ฯลฯ ซึ่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะยังคงสร้างผลประโยชน์ในหลาย ๆ ด้านให้กับประเทศ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม วิทยาลัยดุสิตธานี หนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำทางด้านอุตสาหกรรมบริการของประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาทั้งในระดับประเทศ และในระดับสากล เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างและพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพ พร้อมด้วยทักษะการปฏิบัติงานและการบริหารอย่างแท้จริงเพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมบริการ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาเอกชนที่ก่อตั้งและเป็นส่วนหนึ่งในเครือดุสิตธานี กลุ่มโรงแรมชั้นนำระดับ 5 ดาวของเมืองไทยที่มีความเป็นมายาวนานและมุ่งขยายธุรกิจสู่นานาชาติอย่างต่อเนื่อง ที่วิทยาลัยดุสิตธานี มีการมุ่งเน้นด้านความเป็นเลิศทางวิชาการและการจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพให้กับนักศึกษาทั้งในภาคทฤษฎี โดยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิที่มากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยวโดยตรง และ ในภาคปฏิบัติที่นักศึกษาจะได้รับประสบการณ์จากการฝึกปฏิบัติงานในสถานที่ทำงานจริง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์การเรียนที่มีคุณภาพเพื่อการศึกษา ที่นี่จึงเป็นก้าวแรกที่แข็งแกร่งของการเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับนักศึกษาเพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นมืออาชีพที่ประสบความสำเร็จกับตำแหน่งงานในอนาคต วิทยาลัยดุสิตธานี เปิดรับสมัครนักศึกษาแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้งในระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท และหลักสูตรเทียบโอนประสบการณ์ ในหลักสูตรต่าง ๆ ดังนี้ หลักสูตรไทย • หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโรงแรม • หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร • หลักสูตรการจัดการบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการบริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หลักสูตรนานาชาติ • หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโรงแรมและรีสอร์ท (ได้รับการรับรองจากโรงเรียนการโรงแรมโลซาน สวิตเซอร์แลนด์) • หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะการประกอบอาหารอย่างมืออาชีพ (หลักสูตรโครงการความร่วมมือระหว่างสถาบันเลอ กอร์ดอง เบลอ และวิทยาลัยดุสิตธานี) ผู้ที่สนใจศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี วิทยาลัยดุสิตธานียินดีต้อนรับผู้ปกครองหรือน้อง ๆ ที่ต้องการเข้ามาเยี่ยมชมวิทยาลัย พร้อมรับคำปรึกษาจากพี่ ๆ ฝ่ายรับสมัคร ตั้งแต่วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 08.30-17.30 น. โดยมั่นใจได้ในหลักความปรกติใหม่ “New Normal” ซึ่งประกอบไปด้วย 3 หลักการ คือ สะอาดปลอดภัย(Clean) คัดกรองเคร่งครัด(Screen) การเว้นระยะห่าง(Distancing) อีกทั้งยังมีโครงการทดลองเรียนรู้ เปิดบ้านให้กับนักเรียนได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์จริง ในบทเรียนภาคปฏิบัติ อาทิเช่น การเรียนรู้วิธีการทำอาหาร ขนมเบเกอรี่ การผสมเครื่องดื่ม การแกะสลักผักผลไม้ เป็นต้น ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อฝ่ายรับสมัคร โทรศัพท์ 02 721 8471 - 2 อีเมล [email protected] หรือที่เว็บไซต์ www.dtc.ac.th
12-06-20 08:43:20 | เปิดอ่าน 85 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
โพธาลัย เลเชอร์ ปาร์ค เตรียมความพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย สามารถจัดงานประชุมทั้งแบบอินดอร์และเอ้าท์ดอร์ มีพื้นที่จอดรถจำนวนมาก และเน้นย้ำมาตรการด้านความปลอดภัยและความสะอาดอย่างเต็มที่ รวมถึงสุขอนามัยของพนักงานทุกคนที่พร้อมจะดูแลทุกท่านที่มาใช้บริการด้วยมาตรฐานการบริการแบบ New Normal Service เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ และเป็นไปตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ดังนี้ - จัดโต๊ะสำหรับการประชุมให้มีระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 1.5 เมตร - ดูดฝุ่นพรมและกรองในตู้แอร์ อบละอองฆ่าเชื้อ ถูพื้น เช็ดกระจกและที่จับเปิด-ปิดประตูด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ - ทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกชิ้น ทั้งโต๊ะและเก้าอี้ทุกตัวด้วยแอลกอฮอล์ 70% - จัดตั้งจุดตรวจวัดอุณหภูมิคัดกรองผู้เข้าร่วมงาน - จุดบริการแอลกอฮอล์ - มีสัญลักษณ์ “รักษาระยะห่าง” ตรงจุดลงทะเบียน รวมไปถึงการลงทะเบียนเข้า-ออก - ขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมประชุมสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดการเข้าร่วมประชุม - จัดบริการเสิร์ฟเมนูคอฟฟี่เบรคและอาหารกลางวัน จัดเตรียมแบบถูกหลักอนามัยและเสิร์ฟเป็นรายบุคคล - พนักงานบริการทุกคนใส่หน้ากาก ถุงมือ ตลอดเวลา - พ่นฆ่าเชื้อห้องประชุมหลังการใช้งาน พร้อมทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันทุกครั้ง เช่น ไมโครโฟน แผ่นรองเขียน โต๊ะประชุม - เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดบริเวณจุดสัมผัสสาธารณะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือทำนัดชมสถานที่ กรุณาโทร. 02 508 5111 ต่อ 1208-1210 Line OA : @Phothalai www.plp.co.th
11-06-20 16:37:11 | เปิดอ่าน 118 ครั้ง
โพธาลัย เลเชอร์ ปาร์ค
โปรโมชั่นเซ็ตอาหาร 4 เมนูใหม่จาก ห้องอาหารอิตาเลียน เทอราซซ่า และห้องอาหารเกาหลี คองจู พร้อมส่งความสุข เติมเต็มความอร่อยแก่ทุกวันของคุณ ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือทำงานที่ออฟฟิศ เราก็พร้อมส่งเพียงเป็นเพื่อน (Line: @PPrincess) โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือโทร 02-216-3700 ต่อ 20105 เพื่อสั่งอาหารที่ทำสดใหม่ ส่งร้อนถึงมือคุณด้วยบริการจัดส่งอาหารเพียง 50 บาทและฟรีค่าจัดส่งเมื่อสั่งอาหารครบ 800 บาทขึ้นไป จัดส่งในระยะ 2 กิโลเมตรจากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือคุณจะเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารชั้นนำจากแอพพลิเคชั่นบนมือถือของคุณเอง เมนูน่าทานขนาดนี้ หิวแล้วอย่ารอช้า มาเลือกเลย! เซ็ตเมนูอาหารใหม่มีให้เลือกถึง 4 แบบด้วยกัน 1. ลาซานญ่าหมู ขนมปังกระเทียม สลัด และคุกกี้ – ราคา 150 บาทสุทธิ 2. พิซซ่ามาการิต้า ปีกไก่ทอด สลัดกับพาร์ม่าแฮม และคุกกี้ – ราคา 180 บาทสุทธิ 3. ข้าวยำเกาหลีไก่ ซุปเกาหลีประจำวัน และขนมถั่วงาตัดเกาหลี – ราคา 150 บาทสุทธิ 4. ซุปกิมจิเต้าหู้หมูสามชั้น ปลาย่างซอสเกาหลีกับข้าวผัดกระเทียม เครื่องเคียงกิมจิแตงกวา และขนมถั่วงาตัดเกาหลี – ราคา 180 บาทสุทธิ สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เวลา 10:00 น. – 19:00 น. โทร. 02-216-3700 ต่อ 20105 หรือ Line: @PPrincess
11-06-20 15:57:18 | เปิดอ่าน 124 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
Centara Hotels & Resorts, Thailand’s leading hotel operator, launches a complete travel with confidence offer “Stronger Together” that features a fully flexible stay at four extraordinary prices, starting from only THB 960 inclusive of taxes and service charge at any Centara hotel or resort in Thailand, plus free half-board for stays of 4 nights or more. Customers can book directly now via Centara’s website with free cancellation policy and enjoy a stay at any time before 30th November 2020. Let Centara welcome you like family with its gracious Thai hospitality and warm and caring service style, with extraordinary Stronger Together offerings. Customers can enjoy fixed low rates starting from only THB 960 at any Centara Hotels & Resorts across Thailand; Bangkok, Pattaya, Hua Hin, Rayong, Koh Chang, Trat, Phuket, Krabi, and Samui. In addition, Centara offers free half-board for stays of 4 nights or more. Customers can book now at www.centarahotelsresorts.com/stronger-together to enjoy a fully flexible stay, with free modification and cancellation policy, any time before 30th November 2020. In addition, guests at all Centara hotels and resorts can be reassured on their safety and health with Centara Complete Care, an enhanced and certified health and hygiene programme to support new travel norms. This was developed in close collaboration with Ecolab, a global leader in water and hygiene technologies, and Swiss multinational firm SGS, the expert in quality verification and certifications. This attractive promotion is available to all new and existing members of CentaraThe1. Simply sign in or sign up to become a CentaraThe1 member to receive the maximum discount! Register now for free at www.centarahotelsresorts.com/sign-up. For more information, please visit centarahotelsresorts.com. --- End --- ABOUT CENTARA Centara Hotels & Resorts is Thailand’s leading hotel operator. Its 77 properties span all major Thai destinations plus the Maldives, Sri Lanka, Vietnam, Laos, Myanmar, China, Japan, Oman, Qatar, Cambodia, Turkey, Indonesia and the UAE. Centara’s portfolio comprises seven brands – Centara Reserve, Centara Grand Hotels & Resorts, Centara Hotels & Resorts, Centara Boutique Collection, Centra by Centara, Centara Residences & Suites and COSI Hotels – ranging from 5-star city hotels and luxurious island retreats to family resorts and affordable lifestyle concepts supported by innovative technology. It also operates state-of-the-art convention centres and has its own award-winning spa brand, Cenvaree. Throughout the collection, Centara delivers and celebrates the hospitality and values Thailand is famous for including gracious service, exceptional food, pampering spas and the importance of families. Centara’s distinctive culture and diversity of formats allow it to serve and satisfy travellers of nearly every age and lifestyle. Over the next five years Centara aims to become a top 100 global hotel group, while spreading its footprint into new continents and market niches. As Centara continues to expand, a growing base of loyal customers will find the company’s unique style of hospitality in more locations. Centara’s global loyalty programme, Centara The1, reinforces their loyalty with rewards, privileges and special member pricing. Find out more about Centara at www.CentaraHotelsResorts.com   Facebook                    LinkedIn                      Instagram                    Twitter  Download all Centara official images and logos at Image Bank
11-06-20 11:38:33 | เปิดอ่าน 122 ครั้ง
บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา
หลายคนคงกำลังเฝ้ารอการไปเที่ยวพักผ่อนหลังการเเพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แหล่งท่องเที่ยวอันสวยงามมากมาย ทั้งทะเล ชายหาด ภูเขา และน้ำตก ก็ยิ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่พลาดไม่ได้ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เข้าใจความต้องการของนักท่องเที่ยว พร้อมมอบข้อเสนอสุดคุ้มกับแคมเปญ “Stronger Together” สำหรับสมาชิก CentaraThe1 ห้องพักราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 960 บาทสุทธิ/คืน ที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทั่วไทย และพิเศษยิ่งกว่าสำหรับการเข้าพักตั้งแต่ 4 คืนขึ้นไป จะได้รับฟรีแพคเกจอาหารเช้าและเย็น ตลอดการเข้าพัก โดยลูกค้าสามารถจองห้องพักและเข้าพัก ณ โรงแรมที่ร่วมรายการได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 พฤศจิกายน 2563 และสามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการเข้าพักได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น ที่เว็บไซต์เซ็นทารา www.centarahotelsresorts.com/th/stronger-together ที่พักใกล้ๆ ขับรถไปไม่ไกลจากกรุงเทพฯ พร้อมบรรยากาศทะเลสวย น้ำใส รายล้อมไปด้วยร้านอาหารอร่อยแหล่งช้อปปิ้งมากมาย เซ็นทาราขอแนะนำเซ็นทารา ซันไรซ่าเรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา และโรงแรมโคซี่ พัทยา วงศ์อมาตย์ บีช ในราคาเริ่มต้นเพียง 960 บาท/คืน แต่ถ้าคุณคิดถึงมนต์เสน่ห์ ชายหาดขาวสะอาด และอาหารเลิศรสทางใต้ เซ็นทารามอบข้อเสนอสุดพิเศษที่เซ็นทารา อันดาเทวีรีสอร์ทและสปา กระบี่ และเซ็นทรา บาย เซ็นทารา โคโคนัท บีชรีสอร์ท สมุย ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,360 บาท/คืน สำหรับที่พักในบรรยากาศสงบๆ แบบเป็นส่วนตัวท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม เซ็นทาราขอแนะนำ เซ็นทารา วิลลา ภูเก็ต เซ็นทารา วิลลา สมุย เซ็นทารา อ่าวนางบีชรีสอร์ทและสปา กระบี่ และ เซ็นทารา เกาะช้างทรอปิคานา รีสอร์ท ที่ตั้งอยู่บนหาดอันเงียบสงบและห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์ มาพร้อมตัวเลือกห้องพักทั้งแบบวิลล่าและครอบครัว เพื่อความเป็นส่วนตัวและความเงียบสงบอย่างที่คุณต้องการ ในราคาเริ่มต้นเพียง 2,240 บาท/คืน หากต้องการไปพักผ่อนกับครอบครัว ชมทะเลสวยน้ำใส พร้อมกิจกรรมแสนสนุกมากมายและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัวอย่างครบครัน เซ็นทาราแนะนำ เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา หัวหิน เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท ภูเก็ต และเซ็นทาราแกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา กระบี่ ในราคาเริ่มต้นเพียง 3,120 บาท/คืน รีสอร์ทระดับห้าดาวที่เป็นโลกของความสุขสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว เพียบพร้อมไปด้วยกิจกรรมยามว่างที่สนุกสนานต่างๆ อาทิ สวนน้ำ ศูนย์ออกกำลังกาย คิดส์คลับ และสปา ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถจองห้องพักกับเซ็นทารา ภายใต้แคมเปญ “Stronger Together” ได้อย่างไร้กังวล โดยสามารถเปลี่ยนแปลงการเข้าพักและยกเลิกการเข้าพักได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 พฤศจิกายน 2563 นอกจากนั้น เซ็นทารายังมอบความอุ่นใจและความปลอดภัยด้านสุขภาพตลอดการเข้าพักกับโปรแกรม “เซ็นทารา คอมพลีท แคร์” (Centara Complete Care) โปรแกรมด้านการบริการที่เหนือกว่าให้สอดรับกับวิถีชีวิตแบบใหม่ (new normal) ซึ่งเซ็นทาราทำงานร่วมกับอีโคแล็บ (Ecolab) บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับความสะอาดและสุขอนามัย รวมถึงได้รับการรับรองจากบริษัทเอสจีเอส (SGS) ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบคุณภาพและปลอดภัยระดับนานาชาติจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อมอบความปลอดภัยด้านสุขภาพอย่างสูงสุดให้แก่ลูกค้าของเซ็นทาราทุกคน สามารถสมัครสมาชิก CentaraThe1 ได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อรับส่วนลดสุดคุ้มนี้ได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/th/sign-up/ และสามารถจองห้องพักหรือดูข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ “Stronger Together” ได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/th/stronger-together/ หมายเหตุ ราคาที่แสดง เป็นราคาหลังหักส่วนลด 20% สมาชิก CentaraThe1 แล้ว
11-06-20 11:33:46 | เปิดอ่าน 111 ครั้ง
บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา
โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์มิราจบีชรีสอร์ท พัทยา พร้อมกลับมาเปิดให้บริการ เเละยินดีต้อนรับทุกท่านอีกครั้งในวันที่ 6 มิถุนายน 2563 นี้ ทางโรงเเรมฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ลูกค้าไว้วางใจและเลือกเข้าพักกับเราเป็นจำนวนมาก พร้อมให้โอกาสเราได้ดูแลท่านซึ่งเป็นเสมือนครอบครัวของ เซ็นทาราอีกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบใหม่ เซ็นทาราได้เปิดตัว “เซ็นทารา คอมพลีท แคร์” (Centara Complete Care) โปรแกรมด้านการบริการที่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นอย่างสูงสุดด้านสุขภาพด้วยมาตรฐานความปลอดภัย ความสะอาดและสุขอนามัย การเว้นระยะห่างอย่างรอบด้าน แต่ยังคงไว้ซึ่งความเอาใจใส่และบริการที่อบอุ่นอย่างเหนือระดับเช่นเดิม เพื่อลูกค้าและพนักงานของเซ็นทาราทุกคน️️️ ท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดต่อสุขอนามัย ไปกับ “เซ็นทารา คอมพลีท แคร์” สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.centarahotelsresorts.com/th/centara-complete-care ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมสำรองห้องพักที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์มิราจบีชรีสอร์ท พัทยา ได้ตามรายละเอียดนี้ โทร: 038-301-234 , 038-051-200 อีเมล์: [email protected] สำรองห้องพัก: https://bit.ly/2U156im ติดต่อแอดมิน: https://www.messenger.com/t/Centaragrandmirage
10-06-20 18:43:29 | เปิดอ่าน 102 ครั้ง
บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา
เปิดแล้ว โพธาลัย เวลเนส แอนด์ ลองเจวิตี้ ขอเชิญคุณสัมผัสประสบการณ์มิติใหม่ “นวดไทย แบบนิว นอร์มอล” การนวดเพื่อสุขภาพที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแบบโพธาลัย อาทิ นวดไทยเพื่อสุขภาพ, นวดแขน บ่าไหล่ คอ, นวดเอว ช่วงขาท่อนบนถึงปลายเท้า, นวดฝ่าเท้า, นวดยืดเหยียดร่างกาย และ นวดประชับผิวกาย เป็นต้น ณ โพธาลัย เลเชอร์ ปาร์ค โซนโพธาลัย กอล์ฟ ปาร์ค ชั้น2 เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับสุขภาพอนามัย เพื่อให้ทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการมีความมั่นใจ ในมาตรการด้านความสะอาดและความปลอดภัยตามข้อกำหนดของทางภาครัฐอย่างเคร่งครัด เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 20.00 น. กรุณาสำรองเวลาก่อนเข้ารับบริการ 1 วัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02 508 5111 หรือ 089 116 6844
10-06-20 17:12:24 | เปิดอ่าน 98 ครั้ง
โพธาลัย เลเชอร์ ปาร์ค
ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ขอแนะนำโปรโมชั่นสุดพิเศษซื้อ 1 แถม 1 กับเมนูอาหารประจำวันจากห้องอาหารเกาหลี คองจู และห้องอาหารอิตาเลียน เทอราซซ่าที่รับรองความอร่อยไม่แพ้ที่ไหนพร้อมจัดส่งตรงถึงบ้านให้คุณได้ลอง โดยเพิ่มเป็นเพื่อนทาง (Line: @PPrincess) โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือโทร 02-216-3700 ต่อ 20105 ตั้งแต่ 10:00 น. – 19:00 น. เพื่อสั่งอาหารที่ทำสดใหม่ ส่งร้อนถึงมือคุณด้วยบริการจัดส่งอาหารเพียง 50 บาทและฟรีค่าจัดส่งเมื่อสั่งอาหารครบ 800 บาทขึ้นไป จัดส่งในระยะ 5 กิโลเมตรจากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือคุณจะเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารชั้นนำจากแอพพลิเคชั่นบนมือถือของคุณเอง ไม่ต้องออกจากบ้านก็อิ่มอร่อยได้ทุกวัน สั่งเลย! มีเมนูถึง 5 แบบด้วยกัน พร้อมชุดครอบครับสุขสันต์อีก 2 แบบ คลาสสิกเมนูวันจันทร์ – วันศุกร์ (ซื้อ 1 แถม 1) วันจันทร์: ไก่ทอดพริกเกาหลี ราคา 360 บาทสุทธิ วันอังคาร: มิกซ์กริลล์แพลตเตอร์ ราคา 350 บาทสุทธิ วันพุธ: ผัดวุ้นเส้นเกาหลี ราคา 290 บาทสุทธิ วันพฤหัสบดี: ผัดกะเพราะเนื้อวัวออสเตรเลียพร้อมข้าวหอมมะลิและไข่ดาว ราคา 180 บาทสุทธิ วันศุกร์: ซุปโสมไก่เกาหลี ราคา 540 บาทสุทธิ ชุดครอบครับสุขสันต์ วันเสาร์ - วันอาทิตย์ ชุดครอบครัวสไตล์เกาหลี 599 บาทสุทธิ (กุ้งย่าง ไก่ย่าง หมูย่างห่อผัก แกงเต้าเจี้ยว ข้าวผัดกระเทียม เครื่องเคียง) ชุดครอบครัวสไตล์ไทย 499 บาทสุทธิ (แกงกะหรี่หมู ปลาผัดขิง ผัดผักคะน้า ไก่สะเต๊ะ ข้าวสวย) สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โทร. 02-216-3700 ต่อ 20105 เปิดบริการสั่งอาหาร เวลา 10:00 น. – 19:00 น.
10-06-20 15:43:55 | เปิดอ่าน 84 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
วิทยาลัยดุสิตธานี หนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำทางด้านอุตสาหกรรมบริการของประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาทั้งในระดับประเทศ และในระดับสากล จัดหลักสูตร “นักบริหารรายได้มืออาชีพ” ขึ้นสำหรับผู้ที่สนใจเพิ่มเติมความรู้และความสามารถทางด้านการขาย เพื่อสร้างรายได้ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น หลักสูตรนี้เป็นการเรียนรู้แบบเข้มข้น 8 วัน โดยเนื้อหาในหลักสูตรนี้จะครอบคลุมในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มยอดขาย เอาชนะคู่แข่ง และทำกำไรสูงสุดให้กับองค์กรได้อย่างเห็นผลรวดเร็วและยั่งยืน โดยผู้เรียนจะได้เรียนรู้วิธีการใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ ในการบริหารรายได้ การกำหนดราคาขาย และเลือกกลุ่มลูกค้าได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ทั้งในช่วง High Season และ Low Season โดยที่ท่านไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์หรือมีความรู้ในด้านการบริหารรายได้มาก่อน เนื้อหาหลักสูตร วันที่ 1 และ 2 ประกอบด้วย What is Revenue Management, Why is Revenue Management important, The role of Revenue Manager/Director, Calculations used for Revenue Management, RM Measurement, Focus on market share, Defining a competitive set, Defining seasonality and special events, Demand calendar and DOW. วันที่ 3 และ 4 ประกอบด้วย Understand the importance of SWOT, RM & Pricing, Rate parity. How to work with OLTAS, Distribution and e-commerce, Step guide to increase bookings on corporate channels, Overbooking practices in Revenue Management, price, and inventory control How to set up pricing for each segment. วันที่ 5 และ 6 ประกอบด้วย How to set up promotions, Average spending, Key performance indicators, Identifying opportunities to maximize revenue Booking pace and booking window , How to apply hotel business intelligence to marketing, Performance, planning and pace, Assessing corporate account performance. วันที่ 7 และ 8 ประกอบด้วย Forecast, Tips to improve your forecasting, Budgeting concepts, How to gain a higher room rate and increased room revenue, How to apply revenue management on Food & Beverage and other areas, Best practices. หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท ผู้จัดการ ผู้บริหารโรงแรม แผนกหารายได้และดูแลรายได้ของโรงแรม และผู้ที่ต้องการพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถทันยุคสมัย หรือผู้ที่ต้องการเริ่มต้นในสายงานนี้ บรรยายโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ คุณณัฐรินทร์ ธนัสกุลศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Revenue Management และอดีต Cluster Revenue Manager, Pullman Bangkok & Pullman Pattaya Hotels G ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น Cluster Director of Revenue, Sofitel Bangkok Sukhumvit & Mercure Bangkok Sukhumvit 11 โดยจะเป็นการจัดอบรมเข้มข้น 8 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 25-26 กรกฎาคม 8-9 และ 22-23 สิงหาคม และ 5-6 กันยายน 2563 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ โดยมีค่าใช้จ่ายในการอบรมท่านละ 45,700 บาทถ้วน พร้อมอาหารว่าง อาหารกลางวัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรต่าง ๆ หรือสำรองโปรแกรม กรุณาติดต่อสำนักบริการวิชาการ วิทยาลัยดุสิตธานี โทร.0-2721-8469-70 หรืออีเมล [email protected], [email protected]
10-06-20 14:16:43 | เปิดอ่าน 90 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
ห้องอาหารทีโอ มีโอ (Theo Mio – Italian Kitchen by Theo Randall) โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งพร้อมปรับมาตรการด้านสุขอนามัย มาตรฐานการบริการและความร่วมมือครั้งใหม่ภายใต้โครงการ IHG Clean Promise เพื่อสร้างความมั่นใจให้แขกทุกท่านที่มาใช้บริการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทีมเชฟของห้องอาหารทีโอ มีโอ ได้บรรจงคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพพรีเมียม เพื่อนำมาปรุงอย่างพิถีพิถันตามแบบฉบับเมนูอาหารอิตาเลียนในรูปแบบต่างๆ ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ให้ทุกท่านได้ลิ้มลองทุกวัน ทั้งมื้อกลางวัน และมื้อค่ำ หรือแม้แต่สั่งกลับบ้าน เริ่มด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยจานเด่นแบบฉบับที่พลาดไม่ได้ คือ ปลาหมึกทอดผัดในสไตล์ อิตาเลียนพร้อมถั่วลูกไก่ และผักร็อกเก็ต (Calamari in padella - Pan-fried squib, chickpeas cumin, chilli and rocket) พาสต้าโฮมเมดทำสดวันต่อวันราดด้วยซอสแก้มเนื้อวากิว (Pappardelle con guancia di manzo - Handmade pasta with slow cooked wagyu beef cheek) หรือเลือกอาหารบำรุงสมองอย่างปลาบารามันดิย่างเกลือ เสิร์ฟพร้อมสลัดผักย่าง (Barramundi alla griglia - Grilled barramundi, peppers, kale and black olives) นอกจากนี้ยังมีเมนูแนะนำที่น่าลิ้มลองอย่าง ซี่โครงแกะย่าง และโครงแกะตุ๋นที่ผ่านการตุ๋นอย่างช้าๆนานกว่า 8 ชั่วโมง เพื่อให้เครื่องปรุงที่เข้มข้นซึมลึกเข้าเนื้อได้รสชาติที่หอมละมุนนุ่มลิ้น เสิร์ฟพร้อมผักย่าง (Angnello a scottadito Lamb chops and slow cooked rib, grilled vegetables, olive and red wine) และหากคุณชื่นชอบพิซซ่า สามารถเลือกสั่งพิซซ่าหน้าต่างๆปรุงสดด้วยแป้งที่บางกรอบตามด้วยความเหนียวนุ่มหอมเครื่องเทศและชีส ปิดท้ายความอร่อยด้วยขนมหวานหลากชนิด กับเค้กช็อคโกแลตไร้แป้งพร้อมครีมส้มมาสคาโปน (Torta di Cioccolato) ทาร์ตอัลมอนด์ เสิร์ฟพร้อมสตรอเบอรี่และครีมวานิลลา (Torta di Mandorla) หรือ ไอศกรีมหลากรส (Gelato) พร้อมชา หรือกาแฟ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00 น. ถึง 21:00 น. สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสำรองที่นั่ง หรือสั่งอาหารกลับบ้าน โทร +66 (0) 2656 0444 อีเมลล์ [email protected] หรือ www.bangkok.intercontinental.com
10-06-20 09:45:47 | เปิดอ่าน 79 ครั้ง
InterContinental Bangkok
กรุงเทพฯ - 9 มิถุนายน 2563 - จากการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางที่มีสัญญาณดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และธุรกิจประจำท้องถิ่นได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมออกเดินทางสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวอีกครั้งหลังจากพักผ่อนอยู่ในบ้านมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นการขับรถจากกรุงเทพฯ ไปพักผ่อนริมหาดพัทยา หรือขับไปพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศที่หัวหิน เพื่อตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า หรือออกไปสำรวจแหล่งท่องเที่ยวในเมืองใหญ่หรือสถานที่พักตากอากาศที่อยู่ไม่ไกล ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มอบข้อเสนอให้ทุกคนได้ใช้เวลาพักผ่อนได้นานยิ่งขึ้นด้วยโปรโมชั่นจอง 2 คืน ลด 99% ในคืนที่สอง จากโรงแรม รีสอร์ท และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ในเครือออนิกซ์ฯ มากกว่า 30 แห่ง ที่ตั้งอยู่ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายใต้แบรนด์อมารี โอโซ่ และชามา รวมถึงโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ที่เข้าร่วมโปรโมชั่น นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปพักผ่อนริมหาดเขาตะเกียบที่อมารี หัวหิน ที่กลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบอีกครั้ง ราคาเริ่มต้นเพียง 3,535 บาท++ เมื่อเข้าพักสองคืน สัมผัสมนต์เสน่ห์ของหาดบางแสนที่เดอะไทด์ รีสอร์ท ในราคาสบายกระเป๋า เริ่มต้นเพียง 2,424 บาท++ เมื่อเข้าพักสองคืน หรือเติมความสุขในวันแห่งครอบครัวที่ชามา เลควิว อโศก กรุงเทพฯ ราคาเริ่มต้นเพียง 3,040 บาท++ เมื่อเข้าพักสองคืน ราคาดังกล่าวรวมอาหารเช้าสำหรับแขกผู้เข้าพัก 2 ท่าน นอกจากนี้เด็กสามารถเข้าพักและรับอาหารเช้าได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเมื่อเข้าพักที่โรงแรมในเครือที่เข้าร่วมอีกด้วย* (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงแรมแต่ละแห่งกำหนด) โปรโมชั่นพิเศษนี้เปิดให้สำรองห้องพักตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2563 เพื่อการเข้าพักตั้งแต่วันนี้จนถึง 20 ธันวาคม 2563 ผ่านทางเว็บไซต์ https://th.onyx-hospitality.com/flash-sale ผู้จองโปรโมชั่นนี้สามารถรับสิทธิ์ยกเลิกการจองโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม และสามารถรับเงินคืนเต็มจำนวน เมื่อยกเลิกการจองภายใน 72 ชั่วโมงก่อนการเข้าพัก พิเศษ!สำหรับสมาชิกออนิกซ์ รีวอร์ด รับคะแนนสะสมได้เต็มจำนวนเมื่อสำรองห้องพักภายใต้โปรโมชั่นนี้ สำหรับผู้ที่กำลังเข้าชมเว็บไซต์ สามารถหาแรงบันดาลใจในการวางแผนเดินทางพักผ่อนช่วงวันหยุด โดยชมบรรยากาศที่โรงแรมผ่านทางวิดีโอ และภาพถ่าย 360 องศา (virtual tour) ได้อีกด้วย ในด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยและสวัสดิภาพของแขกผู้เข้าพักมาเป็นอันดับแรก โรงแรมทุกแห่งในเครือออนิกซ์ฯ ได้ประกาศใช้มาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในการปฎิบัติงานฉบับปรับปรุงล่าสุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ออนิกซ์ คลีน” ที่จัดทำขึ้นร่วมกับบริษัท เอ็กโคแล็บ จำกัด แขกผู้เข้าพักจะได้สัมผัสถึงมุมมองที่แตกต่างในประสบการณ์การเข้าพัก ตั้งแต่ก้าวแรกเดินทางมาจนถึงวันที่เดินทางกลับ เมื่อเดินทางมาถึง แขกผู้เข้าพักจะได้รับการตรวจเช็คอุณหภูมิร่างกายและกรอกแบบสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพและการเดินทางก่อนการเช็คอิน ห้องพักจะได้รับการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และได้รับการตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับแขกผู้เข้าพัก แขกผู้เข้าพักทุกท่านสามารถเข้าใช้บริการส่วนต่างๆ ของโรงแรมโดยจัดให้มีการรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล นอกจากนี้โรงแรมทุกแห่งในเครือจะแต่งตั้ง ออนิกซ์ คลีน แอมบาสเดอร์ เพื่อเป็นผู้นำในการปฎิบัติงานและตรวจสอบการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐาน สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ ออนิกซ์ คลีน สามารถเข้าชมได้ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.onyx-hospitality.com/onyxclean/
09-06-20 14:25:54 | เปิดอ่าน 126 ครั้ง
ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป
โปรโมชั่นอาหารสุดพิเศษจากห้องอาหารอิตาเลียน เทอราซซ่า และห้องอาหารเกาหลี คองจู เติมความสุขให้เต็มกระเพราะด้วยเมนูรอร่อยคุ้มถึงบ้านคุณ เพิ่มเป็นเพื่อนทาง (Line: @PPrincess) โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือโทร 02-216-3700 ต่อ 20105 เพื่อสั่งอาหารที่ทำสดใหม่ ส่งร้อนถึงมือคุณด้วยบริการจัดส่งอาหารเพียง 50 บาทและฟรีค่าจัดส่งเมื่อสั่งอาหารครบ 800 บาทขึ้นไป จัดส่งในระยะ 5 กิโลเมตรจากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือคุณจะเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารชั้นนำจากแอพพลิเคชั่นบนมือถือของคุณเอง ไม่ต้องออกจากบ้านก็อิ่มอร่อย สะดวกสบายได้ หิวแล้วสั่งเลยอย่ารอช้า มาเลือกเลย! เซ็ตเมนูอาหารมีให้เลือกถึง 6 แบบด้วยกัน ห้องอาหารอิตาเลียน เทอราซซ่า 1. เซ็ตปลากะพงย่าง ซอสครีมมะเขือเทศ กับพาสต้าเพนเน่ซอสโหระพาและอัลมอนด์ พร้อมมิกซ์สลัด ราคาเพียง 180 บาทสุทธิ 2. เซ็ตลาซานญ่าผัก ขนมปังกระเทียมสไตล์อิตาเลียน และสลัดผักย่าง ราคา 150 บาทสุทธิ 3. เซ็ตที่สาม ลาซานญ่าเนื้อ ขนมปังกระเทียมสไตล์อิตาเลียน และสลัดผักย่าง ราคาเพียง 180 บาทสุทธิ *ทุกเซ็ตจะได้รับ ซุปสตูว์ผักและคุกกี้ช็อกโกแลตชิพ ห้องอาหารเกาหลี คองจู 1. เซ็ตบาร์บีคิวหมูสามชั้นย่าง ข้าวผัดกิมจิ พร้อมเครื่องเคียง กิมจิแตงกวา และถั่วดำหวาน ราคา 180 บาทสุทธิ 2. เซ็ตหมูย่างเตาถ่าน บูลโกกิ ข้าวสวย พร้อมเครื่องเคียง กิมจิ ยำถั่วงอก ถั่วดำหวาน ราคา 150 บาทสุทธิ 3. เซ็ตไก่ทอดพริก เต้าหู้ทอด ข้าวสวยคลุกน้ำมันงา พร้อมเครื่องเคียง กิมจิ ยำถั่วงอก และถั่วดำหวาน ราคา 150 บาทสุทธิ *ทุกเซ็ตจะได้รับ ซุปสาหร่ายและขนมสไตล์เกาหลี สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เวลา 10.00 น. – 19.00 น. โทร. 02-216-3700 ต่อ 20105 หรือ Line: @PPrincess
08-06-20 18:06:25 | เปิดอ่าน 81 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
เตรียมเที่ยวไทยไปกับ “ออนไลน์ ทราเวล เอ็กซ์โป 2020” (Online Travel Expo 2020) งานมหกรรมการท่องเที่ยวออนไลน์ครั้งแรกในไทย ที่จัดขึ้นโดย บริษัท เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น จำกัด (World Reward Solutions) ผู้ให้บริการแพลทฟอร์มไลฟ์สไตล์ระดับโลก ในโอกาสฉลองครบรอบ 2 ปีของบริษัท งานเอ็กซ์โปงานเดียวที่รวบรวมแพ็คเกจและโปรโมชั่นสุดคุ้มจากสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวและสุขภาพจากผู้ประกอบการชั้นนำของไทยกว่า 100 ราย รวมทั้งโรงแรมและรีสอร์ทสุดหรูที่เตรียมพร้อมด้านมาตรการความปลอดภัย สุขอนามัย และความสะอาด เพื่อต้อนรับนักเดินทางหลังโควิด-19 อย่างมั่นใจ อาทิ แมนดาริน โอเรียนเต็ล (Mandarin Oriental), สยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ (Siam Kempinski Hotel Bangkok), ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพ (The Okura Prestige Bangkok), บันยันทรี (Banyan Tree), ณ นิรันดร์ โรแมนติก บูทีค รีสอร์ท เชียงใหม่ (Na Nirand Romantic Boutique Resort), โรงแรมและรีสอร์ทในเครือดุสิต (Dusit Hotels & Resorts), โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเอสเคป (The Escape Hotels), วิลลา มหาภิรมย์ (Villa Mahabhirom), อมาธารา เวลเนส รีสอร์ท ภูเก็ต (Amatara Wellness Resort Phuket), ห้องทานข้าวสุพรรณิการ์ (Supanniga Eating Room), ธัญ เวลเนส (THANN Wellness), โซ โซฟิเทล หัวหิน (So Sofitel Hua Hin) ฯลฯ เอาใจคนรักการท่องเที่ยวให้ได้ช้อปออนไลน์จนฟินตลอด 72 ชั่วโมงแบบต่อเนื่อง กับแพ็คเกจและโปรโมชั่นลดกระหน่ำสูงสุดถึง 80% พร้อมดีลลับที่ลดแบบเทกระจาดไม่แคร์ทุนในช่วง LIVE สด ผ่านทาง Facebook @Silvervoyage.club ในวันที่ 12 และ 13 มิถุนายน 2563 เวลา 18.00-20.00 น. แถมเอาใจคนนอนดึกด้วย “Happy Owl Super Sales” ส่วนลดที่จะทำให้ตาโตจนนอนไม่หลับ Voucher ราคามหัศจรรย์ทุกชั่วโมงตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืน ตลอด 3 คืน ตบท้ายด้วยรางวัลสุดพิเศษในวันสุดท้ายของงาน มูลค่ารวมกว่าแสนบาท สำหรับ Top Spender ผู้ที่ช้อปเยอะ โอกาสก็ยิ่งเยอะ พลาดไม่ได้! 12 - 14 มิถุนายนนี้ คลิ๊กช้อปออนไลน์ได้ตั้งแต่เวลา 00.01 น. วันที่ 12 มิถุนายน ลงทะเบียนก่อน รู้โปรก่อนใครได้ที่ http://expo2020.worldrewardsolutions.com สอบถามเพิ่มเติมโทร. 02 016 9998
07-06-20 16:51:29 | เปิดอ่าน 122 ครั้ง
Thai Hospitality News
ดิ โอลิมปิค คลับ มีความยินดีที่จะแจ้งให้ทุกท่านทราบว่าเราพร้อมกลับมาให้บริการทุกท่านเหมือนเช่นเคย แต่เพิ่มมาตรการป้องกันโรคระบาดโควิด-19 ทั้งการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย การฉีดพ่นสเปรย์ บริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ การห่อหุ้มผ้าเช็ดตัวป้องกันการสัมผัส ซึ่งเป็นไปตามมาตรการของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจในความสะอาดและปลอดภัยทุกครั้งที่ใช้บริการทั้ง 3 สาขาของเรา เนื่องด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันที่ยังคงมีโรคระบาดอยู่นั้น ดิ โอลิมปิค คลับ ได้เตรียมปรับปรุงรูปแบบการให้บริการในแบบ New Normal ทั้งนี้ดิ โอลิมปิค คลับ ขอความร่วมมือและเข้าใจในการเข้าใช้บริการบริเวณฟิตเนสไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อท่าน สระว่ายน้ำ 30 นาที เพื่อลดความหนาแน่นของผู้เข้าใช้บริการต่อรอบและต่อวัน อาทิเช่น • ดิ โอลิมปิค คลับ สาขาปทุมวัน ปริ๊นเซส บริเวณฟิตเนสให้บริการได้ 144 ท่านต่อรอบ และสระว่ายน้ำ 6 ท่านต่อรอบ • ดิ โอลิมปิค คลับ สาขาพาราไดซ์ พาร์ค บริเวณฟิตเนสให้บริการได้ 63 ท่านต่อรอบ และสระว่ายน้ำ 3 ท่านต่อรอบ • ดิ โอลิมปิค คลับ สาขา บางกอก กอล์ฟ คลับ บริเวณฟิตเนสให้บริการได้ 40 ท่านต่อรอบ และสระว่ายน้ำ 4 ท่านต่อรอบ เพื่อความสะดวกของทุกท่านกรุณาโทรแจ้งระบุวันและเวลาที่ต้องการเข้าใช้บริการในแต่ละสาขา และเมื่อลูกค้าเข้ามาใช้บริการจะต้องเช็คอิน/เช็คเอ้าท์ ผ่านเว็บไซต์ไทยชนะทุกครั้ง เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของทุกคน นอกจากนี้ดิ โอลิมปิค คลับ ยินดีที่จะชดเชยจำนวนอายุสมาชิกตามจํานวนวันที่มีการปิดให้บริการและเพื่อเป็นการเพิ่มเติมความสุขให้แก่สมาชิกทุกท่าน ทางดิ โอลิมปิค คลับมีความยินดีที่จะเพิ่มระยะเวลาของสมาชิกเป็นระยะเวลาอีก 1 เดือน โดยท่านสมาชิกสามารถเลือกวันกลับมาเริ่มใช้บริการอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ถึง 31 กรกฎาคม 2563 สำรองเวลาเข้าใช้บริการหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ดิ โอลิมปิค คลับ สาขา ปทุมวัน ปริ๊นเซส โทร. 02 216 3700 ต่อ 20805 ดิ โอลิมปิค คลับ สาขาพาราไดซ์ พาร์ค โทร. 02 780 2281 ดิ โอลิมปิค คลับ สาขา บางกอก กอล์ฟ คลับ โทร. 02 147 5858
05-06-20 16:45:03 | เปิดอ่าน 87 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
การดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป หรือ GM โรงแรมไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในยุคนี้ที่มีการแข่งขันสูง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกพนักงานที่มีคุณภาพที่มีความหลากหลายและแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การรับมือกับความกดดัน ซึ่งคุณจำเป็นต้องมีความพร้อมที่สุดและเตรียมตัวให้ดีที่สุด หากคุณกำลังทำตำแหน่งนี้อยู่ หรือตั้งเป้าไว้ในอนาคตว่าจะไปถึงจุดนั้น ควรต้องเข้าใจในหลักการและเนื้องานให้ถ่องแท้ และฝึกความเป็นผู้นำที่มีความสามารถในการสื่อสาร บริหารจัดการ และสามารถเอาชนะใจพนักงานทุกคนได้ วิทยาลัยดุสิตธานี หนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำทางด้านการโรงแรมและการประกอบอาหารของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งในระดับชาติและในระดับสากล มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้จึงได้จัดให้มีหลักสูตรการเรียนออนไลน์ด้าน "การเป็นจีเอ็ม (GM) โรงแรม" โดยเนื้อหาของหลักสูตรมุ่งพัฒนาและเพิ่มศักยภาพให้กับผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งประกอบไปด้วย การทำความเข้าใจกับความท้าทายต่าง ๆ ที่โรงแรมกำลังเผชิญอยู่ ในปัจจุบัน แนวทางการบริหารในรูปแบบใหม่ การรับข้อมูลเชิงลึกเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจโรงแรม เคล็ดลับและกลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการโดยรวม การจัดการและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การบริการลูกค้าในด้านต่าง ๆ ให้ได้รับความประทับใจสูงสุด การขยายความรู้ในด้านการตลาดเชิงกลยุทธ์และความเป็นผู้นำด้านมูลค่า แบรนด์และการบริหารจัดการในด้านการเงินทั้งช่วง High และ Low Season วิธีการมองหาโอกาสและความต้องการของตลาด การสังเกตแนวโน้มคู่แข่ง และการตอบสนองให้รวดเร็วทันท่วงที เคล็ดลับการชนะใจเจ้าของโรงแรม ผู้แทนเจ้าของ และผู้บริหารระดับสูง การสร้างเครือข่ายและแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในกลุ่มผู้เข้าสัมมนา หลักสูตรออนไลน์ "การเป็นจีเอ็ม (GM) โรงแรม" นี้เหมาะสำหรับเจ้าของโรงแรมที่ต้องการบริหารกิจการด้วยตัวเอง ผู้บริหารโรงแรมระดับสูง ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป(GM) หรือ ผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการทั่วไป(GM) โดยหลักสูตรนี้จะทำให้คุณเข้าใจกลยุทธ์ต่าง ๆ และสามารถนำไปใช้ในการเป็น GM ที่ดีได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ การสร้างรายได้ การเป็นผู้นำ การสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงาน การบริการลูกค้า รวมถึงเทคนิคในการทำงาน ร่วมกับเจ้าของโรงแรม และผู้บริหารของเชนโรงแรมสากลด้วย ด้วยประสบการณ์และความชำนาญงานของวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ คุณชิน พิทักษ์ นรเทพกิตติ ผู้จัดการทั่วไปของ Anantara Angkor Resort; Former-GM Sofitel & MGallery Luang Prabang ผู้ประสบความสำเร็จทั้งทางด้านการบริหารจัดการธุรกิจรายได้ของโรงแรม การบริหารพนักงานต่างชาติ และต่างวัฒนธรรม การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพทั้งกับเจ้าของโรงแรม และผู้บริหารระดับสูงของเครือโรงแรมที่เป็นที่รู้จักระดับโลก โดยการจัดฝึกอบรมนี้เป็นหลักสูตร 2 วัน ซึ่งมีขึ้นในวันที่ 13 - 14 มิถุนายน 2563 ตั้งแต่เวลา 09.30 - 16.30 น. โดยมีค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมเพียงท่านละ 6,900 บาทเท่านั้น www.dtc.ac.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโปรแกรม กรุณาติดต่อสำนักบริการวิชาการ วิทยาลัยดุสิตธานี โทร. 0-2721-8469-70 หรืออีเมล [email protected], [email protected]
05-06-20 09:42:23 | เปิดอ่าน 103 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
Experience a private gateway surrounded by 1.2 acres of tropical gardens thanks to a voucher sale with up to 50% off and the flexibility to book stays until the end of 2020 Bangkok, Thailand – Mövenpick BDMS Wellness Resort, a health-focused retreat in downtown Bangkok, is inviting Thai residents to buy their preferred voucher packages now at discounted rates from THB 3,900 and to enjoy their stay in privacy later. With lockdown restrictions gradually easing in Thailand, those dreaming for a break may not need to wait much longer. Mövenpick BDMS Wellness Resort is ready to welcome guests back from 1st September 2020. In collaboration with Accor, Thailand’s largest hospitality management company, the resort is offering voucher packages of up to 50% off until 8th June 2020 and with the flexibility to book stays until 23rd December 2020. Mövenpick BDMS Wellness Resort is the only urban retreat in Bangkok. Nestled in the heart of Sukhumvit district. It is a classically elegant low-rise hotel, surrounded by 1.2 acres of private lush tropical gardens and century-old trees. Its large free-shaped pool and its wide public spaces also provide a soothing and secluded setting so Thai residents can enjoy total privacy, relax and reconnect. With its holistic wellness concept, including healthy food options and state-of-the-art fitness facilities, Mövenpick BDMS Wellness Resort is also actively helping all its guests to stay fit and healthy. To unwind in an affordable way, guests can choose from three exclusive packages with plenty of added value: • Deluxe room | 2-night stay – THB 3,900 net: one free night for one paid night, healthy lifestyle breakfast for two people, all minibar soft drinks (first consumption), and complimentary daily Mövenpick Chocolate Hour at 5 pm. • Deluxe Bangkok Getaway | 1 Night – THB 4,200 net: healthy lifestyle breakfast for two people, F&B credit of THB 500 per day (inclusive of room service), daily BTS pass for 2 guests, all minibar soft drinks (first consumption), and complimentary daily Mövenpick Chocolate Hour at 5 pm. Valid for stays starting from one night. • Wellness Suite Package | 1 Night – THB 4,900 net: healthy lifestyle breakfast for two people, F&B credit of THB 1,000 per day (inclusive room service), daily BTS pass for 2 guests, all minibar soft drink (first consumption), and complimentary daily Mövenpick Chocolate Hour at 5 pm. Valid for stays starting from one night. All rooms have a balcony and feature wellness equipment such as sleep therapy speakers and yoga mats. To book these packages until 8th June 2020, please visit this dedicated page.
02-06-20 11:13:19 | เปิดอ่าน 151 ครั้ง
deliveringasia
เปิดเมนูใหม่กับอาหารกล่องเดลิเวอรี่จากห้องอาหารอิตาเลียน เทอราซซ่า ด้วยเมนูสุดคลาสสิกทำจากวัตถุดิบชั้นยอด เพื่อให้ทุกท่านได้ลิ้มลองอาหารแสนอร่อยต้นตำรับจากอีตาลีในราคาสุดคุ้มกับพาสต้า จานละ 140 บาทสุทธิ พิซซ่า จานละ 160 บาทสุทธิ และเมนูพิเศษจากเชฟจีออดาโน จานละ 180 บาทสุทธิ เพียงเพิ่มเพื่อน @PPrincess ทางไลน์ หรือโทรสั่งผ่าน 02-216-3700 ต่อ 20105 ด้วยค่าบริการจัดส่งเพียง 50 บาทในระยะ 5 กม.จากโรงแรม และฟรีค่าจัดส่งเมื่อสั่งซื้อตั้งแต่ 800 บาทขึ้นไปหรือจะใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือเพื่อส่งอาหารก็ได้เช่นกัน เมนูทั้งหมดมีดังนี้ พาสต้า: เส้นพาสต้าที่สามารถเลือกได้ มี สปาเกตตี เพนเน่ และ ฟูซิลี o พาสต้าซอสครีมและเบคอน o พาสต้าซอสอาราเบียต้า o พาสต้าซอสโบโลเนสหมูหรือเนื้อ o พาสต้าผัดกระเทียม น้ำมันมะกอก พริก แอนโชวี่ o พาสต้าซอสมะเขือเทศอามาทริชาน่าพานเชตต้า พิซซ่า o ซาลามี o ชีส 4 แบบและมะเขือเทศ o กุ้งและซูกินี o เมก้ามีท o พริก สับปะรด และแฮม เมนูพิเศษโดยเชฟจิออดาโน o ไก่ย่างครึ่งตัว พร้อมมันฝรั่งทอด มิกซ์สลัด และซอสเกรวี่ สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โทร. 02-216-3700 ต่อ 20105 Line: @PPrincess เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 10:00 น. – 19:00 น.
01-06-20 17:24:19 | เปิดอ่าน 97 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
วิทยาลัยดุสิตธานี หนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำทางด้านการโรงแรมและการประกอบอาหารของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพทั้งในระดับประเทศและในระดับสากล นำโดย ดร.อรรถเวทย์ พฤกษ์สถาพร รักษาการอธิการบดี และ ดร.นิรมล จินดานุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ดุสิต อินเตอร์เนชั่นเนล พร้อมด้วยบุคลากร นักศึกษา ร่วมพิธีคล้ายวันสถาปนาวิทยาลัยดุสิตธานีเนื่องในโอกาส “ครบรอบ 27 ปี อย่างมีคุณภาพ” เพื่อฉลองร่วมกัน โดยในพิธีมีการทำบุญทางศาสนา ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง และเปิดตู้ปันสุข ในปีนี้วิทยาลัยได้ถือโอกาสพิเศษ “เปิดตู้ปันสุข เพื่อสร้างรอยยิ้ม” ฉลองครบรอบ 27 ปี ด้วยความร่วมมือของพนักงานในองค์กรโดยสามารถนำอาหาร หรือของใช้จำเป็น มาบริจาคใส่ไว้ในตู้เพื่อแบ่งปันให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ถือเป็นวิถีชีวิตในยุคโควิด-19 ที่มาพร้อมกับ “ความปกติรูปแบบใหม่” หรือ “New Normal” ในรูปแบบตู้กับข้าวนอกครัว พร้อมข้อความ “หยิบแต่พอดี ถ้าท่านมีใส่ตู้ แบ่งปันกัน” ซึ่งตู้ปันสุขนี้ถูกจัดไว้บริเวณด้านหน้าอาคาร 1 ของวิทยาลัยเพื่อให้บุคคลทั่วไปในระแวกใกล้เคียง และบุคลากรสามารถมารับหรือเติมใส่ได้อย่างสะดวก ถือเป็นการสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือและผู้ที่ต้องการแบ่งปัน โดยยังสะท้อนให้เห็นถึงความเอื้ออาทรที่มีในสังคมไทยมาโดยตลอด วิทยาลัยดุสิตธานี ก่อตั้งด้วยปณิธานอันแรงกล้าและวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย อดีตประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) และวุฒิสมาชิกที่จะสร้างบุคลากรด้านการโรงแรมที่มีความสามารถโดยเฉพาะ ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศโดยรวม จากความมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ และการจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ โรงเรียนการโรงแรมดุสิตธานี จึงได้รับการอนุมัติและรับรองหลักสูตรจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้น) ให้มีฐานะเป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาในนาม “วิทยาลัยดุสิตธานี” หรือ Dusit Thani College เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2539 กว่า 2 ทศวรรษที่วิทยาลัยดุสิตธานีได้เปิดดำเนินการเรียนการสอนและผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถทั้งด้านทักษะวิชาชีพ พร้อมไปด้วยคุณธรรมจริยธรรม จนเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านการโรงแรมและการประกอบอาหาร ที่สร้างสรรค์บุคลากรที่มีคุณภาพให้กับสถานประกอบการ ด้วยรากฐานที่มั่นคงจากโรงแรมและรีสอร์ทในเครือดุสิตธานี ซึ่งปัจจุบันเปิดสอนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ทั้งหลักสูตรภาษาไทยและหลักสูตรนานาชาติ (International Programs) พร้อมด้วยหลักสูตรระยะสั้นครบวงจร www.dtc.ac.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสำนักประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02 361 7811 - 3 อีเมล [email protected]
01-06-20 17:00:12 | เปิดอ่าน 117 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
BANGKOK, THAILAND – With lockdown restrictions gradually easing in Thailand, those dreaming for a break may not need to wait much longer. The country’s largest hospitality company, Accor, is preparing to welcome guests back to a selection of 68 hotels and resorts in Thailand by launching a voucher sale offering packages of up to 50% off with the flexibility to book stays until December 2020. From urban staycations in Bangkok, family getaways to Hua Hin or Pattaya, beach escapes to Phuket, luxury getaways to Krabi or serene retreats in Chiang Mai, Accor offers an affordable way to unwind across multiple destinations. The voucher sale is taking place until 8th June and offers guests full flexibility to book their stays until the end of 2020. Packages start at only THB 589 nett from selected ibis hotels, and also include premium and luxury offerings across selected Sofitel, SO/, MGallery, Pullman, Mövenpick, Swissôtel, Grand Mercure, Mercure and Novotel hotels and resorts in Thailand. Explore Hotel Muse Bangkok Langsuan - MGallery, a boutique hotel reflecting the golden age of Thai travel from the 20s, with the Jatu Deluxe Memorable Moment package, starting from THB 3,900 nett, for one night stay including a daily breakfast for two, a dinner for two at Medici and late checkout. Not far away from Bangkok, the newly opened Novotel Sriracha & Koh Si Chang Marina Bay is now offering the Discover Sriracha Package starting from THB 2,999 nett with a Superior room night stay inclusive of daily breakfast and a set dinner for two. The playful and stylish SO/ Sofitel Hua Hin, an all-time favourite family resort, is offering a two night SO/ family room weekend package starting from THB 13,150 nett, including daily breakfast, kids activities and a two course set lunch for two. For the next beach escape, look no further than Pullman Phuket Arcadia Nation Beach. With its all-inclusive Phuket Beach Escape, starting from only THB 15,000 nett, enjoy a 3-night stay with daily breakfast for two, airport pick up, daily lunch, nightly dinner, two 30-minute spa massages and more. Over 200 vouchers are now available for purchase from now until 8th June at https://accor.megatix.in.th/. Stay dates are flexible for redemption until 23rd December 2020*. To take advantage of the best deals, join ALL - Accor's lifestyle loyalty programme – to earn reward points and exclusive benefits. Membership is free of charge – visit all.accor.com. Accor Plus Members will enjoy an additional 10% off package prices. *Terms and conditions apply
28-05-20 19:19:46 | เปิดอ่าน 135 ครั้ง
Deliveringasia
กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ (C9 Hotelworks) ร่วมกับ เดลิเวอร์ริ่ง เอเชีย คอมมิวนิเคชั่นส์ (Delivering Asia Communications) สองผู้นำด้านธุรกิจการบริการในเอเชีย เผยผลสำรวจชิ้นใหม่ เจาะลึกจุดหมายปลายทางในดวงใจของชาวกรุงเทพฯ ต่อการท่องเที่ยวระยะใกล้ด้วยการขับรถหลังโควิด-19 พบ “หัวหิน-พัทยา-เขาใหญ่” ได้รับความนิยมสูงสุด แนะผู้ประกอบสร้างความมั่นใจด้านสุขอนามัยตามมาตรฐาน SHA พร้อมย้ำรัฐให้ความชัดเจนทิศทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยวร่วมกัน การสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ด้วยการขับรถ (Road Trip) ระยะทางไม่เกิน 6 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ของกลุ่มเป้าหมายชาวกรุงเทพมหานคร ในเดือนพฤษภาคม 2563 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามชาวกรุงเทพฯ มีความต้องการที่จะไปเที่ยวผ่อนคลายระยะสั้นและใกล้เพื่อผ่อนคลายความเครียด โดยรูปแบบการท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือพักในโรงแรมหรือรีสอร์ท 3 วัน 2 คืนในจังหวัดใกล้ ๆ รวมถึงโรงแรมในกรุงเทพฯ จุดหมายปลายทาง 8 อันดับแรกที่ชาวกรุงเทพฯ อยากขับรถไปท่องเที่ยว ได้แก่ นครราชสีมา กาญจนบุรี ชลบุรี เพชรบุรี ระยอง พระนครศรีอยุธยา ประจวบคีรีขันธ์ และสระบุรี สำหรับตัวเลือกสถานที่ท่องเที่ยว 3 อันดับแรกคือ หัวหิน พัทยา และเขาใหญ่ ยังมี “เกาะช้าง” ซึ่งเป็นตัวเลือกที่มาแรงและได้รับความสนใจอย่างมาก ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามหลายคนอยากขับรถต่อไปเที่ยว “เชียงใหม่-น่าน-ภูเก็ต” ในช่วงที่มีการจำกัดการเดินทางโดยเครื่องบิน การท่องเที่ยวภายในประเทศของประเทศไทยกำลังก่อตัวขึ้นสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ ในขณะที่การท่องเที่ยวระหว่างประเทศยังอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมและขึ้นอยู่กับข้อตกลงทวิภาคีข้ามพรมแดน ทั้งภาครัฐและเอกชนจึงมีการระดมนักเดินทางภายในประเทศในช่วงนี้ ด้วยมาตรการด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และเศรษฐกิจ ได้แก่ การรับรองอย่างเป็นทางการสำหรับโรงแรมและสถานประกอบการการท่องเที่ยว ภายใต้แนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสำหรับผู้ประกอบการ หรือ Safety and Health Administration (SHA) และการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลเพื่อสนับสนุนการเดินทางภายในประเทศ ซึ่งคาดว่า จะเห็นคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวมากขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ ภายใต้ข้อกำหนดของฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) บิล บาร์เน็ตต์ กรรมการผู้จัดการซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส กล่าวว่า “ผลการสำรวจแสดงถึงความรู้สึกหลายแง่มุมต่อการขับรถเพื่อท่องเที่ยวหรือเดินทางออกนอกเมืองไปยังจุดหมายปลายทางระหว่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนดเรื่องการกักตัว ข้อมูลและความไม่แน่นอนในปัจจุบันในเรื่องการเดินทางข้ามจังหวัด เราคาดหวังว่า รัฐบาลจะมีทิศทางการฟื้นฟูการท่องเที่ยวของปี 2563 ที่เหลือที่ชัดเจนมากขึ้น” ทั้งนี้ จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา (2562) มีนักท่องเที่ยวไทยกว่า 59 ล้านคน เลือกท่องเที่ยวภายในประเทศ มากกว่าเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศที่มีจำนวน 39 ล้านคน รับชม VDO การสำรวจการเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ของคนกรุงเทพฯ ได้ที่นี่: https://youtu.be/ZqDt2XyQbgs
28-05-20 16:19:59 | เปิดอ่าน 134 ครั้ง
Deliveringasia
ถ้าคุณฝันอยากมีธุรกิจร้านอาหาร ฝันอยากเป็นเชฟ อยากทำงานครัวในต่างประเทศ ที่วิทยาลัยดุสิตธานี เรามีหลักสูตรที่ตอบโจทย์กับความต้องการของคุณได้ หลักสูตรคุณภาพที่วิทยาลัยดุสิตธานี (Dusit Thani College) ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้เนื้อหาเข้มข้นกว่าเดิม เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เข้าเรียนสามารถทำงานด้านการประกอบอาหารได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรือสำราญ โรงแรม ร้านอาหาร และภัตตาคารชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ เพื่อเพิ่มรายได้และโอกาสก้าวหน้าที่ดีกว่า พร้อมทั้งฝึกสอนโดยอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละสาขาวิชา ด้วยการอบรมภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติอย่างละเอียด วิทยาลัยดุสิตธานี หนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำทางด้านอุตสาหกรรมบริการของประเทศไทย ได้รับการรับรองมาตรฐานและการประเมินคุณภาพการศึกษาทั้งในประเทศและในระดับสากล จัดหลักสูตร “การประกอบอาหารตะวันตก-อาหารไทย” ขึ้นมา เพื่อเปิดโอกาสสำหรับบุคคลทั่วไปได้เข้ามาเรียนรู้เพิ่มเติมทางด้านการประกอบอาหาร โดยเนื้อหาหลักสูตรประกอบไปด้วย หลักการประกอบอาหารตะวันตกและอาหารไทย ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหาร การแกะสลักผัก และผลไม้ การสุขาภิบาล และความปลอดภัยในการทำงาน การวางแผนจัดรายการอาหาร และการควบคุมต้นทุน การฝึกปฏิบัติการประกอบอาหารเมนูเด่นกว่า 60 รายการ การฝึกปฏิบัติ 3 เดือนในโรงแรมระดับมาตรฐาน หลักสูตรฝึกอบรม “การประกอบอาหารตะวันตก-อาหารไทย” นี้ เป็นหลักสูตรการเรียนรู้ 5 เดือนแบบเข้มข้น โดยการจัดการเรียน 2 เดือนที่วิทยาลัยดุสิตธานี ซึ่งเป็นการเรียนรู้ทั้งในภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ต่อด้วยการฝึกงานภาคสนามจริง ลงมือทำจริงหน้างานต่อ 3 เดือน โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องมีคุณสมบัติที่ผ่านเกณฑ์ คือมีอายุระหว่าง 20-35 ปี วุฒิการศึกษาในระดับ ม.6 เป็นอย่างต่ำและเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.00 ขึ้นไป ได้รับและผ่านการตรวจร่างกายโดยใช้แบบฟอร์มของวิทยาลัย มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง กำหนดการฝึกอบรมโดยการปฐมนิเทศ ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 โดยมีรูปแบบการอบรม 2 ลักษณะ ดังต่อไปนี้ อบรมรูปแบบที่ 1 ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม 2563-24 มกราคม 2564 อบรมภาคทฤษฎี และฝึกการประกอบอาหาร 2 เดือน 5 วันต่อสัปดาห์ เวลา 09.00-16.00 น. ที่วิทยาลัยดุสิตธานี และฝึกปฏิบัติงาน 3 เดือนในโรงแรมระดับมาตรฐาน 6 วันต่อสัปดาห์ วันละ 8-9 ชั่วโมง ค่าธรรมเนียมในการศึกษาท่านล่ะ 59,900 บาท อบรมรูปแบบที่ 2 ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม 2563 – 11 ตุลาคม 2563 อบรมภาคทฤษฎี และฝึกการประกอบอาหาร 2 เดือนที่วิทยาลัยดุสิตธานี 5 วันต่อสัปดาห์ เวลา 09.00-16.00 น. ค่าธรรมเนียมในการศึกษาท่านล่ะ 56,900 บาท www.dtc.ac.th หมายเหตุ: ราคานี้รวมวัตถุดิบ ชุดอุปกรณ์ครัว ชุดเชฟ เอกสารประกอบการสอน และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโปรแกรมที่ กรุณาติดต่อสำนักบริการวิชาการ วิทยาลัยดุสิตธานี โทร. 0-2721-8469-70 หรืออีเมล [email protected], [email protected]
28-05-20 15:00:31 | เปิดอ่าน 95 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
Centara Unveils “Centara Complete Care” Programme as it Introduces Rigorous Standards in Health and Safety Pioneering Thai hospitality firm re-opens hotels and resorts with Centara Complete Care hygiene and social distancing programme to address the new normal of hotel stays post Covid-19 Centara Hotels & Resorts, Thailand’s leading hotel operator, is ramping up its efforts to open its hotels, one step at a time, with the launch of Centara Complete Care. The programme is aimed at instilling confidence among guests at all hotels and resorts in Thailand and internationally as travel restrictions are gradually lifted and markets prepare to travel again post Covid-19. Central to its efforts are international accreditations and endorsements that ensure the quality and rationale behind its new measures – with its cleanliness reassurance programme managed by Ecolab, a global leader in water and hygiene technologies, which will utilise cutting edge Aqueous Ozone or electrolite water spray (electro–static) sanitisation techniques. The process and operations are being overseen in partnership with Swiss international firm SGS, the world’s leading inspection, verification, testing and certification company. In addition, Centara has created new dedicated Hygiene Manager positions across the group, appointed to monitor, record and implement all changes. Moreover, the new initiatives by the hotel group, known for its family focus which is one of the most sensitive returning sectors of the market, have followed strict guidelines issued by leading global and local authorities the World Health Organisation, the World Travel and Tourism Council, the Ministry of Health in Thailand and all respective local authorities in the markets in which it operates hotels. “We have studied and reviewed in great detail and we are in no doubt that we are adhering to the absolute highest international standards of cleanliness, hygiene and safety for our guests,” said Mr. Thirayuth Chirathivat, CEO, Centara Hotels & Resorts. “We have partnered with two of the leading, globally recognised hygiene and safety organisations to ensure that our guests can be confident we are implementing the most rigorous health and safety standards across the group and that our hotels and resorts are the safest place to be.” Centara Complete Care is a 12-point action plan covering Social Distancing, Health, Hygiene, and Enhanced Sanitisation across the entire guest journey, as well as extensive Training and Accreditation & Monitoring. Among the rigorous changes is the elimination of self-service buffets at its restaurants, with live stations screened off from guest touch access, social distancing of 1.5 metres between tables, chairs, fitness equipment, function space and sun loungers, which are sanitised in-between guest usage, and increased frequency in sanitisation of all public areas such as lifts and kids’ clubs. There will be no in-room delivery of luggage or meals with all items instead left at the guest room door. Spa and wellness facilities will allow single treatments only with no use of steam, saunas or Hammams for the time being. All treatment rooms will be sanitised in between guest usage. Sanitising gel and disposable face masks are to be placed in guest rooms Other key changes include free health check-ups from on-site medical staff, a dedicated system of contactless measures for check in and payment, as well as upgrading of teleconferencing capabilities for the meeting sector as businesses get back to work. Staff, who have undergone special training, will wear accredited face masks at all times, temperature readings and hand sanitisation will be mandatory for all guests and employees. Centara Complete Care is the second phase of the CentaraCares programme which started during the height of Covid-19 by honouring the “heroes” in the health service and all frontline workers in potential direct contact with the virus, and by releasing its cause-related initiative Help The Heroes, in which the group makes donations to charities fighting the pandemic every time a voucher is purchased. For more information on the Centara Complete Care, please visit here for full details: https://www.centarahotelsresorts.com/centara-complete-care/
28-05-20 14:05:33 | เปิดอ่าน 152 ครั้ง
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา
เซ็นทารา เปิดตัว “เซ็นทารา คอมพลีท แคร์” ตอบรับวิถีชีวิตใหม่ เน้นท่องเที่ยวปลอดภัย แคร์คุณเหมือนครอบครัว เตรียมเปิดโรงแรม ด้วยมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่อสุขภาพ ครอบคลุมทุกบริการและการเว้นระยะห่างให้สอดคล้องวิถีแบบใหม่ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย เตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่เซ็นทาราอีกครั้ง เปิดตัวโปรแกรม “เซ็นทารา คอมพลีท แคร์” (Centara Complete Care) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานการบริการให้มีสุขอนามัยและความปลอดภัยต่อสุขภาพอย่างรอบด้านอันสอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบใหม่ ความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสิ่งที่เซ็นทาราให้ความสำคัญสูงสุดมาโดยตลอด เซ็นทาราจึงได้เปิดตัว เซ็นทารา คอมพลีท แคร์ โปรแกรมด้านการบริการที่เหนือกว่าให้สอดรับกับวิถีชีวิตแบบใหม่ ซึ่งเซ็นทาราทำงานร่วมกับอีโคแล็บ (Ecolab) บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยีความสะอาดและสุขอนามัย เพื่อนำนวัตกรรมอันทันสมัยต่างๆ มาใช้ในโรงแรมเรียกความเชื่อมั่น อาทิ ระบบหมุนเวียนโอโซนในอากาศ และสเปรย์ไอพ่นฆ่าเชื้อในอากาศ เป็นต้น ขั้นตอนมาตรฐานการบริการและหลักปฏิบัติต่างๆ ของเซ็นทารา คอมพลีท แคร์ ยังได้รับการรับรองจากบริษัทเอสจีเอส (SGS) ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบคุณภาพและปลอดภัยระดับนานาชาติจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทุกแห่งยังมีผู้จัดการด้านสุขอนามัย เพื่อทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัย กำกับ และปรับปรุงการดำเนินงานในโรงแรมทุกแห่งในเครือให้ถูกต้องตามหลักปฏิบัติตามมาตรฐานระดับนานาชาติ เซ็นทารา คอมพลีท แคร์ ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านสุขภาพให้แก่ลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพอนามัยเพื่อทุกคนในครอบครัวสูงสุด อีกทั้งโปรแกรมนี้ยังสอดคล้องตามแนวทางปฏิบัติด้านสุขภาพขององค์การอนามัยโลก (WHO) สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) กระทรวงสาธารณสุขในไทย รวมถึงหน่วยงานด้านสาธารณสุขในแต่ละประเทศที่เซ็นทาราดำเนินธุรกิจอยู่ “เราได้ศึกษาและทบทวนโปรแกรมเซ็นทารา คอมพลีท แคร์ อย่างละเอียดรอบคอบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง ผสานเข้ากับหลักปฏิบัติด้านสุขอนามัยระดับนานาชาตินำมาปฏิบัติใช้ในบริการของเรา เพื่อมอบความอุ่นใจและมั่นใจให้กับลูกค้าที่คิดถึงการเดินทางท่องเที่ยว อีกทั้งเพื่อปกป้องพนักงานของเราด้วยเช่นกัน” ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าว “เราได้วางกรอบแผนการดำเนินงานร่วมกับสองบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยีความสะอาดและสุขอนามัย เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนผ่านมาตรฐานสูงสุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เซ็นทาราเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและน่าประทับใจสำหรับทุกคน” โปรแกรม เซ็นทารา คอมพลีท แคร์ ประกอบไปด้วยหลักปฏิบัติ 12 ข้อ ครอบคลุมทั้งการเว้นระยะห่าง สุขภาพ สุขอนามัย และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อ รวมไปถึงการประเมินผล ตรวจสอบ และฝึกอบรมพนักงานอย่างสม่ำเสมอ การเปลี่ยนแปลงหลัก ได้แก่ การยกเลิกบริการอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ที่เดิมลูกค้าสามารถตักอาหารได้ด้วยตนเอง รวมถึงการโชว์ปรุงอาหารแบบสด จะจัดให้มีฉากกั้นระหว่างเชฟและลูกค้า การจัดให้โต๊ะและเก้าอี้ในห้องอาหารและเครื่องเล่นในห้องออกกำลังกายให้อยู่ห่างกันอย่างน้อย 1.5 เมตร ซึ่งอุปกรณ์กีฬา พื้นที่ส่วนกลาง จะถูกทำความสะอาดทุกครั้งหลังการใช้งาน นอกจากนี้ เซ็นทาราได้เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อในพื้นที่สาธารณะต่างๆ เช่น ลิฟท์โดยสาร และคิดส์ คลับ อีกทั้งการเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสมกับลูกค้า ด้วยบริการส่งอาหารและส่งกระเป๋าเดินทางของลูกค้า ถึงแค่บริเวณหน้าประตูห้องพักเท่านั้น ในส่วนของสปาและสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงสุขภาพจะจำกัดให้มีจำนวนลูกค้าใช้งานเพียง 1 ท่าน ต่อ 1 ครั้ง ต่อการอบไอน้ำ ซาวน่า และการใช้ห้องอาบอบไอน้ำ นวดตัว หรือ ฮัมมัม (Hammam) ซึ่งห้องทรีตเม้นท์และอุปกรณ์ทุกชิ้นจะได้รับการทำความสะอาดฆ่าเชื้อหลังการใช้บริการของลูกค้าทุกครั้ง ทั้งนี้ เซ็นทารายังได้จัดเตรียมเซ็ตอนามัยที่ประกอบไปด้วยเจลล้างมือและหน้ากากอนามัยแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งไว้ให้แก่ลูกค้าภายในห้องพักทุกห้องด้วย แนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยและสุขภาพที่เพิ่มเติม ได้แก่ การให้บริการตรวจสุขภาพฟรีจากทีมแพทย์ประจำโรงแรม การเพิ่มทางเลือกด้านการให้บริการเช็คอินและการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีด้านการประชุมผ่านแอพพลิเคชั่น เพื่อรองรับการประชุมและงานสัมมนาเมื่อธุรกิจต่างๆ กลับมาดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ พนักงานเซ็นทารายังได้รับการอบรมเรื่องสุขอนามัยและการทำความสะอาดอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยพนักงานทุกคนจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ได้รับการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเริ่มงาน ข้อบังคับให้ล้างมือและใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เซ็นทารา คอมพลีท แคร์ นับเป็นโปรแกรมที่ต่อเนื่องจากโปรแกรมเซ็นทารา แคร์ ซึ่งได้ริเริ่มขึ้นในช่วงต้นของการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย เพื่อเป็นการขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกคนที่เสียสละทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยรักษาผู้ป่วยและหยุดการแพร่ระบาดของโรคนี้ โดย เซ็นทาราได้จัดตั้งโครงการ “Help the Heroes” เพื่อร่วมสมทบเงินบริจาคเข้ากองทุนต่างๆ เพื่อการต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 จากยอดการซื้อบัตรเงินสดของลูกค้าทุกท่านในแต่ละครั้ง สามารถดูข้อมูลโปรแกรม เซ็นทารา คอมพลีท แคร์ เพิ่มเติม ได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/th/centara-complete-care/ ---- เกี่ยวกับเซ็นทารา โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย มีโรงแรมและรีสอร์ทภายใต้การบริหารของ แบรนด์ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญรวมทั้งสิ้น 77 แห่งทั่วโลก ได้แก่ ไทย มัลดีฟส์ ศรีลังกา เวียดนาม ลาว เมียนมา จีน ญี่ปุ่น โอมาน กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งใช้ชื่อ 7 แบรนด์ ประกอบด้วย Centara Reserve • Centara Grand Hotels & Resorts • Centara Hotels & Resorts • Centara Boutique Collection • Centra by Centara • Centara Residences & Suites และ COSI ครอบคลุมตั้งแต่โรงแรมและรีสอร์ทระดับ 5 ดาวในใจกลางเมืองไปจนถึงที่ตั้งอยู่บนเกาะที่เงียบสงบ รวมทั้งคอนเซ็ปท์รีสอร์ทสำหรับครอบครัว และไลฟ์สไตล์ในช่วงราคาที่จับต้องได้ซึ่งผสมผสานกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อการพักผ่อนที่ลงตัว รวมทั้งศูนย์การประชุมสัมมนา และแบรนด์ “สปาเซ็นวารี” สปาแบรนด์ไทยคุณภาพระดับรางวัล การันตี เซ็นทารา มอบการต้อนรับที่อบอุ่นด้วยค่านิยมความเป็นไทยที่บรรจงถ่ายทอดสู่งานบริการ อาหารรสเลิศ สปาเพื่อการผ่อนคลายที่เยี่ยมยอด และให้ความสำคัญกับครอบครัว แบรนด์ภายใต้เครือเซ็นทารานำเอาวัฒนธรรมที่โดดเด่นและหลากหลายเข้ามาผสมผสานเพื่อให้บริการและตอบสนองนักเดินทางได้แทบทุกวัยและทุกไลฟ์สไตล์ เซ็นทารามุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นหนึ่งใน 100 กลุ่มโรงแรมชั้นนำของโลก โดยเดินหน้าขยายสาขาไปยังทวีปและตลาดใหม่ๆ เซ็นทาราเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงด้วยฐานของลูกค้าที่เหนียวแน่น ซึ่งจะได้พบกับบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของเราในตำแหน่งที่ตั้งสำคัญๆ มากขึ้น บัตรสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกเซ็นทารา เดอะวัน ยังช่วยให้สมาชิกทั่วโลกที่รักในเซ็นทาราได้อภิสิทธิ์ที่เหนือกว่า ข้อเสนอสุดพิเศษ และเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อเซ็นทารา ติดตามข่าวสารของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราได้ที่ www.centarahotelsresorts.com เฟซบุ๊ค Facebook อินสตาแกรม Instagram ทวิตเตอร์ Twitter ลิงค์อิน LinkedIn ดาวน์โหลดภาพของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราได้ที่เว็บไซต์ Image Bank ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
28-05-20 14:04:12 | เปิดอ่าน 116 ครั้ง
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา
โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ขอนำเสนอการจัดประชุมวิถีใหม่ ด้วยห้องประชุมหลากหลายขนาดที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการในการจัดงาน ไม่ว่าจะเป็นการจัดเลี้ยงแบบส่วนตัวไปจนถึงการจัดประชุมสำหรับองค์กร ดูแลโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ต้นจนจบ สำหรับการจัดประชุมวิถีใหม่ซึ่งคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน โดยมีการรักษาระยะห่างทางกายภาพ, การตั้งจุดคัดกรองก่อนเข้างาน และดูแลทำความสะอาดบริเวณสถานที่จัดงานอย่างสม่ำเสมอ ให้ทุกท่านมั่นใจและคลายความกังวลต่าง ๆ แพคเกจจัดประชุมเต็มวัน (อาหารว่าง 2 มื้อ และ อาหารกลางวัน 1 มื้อ) ท่านละ 1,500 บาท สุทธิ/วัน แพคเกจจัดประชุมครึ่งวัน (อาหารว่าง 1 มื้อ และ อาหารกลางวัน 1 มื้อ) ท่านละ 1,300 บาท สุทธิ/วัน แพจเกจอาหารว่าง ท่านละ 650 บาท สุทธิ/มื้อ   แพคเกจรวม: • จุดตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าห้องจัดประชุม • เจลแอลกอฮอลล้างมือก่อนเข้าห้องจัดประชุม • จัดที่นั่งแบบเว้นระยะห่างทางกายภาพ • ทำความสะอาดห้องประชุมหลังจบทุกช่วงการประชุม • อาหารและเครื่องดื่มเสิร์ฟโดยพนักงานหรือจัดเป็นชุด • อินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง • การใช้จอโปรเจคเตอร์ LCD หมายเหตุ: • ราคาข้างต้นสำหรับการจัดประชุมอย่างน้อย 15 คน • แพคเกจสามารถใช้ได้ถึง 31 ธันวาคม 2563 • ราคารวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % • ราคาเป็นราคาสุทธิต่อคน • โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โทร 0 2307 8888 ต่อ 2921-2924 อีเมล: [email protected] หรือเยี่ยมชมเว็บไซด์ www.chatrium.com
26-05-20 17:07:50 | เปิดอ่าน 139 ครั้ง
โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ
KOH LANTA, THAILAND: Iconic luxury Thai resort, Pimalai Resort & Spa remains confident of a quick bounce back from Covid-19 thanks to loyal guests. Serge Trigano, former president of Club Med and president of Mama Shelter, is one of them and is planning to book his 16th stay with his family during the upcoming high season. Since its opening 20 years ago on the peaceful shores of Koh Lanta island, Pimalai Resort & Spa has succeeded in winning the loyalty of its customers. The majority of them are repeat guests, returning year after year to the private, nature-inspired, multi-generational experience the resort brings thanks to a seasoned team of staff inspired by an authentic Thai hospitality. “As soon as I know I will be able to travel again, I will book my 16th stay in December. For me, it’s the best resort in Asia,” said Serge Trigano, from the family who created Club Med. After having led the iconic hospitality brand, Trigano has continued to innovate, reimagining urban hotels with Mama Shelter, the brand the Trigano family founded in collaboration with design luminary Philippe Starck. It is a collection of lively, unique and quirky hotels and restaurants in 12 cities and 7 countries, including Los Angeles, Paris, Prague and Rio. Accor owns a 70-percent stake in Mama Shelter and new locations are due to open all over the world, including in Asia. “With my background, I have stayed in many hotels and resorts and Pimalai definitely stands out as it offers a unique sense of space, a privacy that has become more important than ever, and an unparalleled quality of service provided by every staff whose kindness is a true blessing. I also try every year before or after my stay at Pimalai to organize meetings in Asia for the development of Mama Shelter and enjoy cultural visits in Chiang Mai, Myanmar or Laos to learn more about these amazing cities and countries,” he added. When asked if Pimalai’s profile matched new travel trends, Trigano believes the iconic resort has everything guests are going to look for. Situated on the laid-back southern tip of Koh Lanta and nestled in 100 acres of tropical jungle, it has never been a fit for mass tourism. Privacy is guaranteed with suites and villas spread throughout the estate. The beach is long and private and there are many dining options where social distancing will not be an issue. On top of this, Pimalai features an award-winning luxury spa that is a destination on its own and that offers traditional and contemporary therapies. “In one word, Pimalai has been and will continue to be my resort of choice to relax and to reconnect with my family members from all generations. I cannot wait to be there and enjoy a wonderful stay for the 16th time,” Trigano said. In anticipation of its opening, Pimalai has initiated a full deep-cleaning and maintenance programme that is in progress across the resort including accommodation, public areas, restaurants, spa and gardens. Innovative new hygiene measures are currently being tested and will be announced before the resort reopens. The resort has started full renovations of 20 of its hillside ocean-view villas with private pools. The design concept is by Thailand’s P49 and offers bright, modern interiors inspired by marine colours, contours and movement. The resort is also conceptualising the first wedding chapel on the island with appointed designers Habita, whose work includes projects for Six Senses and Soneva, set to confirm designs in the coming weeks.
26-05-20 11:12:18 | เปิดอ่าน 180 ครั้ง
Deliveringasia
วิทยาลัยดุสิตธานี เปิดอบรมหลักสูตร การจัดการโรงแรมสำหรับผู้บริหาร รุ่นที่ 19 ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม ถึง 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563(อบรมเฉพาะวันเสาร์ และวันอาทิตย์) เวลา 09.00-16.30 น. ณ โรงแรมดุสิต ปริ้นเซส ศรีนครินทร์ ให้แก่ผู้บริหาร เจ้าของกิจการ และผู้สนใจทั่วไป ที่ต้องการศึกษา เรียนรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับหลักการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ท และเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ แบบเจาะลึกทุกภาคส่วนของโรงแรม อาทิเช่น กฎหมายโรงแรม การบริหารงานบุคคล การบริหารงานแม่บ้าน กลยุทธ์การตลาด การขาย การบริหารรายได้ เป็นต้น โดยเน้นการอบรมเชิงปฏิบัติ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิด เทคนิคต่างๆ และการปรับตัวยุค New Normal ของธุรกิจในทุกสถานการณ์ พร้อมเสริมมุมมองด้วยการศึกษาดูงานในประเทศ โดยผู้ผ่านเกณฑ์การอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรจากวิทยาลัยดุสิตธานี สามารถนำไปยื่นเพื่อขอจดทะเบียนเป็นผู้จัดการโรงแรมได้ตามเกณฑ์ที่กรมการปกครองกำหนดเมื่อโรงแรมเปิดทำการเรียบร้อย สมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แผนกบริการวิชาการ วิทยาลัยดุสิตธานี โทร.092 254 2018 (ลภัสรดา) หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซด์ https://dtc.ac.th/event/executive-program-in-hotel-management-19/
22-05-20 15:10:59 | เปิดอ่าน 184 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
ไวน์เป็นเครื่องดื่มที่มีเสน่ห์ด้วยรสชาติที่ล้ำลึก และแฝงเอกลักษณ์ของความหรูหรา ซึ่งมีกรรมวิธีการผลิตจากการหมักบ่มผลไม้นั้นคือองุ่น ให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หลักสูตรคนรักไวน์นี้จะช่วยให้ผู้เรียนรู้ลึกซึ้งถึงคุณค่าของไวน์ในหลากหลายมิติ อันจะเป็นประโยชน์กับผู้เรียนในการนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ และเสริมสร้างความมั่นใจในการเข้าสู่ธุรกิจและงานสังคมที่เกี่ยวข้องกับไวน์ วิทยาลัยดุสิตธานีได้จัดให้มีหลักสูตร “คนรักไวน์” โดยจะได้เรียนรู้เบื้องต้นในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับไวน์ (Introduction to wine) ไม่ว่าจะเป็นประเภทของไวน์ชนิดต่าง ๆ กระบวนการผลิตและการเก็บรักษา (Wine types, production and storage) ประโยชน์ของไวน์ต่อสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ (Benefits of wine) การชิมไวน์ชนิดต่าง ๆ (Wine tasting) ไวน์ต่างประเทศ และวงการไวน์ไทย (Local and imported wine) รายการไวน์ การจัดทำ จุดประสงค์ และการเลือกไวน์จากเมนู (Wine lists and wine selection) วิธีการเสนอไวน์ต่อลูกค้า การเปิดไวน์ การทำดีแคนติ้ง การเสิร์ฟ และ การบริการไวน์กับอาหารประเภทต่าง ๆ (Presenting wine and pairing wine with food) การเสริ์ฟไวน์พร้อมอาหาร (Serving wine with food) หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ประกอบการ พนักงานในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และผู้สนใจในธุรกิจไวน์ รวมถึงผู้ที่ชอบออกงานสังคม งานเลี้ยงต่าง ๆ โดยจะมีการจัดอบรมในวันที่ 4 – 5 กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 09.30 - 16.30 น. ณ โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ ค่าใช้จ่ายในการอบรม 11,900 บาท ต่อท่าน หมายเหตุ: ราคานี้รวมค่าอาหารว่าง อาหารกลางวัน และภาษีมูลค่าเพิ่ม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโปรแกรม กรุณาติดต่อสำนักบริการวิชาการ วิทยาลัยดุสิตธานี โทร. 0-2721-8469-70 หรืออีเมล [email protected]
20-05-20 11:17:56 | เปิดอ่าน 115 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
“สันติบุรี เกาะสมุย” (Santiburi Koh Samui) ลักซ์ชัวรี่รีสอร์ทบนเกาะสมุย เปิดตัวซีรี่ย์แห่งการพักผ่อนรูปแบบใหม่ เชื่อมต่อรีสอร์ทสุดหรูริมทะเลกับบ้านของคุณ มอบประสบการณ์แห่งการพักผ่อนรูปแบบใหม่ผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality หรือ VR) ให้เหมือนไปเดินอยู่ในรีสอร์ทจริง ๆ พร้อมส่งตรงความสุขจากรีสอร์ทถึงบ้าน ด้วยโปรแกรม Lèn @home (เล่นแอทโฮม) หลากหลายกิจกรรมสุดครีเอทที่ช่วยให้ได้ค้นพบความสุขแม้อยู่ที่บ้าน เพียงแค่คลิกก็สามารถดื่มด่ำกับ “สันติบุรี เกาะสมุย” ได้จากที่บ้าน ผ่านนวัตกรรมเสมือนจริง (Virtual Reality หรือ VR) บนช่อง YouTube ของ สันติบุรี เกาะสมุย โดยเข้าไปที่ 360° by VResorts แล้วรับชมโดยใช้ VR Headset เพื่อการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ที่สมบูรณ์แบบ สำหรับผู้ที่ไม่มีอุปกรณ์ VR สามารถเข้าไปสัมผัสบรรยากาศของ “สันติบุรี เกาะสมุย” ได้ทุกมุมผ่าน VDO 360° by VResorts บนสมาร์ตโฟน โปรแกรม Lèn ในภาษาไทยหมายถึง "เล่น" ซึ่งเป็นโปรแกรมแนวคิดใหม่ของ “สันติดบุรี เกาะสมุย” ที่ตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัยให้ได้ใช้เวลาอย่างเพลิดเพลินตลอดการเข้าพัก สนุกกับกิจกรรมมากมายที่มีเลือกได้ตามความชอบของแต่ละคน โดย “สันติบุรี เกาะสมุย” ได้ส่งตรงความสนุกเหล่านี้ไปให้แขกถึงที่บ้าน ในระหว่างนี้ที่ไม่สามารถมาที่รีสอร์ทได้ จากโซฟาที่บ้าน ทุกคนสามารถดื่มด่ำกับสวนเขียวขจีขนาด 58 ไร่ของเรา ชายหาดที่ทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทยถึง 300 เมตร สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ใจกลางรีสอร์ท รวมถึงวิลล่าและห้องสวีทสุดหรูหราในทุกมุม นอกจากนั้น ยังมี DIY ไอเดียที่เรานำมาแชร์เพื่อสร้างความสุขให้ถึงที่บ้าน โดยจะนำเสนออย่างต่อเนื่องผ่านโปรแกรม Lèn @home” โดย Lèn แบ่งเป็น 5 ธีม ได้แก่ ผจญภัย (Adventure) ผ่อนคลาย (Relax) โรแมนติก (Romance) วัฒนธรรม (Culture) และครอบครัว (Family) โดยทุกธีมจะอยู่ในองค์ประกอบ 3 รูปแบบ ได้แก่ สปา กิจกรรม และอาหาร ความสุขครบวงจรสำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์ใหม่ให้การเดินทาง รับชมโพสต์การสอน DIY เกี่ยวกับวิธีทำลูกประคบสมุนไพรแบบไทย ๆ ได้แล้ววันนี้ และจะมีไอเดีย DIY อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งสามารถติดตามตอนต่อไปได้บน YouTube ของ สันติบุรี เกาะสมุย เร็ว ๆ นี้ สแกน QR Code แล้วไปเที่ยว “สันติบุรี เกาะสมุย” กันเลย : ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสันติบุรี เกาะสมุย ได้ที่เว็บไซต์ www.santiburisamui.com หรือติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นสุดพิเศษต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, Instagram และ YouTube
19-05-20 17:25:19 | เปิดอ่าน 177 ครั้ง
Deliveringasia
Centara Hotels & Resorts introduces Willy Wonka-inspired “Spa Candy” kids spa experience Thai hospitality group focuses on families with bright sweetshop-themed mini-spa to be unveiled at Centara Mirage Beach Resort Dubai in 2021 Centara Hotels & Resorts, Thailand’s leading hotel operator, is raising the bar for original family experiences by announcing the launch of a dedicated kids spa inspired by the legendary tale of the adventures of young Charlie Bucket in Charlie and the Chocolate Factory by Roald Dahl. As children will be able to tell their parents only too well, the story is of how Charlie wins a ticket to enter the fantastical Chocolate Factory built by the eccentric but brilliant chocolatier Willy Wonka. The magical world inside the factory as depicted in the book is the inspiration behind Spa Candy, another-worldly concept set to delight children who can enter a destination designed for them. The unique experience is an elaborate playground catering specifically to children aged 15 years old and under and a space where they can enjoy candy-themed spa treatments, manicures, pedicures, get creative by mixing their own lotions and potions or even hold parties. “Centara is renowned for creating memorable experiences for families and children. We are also recognised for our innovation and finding new ways of wowing them. Today the result is Spa Candy, a concept that is as colourful as it is creative in crafting new adventures for children, somewhere they can go and be excited. This is a new destination for the kids,” said Tara Hanrahan, Corporate Director of Spa Operations, Centara Hotels & Resorts. On arrival at Spa Candy, children will be greeted by a team wacky in pink uniforms and wigs to take children on a fun-filled, sweet experience. Each outlet will feature the following: • Rainbow Wall which will be filled with shelves upon shelves of colourful sweets in a bright and spacious hallway with furniture resembling oversized candies such as peppermint stools, cupcake benches, lollipop trees, and candy floss clouds • Candy Hall will accommodate up to 10 children and where they can mix their bath bombs and scrubs. This area can also be booked for private parties • Three individually themed treatment rooms featuring a Cake Room, a Chocolate Room, and a Lollipop Room • Communal manicure, pedicure and a multi-purpose area • Shop where customers can buy products to extend their experience at home At Spa Candy children can create their own blend of scrubs and masks. The spa will offer ten flavours to choose from, including Bubble Gum, Sherbet, Coca Cola, Raspberry Ripple, Cotton Candy, Toffee Apple, Watermelon, Peppermint Candy, Chilli Mango, and Grape. Kids will also be able to select ready-to-use treatments such as the Chocolate Body Wrap or simply mix everything together! Operated by SPA Cenvaree, the first Spa Candy will open in 2021 at Centara Mirage Beach Resort in Dubai.
19-05-20 09:36:20 | เปิดอ่าน 149 ครั้ง
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา
เซ็นทาราปิ๊งไอเดีย “แคนดี้สปา” สำหรับเด็ก เจาะกลุ่มลูกค้าครอบครัว เล็งเปิดสปาสำหรับเด็กแห่งแรกในธีมร้านขนมหวาน ที่เซ็นทารา มิราจ บีช รีสอร์ท ดูไบ ในปี 2564 โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย มุ่งสร้างสรรค์ประสบการณ์การพักผ่อนสำหรับครอบครัวอย่างเหนือระดับ ด้วยคอนเซ็ปท์ “แคนดี้สปา” เอาใจเหล่าคุณหนูๆ ให้ได้สนุก ผ่อนคลายและประทับใจไปกับสปาที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ โดยสปาแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการผจญภัยของเด็กน้อย ชาร์ลี บัคเก็ต ตัวละครในหนังสือสำหรับเด็กอันโด่งดังเรื่องชาร์ลีกับโรงงานช็อกโกแลตของโรอัลด์ ดาห์ล เซ็นทาราริเริ่มแนวคิดสปาสำหรับเด็ก เพื่อตอบโจทย์ประสบการณ์การเข้าพักอย่างเหนือระดับสำหรับครอบครัว ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของเซ็นทาราด้วยดีไซน์และการตกแต่งภายในด้วยสีสันสดใส หวานแหววราวกับอยู่ในร้านขนมหวานซึ่งเป็นเสมือนดินแดนในฝันของเด็กทุกคน สปาสำหรับเด็กของเซ็นทาราจะบอกเล่าเรื่องราวอันน่ามหัศจรรย์ของตัวละครชาร์ลีที่ได้รางวัลตั๋วเพื่อเข้าไปเยี่ยมโรงงานผลิตช็อคโกแลตของ วิลลี่ วองก้า แนวคิดนี้ถูกนำมาสร้างสปาสำหรับเด็กของเซ็นทาราที่เหล่าคุณหนูๆ จะต้องรู้สึกตื่นเต้นและสนุกสนานเหมือนได้เข้าไปผจญภัยในโลกอีกใบ แคนดี้สปาเด็กแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาสำหรับเด็กเล็กจนถึงอายุ 15 ปี โดยมีกิจกรรมมากมายที่เข้ากับธีมและเหมาะสำหรับเด็กให้ได้เพลิดเพลิน อาทิ คอร์สสปาธีมลูกกวาดและขนมหวาน คอร์สทำเล็บมือและเล็บเท้า คอร์สผสมโลชั่นด้วยตนเอง รวมถึงปาร์ตี้ต่างๆ สำหรับเด็กๆ “แบรนด์เซ็นทาราเป็นที่รู้จักและชื่นชอบในด้านประสบการณ์อันน่าประทับใจสำหรับทุกคนในครอบครัว เราไม่หยุดนิ่งที่จะนำนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ มาพัฒนาบริการที่ดีเยี่ยมสำหรับกลุ่มลูกค้าครอบครัว เราเชื่อว่า แนวคิดสปาเด็กสีสันสดใสของเราจะมอบประสบการณ์การผจญภัยอันน่าตื่นเต้นสำหรับเด็กๆ และ สปาเด็กแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ผู้เข้าพักแบบครอบครัวต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน” ทาร่า ฮันราฮาน ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการสปา โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าว เมื่อมาถึงแคนดี้สปา เด็กๆ จะได้รับการต้อนรับจากพนักงานที่อยู่ในชุดสีสันสดใส สนุกสนาน พร้อมสีผมประหลาดตา เพื่อมอบประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นให้แก่เด็กๆ ซึ่งภายในสปาเด็กจะประกอบไปด้วยโซนต่างๆ ดังนี้ • กำแพงสายรุ้ง ที่จะได้รับการตกแต่งด้วยลูกกวาดและขนมสารพัดสีสันสวยงามนานาชนิด โถงทางเดินที่กว้างขวางพร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปทรงเหมือนลูกกวาดต่างๆ เช่น เก้าอี้เปปเปอร์มินต์ ม้านั่งคัพเค้ก ต้นไม้ที่รูปร่างเหมือนลูกอม และมวลเมฆจากขนมสายไหม • ห้องโถงลูกกวาด สามารถรองรับเด็กได้ถึง 10 คน เป็นพื้นที่ให้เด็กๆ ได้สนุกสนานกับการเลือกชนิดสครับและก้อนสบู่สำหรับใส่อ่างอาบน้ำเพื่อสร้างฟองด้วยตนเอง โดยโซนนี้ยังสามารถจองเพื่อจัดเป็นปาร์ตี้ส่วนตัวได้เช่นกัน • ห้องทรีทเม้นท์ส่วนตัว 3 ห้อง สำหรับคอร์สสปาประเภทต่างๆ มีทั้งห้องเค้ก ห้องช็อคโกแลต และห้องลูกอม • โซนพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับการทำเล็บมือและเล็บเท้า และกิจกรรมอื่นๆ • ร้านขายของที่ระลึก เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้คุณหนูๆ ได้กลับไปเล่นสนุกกันต่อที่บ้าน ที่แคนดี้สปาเด็กแห่งนี้ เด็กๆ ยังสามารถเพลิดเพลินกับการผสมสครับและมาสก์ด้วยตนเองได้อย่างสนุกสนานอีกด้วย โดยมีกลิ่นให้เลือกถึง 10 กลิ่น เช่น หมากฝรั่ง เชอร์เบต โคล่า ราสเบอรี่ สายไหม ลูกอมแอบเปิ้ล แตงโม เปปเปอร์มินต์ มะม่วงเผ็ด และองุ่น นอกจากนั้น เด็กๆ ยังสามารถเลือกกลิ่นสครับเอกลักษณ์ของสปาที่ผสมมาแล้วได้ เช่น กลิ่นช็อคโกแลต หรือจะผสมเองก็ได้เช่นกัน สปาเด็กแห่งแรกนี้ดำเนินงานโดย สปาเซ็นวารี แบรนด์สปาภายใต้โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา โดยสปาเด็กแห่งแรกจะพร้อมเปิดให้บริการในปี 2564 ที่โรงแรมเซ็นทารา มิราจ บีช รีสอร์ท ดูไบ
19-05-20 09:34:15 | เปิดอ่าน 128 ครั้ง
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา
Centara Hotels & Resorts, Thailand’s leading hotel operator, recently donated 1,500 food boxes to the Thai Government’s Public Relations Department, as part of its ongoing efforts to help those communities and individuals most affected by the COVID-19 pandemic. The meals, which were prepared by a team of food and beverage staff at Centara’s flagship, Centara Grand at CentralWorld, were presented by General Manager of the hotel, Robert Maurer-Loeffler, to the Deputy Director-General of the Government Public Relations Department, Pichaya Muangnao. The meals were distributed to people impacted by COVID-19 and others needing assistance. The COVID-19 pandemic is causing hardship for communities all across Thailand, and Centara is committed to providing help wherever we can. We hope our meal box donation to the Government Public Relations Department will bring some immediate relief to Thai people and those in need. Centara recently launched Help the Heroes, an initiative designed to directly benefit health workers and vulnerable communities impacted by COVID-19. When a consumer buys a Centara cash voucher for a future escape, Centara will add a further 50% value to the purchase. Half will go to the buyer, with the value of the voucher being increased by 25% to help them get more out of their next adventure, when it is safe to travel again. And the other 25% will be made as a donation to those in need, with the customer able to choose which of the two charities Centara donates to. The company is also providing complimentary hotel accommodation and meals to healthcare workers, with Centara Grand at CentralWorld providing hotel rooms for medical staff from the Police General Hospital so that they can save travelling time and return to work as refreshed and recharged as possible. --- End --- ABOUT CENTARA Centara Hotels & Resorts is Thailand’s leading hotel operator. Its 76 properties span all major Thai destinations plus the Maldives, Sri Lanka, Vietnam, Laos, Myanmar, China, Japan, Oman, Qatar, Cambodia, Turkey, Indonesia and the UAE. Centara’s portfolio comprises seven brands – Centara Reserve, Centara Grand Hotels & Resorts, Centara Hotels & Resorts, Centara Boutique Collection, Centra by Centara, Centara Residences & Suites and COSI Hotels – ranging from 5-star city hotels and luxurious island retreats to family resorts and affordable lifestyle concepts supported by innovative technology. It also operates state-of-the-art convention centres and has its own award-winning spa brand, Cenvaree. Throughout the collection, Centara delivers and celebrates the hospitality and values Thailand is famous for including gracious service, exceptional food, pampering spas and the importance of families. Centara’s distinctive culture and diversity of formats allow it to serve and satisfy travellers of nearly every age and lifestyle. Over the next five years Centara aims to become a top 100 global hotel group, while spreading its footprint into new continents and market niches. As Centara continues to expand, a growing base of loyal customers will find the company’s unique style of hospitality in more locations. Centara’s global loyalty programme, Centara The1, reinforces their loyalty with rewards, privileges and special member pricing.
19-05-20 09:29:17 | เปิดอ่าน 72 ครั้ง
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย เร่งช่วยคนไทยสู้วิกฤตโควิด-19 ส่งมอบอาหารกล่อง 1,500 ชุด พร้อมน้ำดื่มให้แก่กรมประชาสัมพันธ์หน่วยงานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีมร. โรเบิร์ต เมาเรอร์ เลิฟเลอร์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปฏิบัติการ – กลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ และผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นตัวแทนมอบมื้ออาหารพร้อมน้ำดื่มของโรงแรมฯ ให้แก่ พิชญา เมืองเนาว์ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อร่วมส่งต่อความช่วยเหลือไปยังประชาชนและผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบไปยังคนไทยทั่วประเทศ ในฐานะส่วนหนึ่งของสังคมไทย เซ็นทาราพร้อมร่วมเคียงข้างคนไทยฝ่าฟันวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยหวังว่าการส่งมอบอาหารและน้ำดื่มในครั้งนี้ จะพอช่วยบรรเทาความเดือนร้อนของคนไทยที่กำลังลำบากและต้องการความช่วยเหลือได้บ้าง ก่อนหน้านี้ เซ็นทารายังได้จัดตั้งโครงการ “Help the Heroes” เพื่อเป็นสื่อกลางช่วยสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ด้วยการระดมทุนผ่านบัตรเงินสดเซ็นทารา ซึ่งหากลูกค้าซื้อบัตรเงินสดมูลค่าตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป จะได้รับเพิ่มอีก 50% จากยอดการซื้อทั้งหมด โดยมูลค่า 25% จะถูกส่งต่อไปยังมูลนิธิที่ลูกค้าสามารถเลือกได้เอง (มูลนิธิชัยพัฒนา หรือ สภากาชาดไทย) และอีก 25% จะถูกเพิ่มเข้าไปในยอดบัตรเงินสดของลูกค้าสำหรับใช้จองห้องพักหรือซื้อสินค้า อาหาร และบริการในโรงแรมของเซ็นทารา โดยบัตรกำนัลนี้สามารถใช้ได้ทันทีที่ลูกค้าสามารถเดินทางได้อีกครั้ง นับเป็นการตอกย้ำการช่วยเหลือคนไทยในภาวะวิกฤตไวรัสโควิด-19 ต่อจากการร่วมสนับสนุนที่พักให้กับทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของโรงพยาบาลตำรวจได้เข้าพักที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ไปจนกว่าสถานการณ์จะบรรเทาลง
19-05-20 09:28:08 | เปิดอ่าน 99 ครั้ง
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา
The Chatrium Quality Assurance team has been working tirelessly to find an appropriate response which maintains the health and safety of our guests and stakeholders. We have been collaborating with hygiene experts and strictly following local and global authorities including the World Health Organisation (WHO) to ensure we can implement a safe and hygienic environment for our returning guests and staff. Through collaboration with Ecolab, our partner in sanitation, we are able to enhance our core hygiene standards through implementing the “Hygiene & Infection Protocol.” The implementation and results will be closely monitored by senior management. Enhanced core hygiene standards Our staff are required to regularly and systematically: - Clean and disinfect all areas of the hotel, giving special care to high touch-point areas such as door handles, reception desks and elevator buttons. - All guest rooms are thoroughly cleaned and sanitised with meticulous attention, using certified disinfectant and sanitiser products by Ecolab. - Our housekeepers are equipped with electrostatic spray to minimize the risk of viruses and bacteria in the guestrooms and common areas. To ensure our guests have good night’s sleep: - Our bed linen and laundry are washed at a high temperature with Oxy Brite. Once washed and dried, our laundry experts use UV light to sterilize the clean laundry overnight. Our laundry trolleys are also sanitized after every use to prevent cross contamination during delivery. Our restaurants, bars, fitness centres and in-house activities operate following: - Social distancing guidelines. Fitness centres and in-house activities will operate at a limited capacity, providing a comfortable space for each guest. All buffets will be replaced with an a la carte buffet service while maintaining an extensive selection. - Guest seating at restaurants, bars, meeting rooms and banquets are required to have a minimum of 1.5 m between each seated group of guests traveling together. All equipment, tables and chairs are cleaned before and after usage. - Chatrium’s certified food suppliers are regularly inspected by our head chefs to ensure food is safely sourced, processed and delivered. Since COVID-19, our team has included an extra inspection to ensure our suppliers are knowledgeable and equipped for the ‘new normal’. - Our food handlers are certified by ServSafe food and alcohol training program. The program is accredited by the American National Standards Institute (ANSI), Conference for Food Protection (CFP) and is a HACAP certified operation. Additionally, Chatrium’s employees are required to follow strict personal hygiene procedures: - Daily temperature checks, wearing the correct PPE gear, routine hand washing and disinfecting of workstations. All equipment, including phones and keys, are disinfected at the start and end of each shift or when transferred between staff. - Our properties are internally audited by our corporate Quality Assurance division and externally audit by Ecolab, a Fortune 500 company specialising in hygiene in the hospitality field. These audits are then comprehensively reviewed by Chatrium’s senior management to ensure stringent standards are maintained. Book with confidence Given the exceptional circumstances we currently face, we are offering extra flexibility and support for all new bookings made directly with Chatrium, and you can book with absolute confidence that your stay at Chatrium will be a remarkable one. At Chatrium your health and safety comes first. As Mr. Rene Balmer, Group General Manager, says, “Your well-being and that of our team members is our number one priority. With all the systems we have in place our employees and guests are assured of a safe visit where you can truly Feel The Remarkable!” For reservations please call Chatrium Hotels and Residences at +66 2 307 8888, Email: [email protected] or visit www.chatrium.com
16-05-20 15:07:01 | เปิดอ่าน 164 ครั้ง
โรงแรมชาเทรียมและเรซิเดนซ์
โปรโมชั่นเซ็ตอาหาร 4 เมนูใหม่จาก ห้องอาหารอิตาเลียน เทอราซซ่า และห้องอาหารเกาหลี คองจู พร้อมส่งความสุข เติมเต็มความอร่อยแก่ทุกวันของคุณ ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือทำงานที่ออฟฟิศ เราก็พร้อมส่งเพียงเป็นเพื่อน (Line: @PPrincess) โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือโทร 02-216-3700 ต่อ 20105 เพื่อสั่งอาหารที่ทำสดใหม่ ส่งร้อนถึงมือคุณด้วยบริการจัดส่งอาหารเพียง 50 บาทและฟรีค่าจัดส่งเมื่อสั่งอาหารครบ 800 บาทขึ้นไป จัดส่งในระยะ 5 กิโลเมตรจากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือคุณจะเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารชั้นนำจากแอพพลิเคชั่นบนมือถือของคุณเอง เมนูน่าทานขนาดนี้ หิวแล้วอย่ารอช้า มาเลือกเลย! เซ็ตเมนูอาหารใหม่มีให้เลือกถึง 4 แบบด้วยกัน 1. ลาซานญ่าหมู ขนมปังกระเทียม สลัด และคุกกี้ – ราคา 150 บาทสุทธิ 2. พิซซ่ามาการิต้า ปีกไก่ทอด สลัดกับพาร์ม่าแฮม และคุกกี้ – ราคา 180 บาทสุทธิ 3. ข้าวยำเกาหลีไก่ ซุปเกาหลีประจำวัน และขนมถั่วงาตัดเกาหลี – ราคา 150 บาทสุทธิ 4. ซุปกิมจิเต้าหู้หมูสามชั้น ปลาย่างซอสเกาหลีกับข้าวผัดกระเทียม เครื่องเคียงกิมจิแตงกวา และขนมถั่วงาตัดเกาหลี – ราคา 180 บาทสุทธิ สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เวลา 10:00 น. – 19:00 น. โทร. 02-216-3700 ต่อ 20105 หรือ Line: @PPrincess
15-05-20 17:37:52 | เปิดอ่าน 205 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
โปรโมชั่นอาหารสุดพิเศษจากห้องอาหารอิตาเลียน เทอราซซ่า และห้องอาหารเกาหลี คองจู เติมความสุขให้เต็มกระเพราะด้วยเมนูรอร่อยคุ้มถึงบ้านคุณ เพิ่มเป็นเพื่อนทาง (Line: @PPrincess) โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือโทร 02-216-3700 ต่อ 20105 เพื่อสั่งอาหารที่ทำสดใหม่ ส่งร้อนถึงมือคุณด้วยบริการจัดส่งอาหารเพียง 50 บาทและฟรีค่าจัดส่งเมื่อสั่งอาหารครบ 800 บาทขึ้นไป จัดส่งในระยะ 5 กิโลเมตรจากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือคุณจะเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารชั้นนำจากแอพพลิเคชั่นบนมือถือของคุณเอง ไม่ต้องออกจากบ้านก็อิ่มอร่อย สะดวกสบายได้ หิวแล้วสั่งเลยอย่ารอช้า มาเลือกเลย! เซ็ตเมนูอาหารมีให้เลือกถึง 6 แบบด้วยกัน ห้องอาหารอิตาเลียน เทอราซซ่า 1. เซ็ตปลากะพงย่าง ซอสครีมมะเขือเทศ กับพาสต้าเพนเน่ซอสโหระพาและอัลมอนด์ พร้อมมิกซ์สลัด ราคาเพียง 180 บาทสุทธิ 2. เซ็ตลาซานญ่าผัก ขนมปังกระเทียมสไตล์อิตาเลียน และสลัดผักย่าง ราคา 150 บาทสุทธิ 3. เซ็ตที่สาม ลาซานญ่าเนื้อ ขนมปังกระเทียมสไตล์อิตาเลียน และสลัดผักย่าง ราคาเพียง 180 บาทสุทธิ *ทุกเซ็ตจะได้รับ ซุปสตูว์ผักและคุกกี้ช็อกโกแลตชิพ ห้องอาหารเกาหลี คองจู 1. เซ็ตบาร์บีคิวหมูสามชั้นย่าง ข้าวผัดกิมจิ พร้อมเครื่องเคียง กิมจิแตงกวา และถั่วดำหวาน ราคา 180 บาทสุทธิ 2. เซ็ตหมูย่างเตาถ่าน บูลโกกิ ข้าวสวย พร้อมเครื่องเคียง กิมจิ ยำถั่วงอก ถั่วดำหวาน ราคา 150 บาทสุทธิ 3. เซ็ตไก่ทอดพริก เต้าหู้ทอด ข้าวสวยคลุกน้ำมันงา พร้อมเครื่องเคียง กิมจิ ยำถั่วงอก และถั่วดำหวาน ราคา 150 บาทสุทธิ *ทุกเซ็ตจะได้รับ ซุปสาหร่ายและขนมสไตล์เกาหลี สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เวลา 10.00 น. – 19.00 น. โทร. 02-216-3700 ต่อ 20105 หรือ Line: @PPrincess
15-05-20 17:31:04 | เปิดอ่าน 122 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เพิ่มเติมความอร่อยด้วยเมนูเซ็ตใหม่สำหรับคนรักอาหารไทยและเอเซียนในราคาพิเศษสุดคุ้มอีก 8 เมนู กล่องละ 80 บาทสุทธิ เท่านั้น เป็นเพื่อนทางไลน์ @PPrincess หรือจะโทรสั่งอาหารปรุงสุกใหม่ที่ 02-216-3700 ต่อ 20105 และส่งร้อนถึงมือคุณด้วยบริการจัดส่งอาหารเพียง 50 บาทและฟรีค่าจัดส่งเมื่อสั่งอาหารครบ 800 บาทขึ้นไป จัดส่งในระยะ 5 กิโลเมตรจากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือคุณจะเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารชั้นนำจากแอพพลิเคชั่นบนมือถือของคุณเอง ไม่ต้องออกจากบ้าน ก็อร่อยเหมือนกัน เมนูทั้ง 8 แบบมีดังนี้: 1. ผัดกะเพราหมูหรือไก่ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและไข่ดาว 2. หมูหรือไก่ทอดกระเทียม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและไข่ดาว 3. ไก่ผัดซอสมะขาม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและไข่ดาว 4. ผัดไทยกุ้ง 5. ผัดซีอิ๊วหมู 6. ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ 7. ข้าวผัดต้มยำไก่ พร้อมไข่ดาว 8. ข้าวผัดอินโดนีเซีย พร้อมสะเต๊ะไก่ ไข่ดาว และข้าวเกรียบกุ้ง สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โทร. 02-216-3700 ต่อ 20105 หรือ Line: @PPrincess เปิดบริการทุกวัน 10:00 น. – 19:00 น.
15-05-20 17:08:11 | เปิดอ่าน 126 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
บัตเลอร์ (Butler) คืออาชีพหนึ่งที่ให้บริการแขกด้วยบริการเหนือระดับกับบริการแบบเฉพาะบุคคล ฟังจากชื่อและหน้าที่ โดยสรุปอาจฟังดูไม่คุ้นเคย เพราะในประเทศไทยมีบัตเลอร์ (Butler) เฉพาะในโรงแรมห้าดาวและเฉพาะในห้องสวีตเท่านั้น แต่ตั้งแต่นี้ไป อาชีพบัตเลอร์ (Butler) จะเป็นที่รู้จักและมีคนประกอบอาชีพนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมในระดับกี่ดาว หลักสูตรนี้สามารถช่วยให้ท่านบริการลูกค้าได้แบบโรงแรม 5 ดาวระดับโลก เพิ่มความพึงพอใจให้แขกที่มาเข้าพักอย่างที่สุด เพิ่มจำนวนลูกค้าและเพิ่มรายได้ให้ท่านอย่างยั่งยืน วิทยาลัยดุสิตธานี ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาทางด้านอุตสาหกรรมบริการโดยตรง จึงได้จัดหลักสูตร “สุดยอดบัตเลอร์ (Butler) มือโปร” นี้ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ โดยเนื้อหาของหลักสูตรประกอบไปด้วยการตอบคำถามที่ว่า 1. ทำไมโรงแรม 5 ดาวระดับโลกถึงต้องมีบัตเลอร์ (Butler) 2. บัตเลอร์ (Butler) มีความสำคัญอย่างไร 3. บัตเลอร์ (Butler) สามารถสร้างความประทับใจให้แขกที่มาใช้บริการอย่างไร 4. บัตเลอร์ (Butler) สามารถสร้างชื่อเสียง และเพิ่มรายได้ให้กับโรงแรมอย่างไร 5. บัตเลอร์ (Butler) สามารถสร้างความโดดเด่นและความได้เปรียบเหนือคู่แข่งได้อย่างไร 6. โรงแรม 5 ดาว ในปัจจุบันยังจำเป็นต้องมี Butler หรือไม่ 6. โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่ไม่มีบริการบัตเลอร์ (Butler) สามารถฝึกพนักงานที่มีอยู่ให้เป็น Butler หรือบริการแบบ Butler ได้อย่างไร 7. โรงแรมที่อยู่ในระดับไม่ถึง 5 ดาวแต่ต้องการบริการลูกค้าแบบ 5 ดาว สามารถทำได้อย่างไร โดยแทบไม่มีต้นทุนเพิ่ม และข้อมูลอื่น ๆ อีกมากมายครอบคลุม โดยหลักสูตรนี้ถูกจัดทำขึ้นด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น และสามารถตอบโจทย์ท่านได้ หลักสูตรนี่เหมาะสำหรับ ผู้บริหารโรงแรมและเจ้าของโรงแรมที่ต้องการทราบเคล็ดลับการบริการลูกค้าในระดับ 5 ดาวของโรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับโลกเพื่อนำไปใช้ในการบริหารพัฒนาพนักงานของท่าน หัวหน้าแผนกและพนักงานระดับปฏิบัติการผู้ให้บริการกับแขกที่มาใช้บริการโรงแรมโดยตรง เพื่อนำไปสร้างความประทับใจสูงสุดแบบเหนือความคาดหมายให้กับแขก หรือบุคคลทั่วไปที่สนใจพัฒนาความรู้และประสบการณ์ กับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและอดีตบัตเลอร์ (Butler) มือหนึ่งของเมืองไทยที่เคยได้รับรางวัลระดับโลกมาแล้ว คุณสุธน ธิใจ เจ้าของรางวัล Outstanding Butler Service Award of the Mandarin Oriental Worldwide Year 2000 ประสบการณ์บัตเลอร์ในโรงแรม 5 ดาวระดับโลก เคยให้บริการแขก VVIP ระดัับโลกมาแล้วกว่า 20 ปี อดีตบัตเลอร์ดีเด่นและครูฝึกบัตเลอร์ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพและ ผู้จัดการบัตเลอร์ โรงแรมโซฟิเทล สีลม กรุงเทพ หลักสูตร “สุดยอดบัตเลอร์ (Butler) มือโปร” เป็นหลักสูตรการฝึกอบรม 3 วัน คือระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายน 2563 ตั้งแต่เวลา 09.30 - 16.30 น. ณ โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ โดยมีค่าใช้จ่ายในการอบรม 14,900 บาทต่อท่าน www.dtc.ac.th หมายเหตุ: ราคานี้พร้อมอาหารว่าง อาหารกลางวัน และรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองโปรแกรม กรุณาติดต่อสำนักบริการวิชาการ วิทยาลัยดุสิตธานี โทร. 0-2721-8469-70 หรืออีเมล [email protected]
14-05-20 16:59:46 | เปิดอ่าน 108 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
บัตเลอร์ (Butler) คืออาชีพหนึ่งที่ให้บริการแขกด้วยบริการเหนือระดับกับบริการแบบเฉพาะบุคคล ฟังจากชื่อและหน้าที่ โดยสรุปอาจฟังดูไม่คุ้นเคย เพราะในประเทศไทยมีบัตเลอร์ (Butler) เฉพาะในโรงแรมห้าดาวและเฉพาะในห้องสวีตเท่านั้น แต่ตั้งแต่นี้ไป อาชีพบัตเลอร์ (Butler) จะเป็นที่รู้จักและมีคนประกอบอาชีพนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมในระดับกี่ดาว หลักสูตรนี้สามารถช่วยให้ท่านบริการลูกค้าได้แบบโรงแรม 5 ดาวระดับโลก เพิ่มความพึงพอใจให้แขกที่มาเข้าพักอย่างที่สุด เพิ่มจำนวนลูกค้าและเพิ่มรายได้ให้ท่านอย่างยั่งยืน วิทยาลัยดุสิตธานี ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาทางด้านอุตสาหกรรมบริการโดยตรง จึงได้จัดหลักสูตร “สุดยอดบัตเลอร์ (Butler) มือโปร” นี้ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ โดยเนื้อหาของหลักสูตรประกอบไปด้วยการตอบคำถามที่ว่า 1. ทำไมโรงแรม 5 ดาวระดับโลกถึงต้องมีบัตเลอร์ (Butler) 2. บัตเลอร์ (Butler) มีความสำคัญอย่างไร 3. บัตเลอร์ (Butler) สามารถสร้างความประทับใจให้แขกที่มาใช้บริการอย่างไร 4. บัตเลอร์ (Butler) สามารถสร้างชื่อเสียง และเพิ่มรายได้ให้กับโรงแรมอย่างไร 5. บัตเลอร์ (Butler) สามารถสร้างความโดดเด่นและความได้เปรียบเหนือคู่แข่งได้อย่างไร 6. โรงแรม 5 ดาว ในปัจจุบันยังจำเป็นต้องมี Butler หรือไม่ 6. โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่ไม่มีบริการบัตเลอร์ (Butler) สามารถฝึกพนักงานที่มีอยู่ให้เป็น Butler หรือบริการแบบ Butler ได้อย่างไร 7. โรงแรมที่อยู่ในระดับไม่ถึง 5 ดาวแต่ต้องการบริการลูกค้าแบบ 5 ดาว สามารถทำได้อย่างไร โดยแทบไม่มีต้นทุนเพิ่ม และข้อมูลอื่น ๆ อีกมากมายครอบคลุม โดยหลักสูตรนี้ถูกจัดทำขึ้นด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น และสามารถตอบโจทย์ท่านได้ หลักสูตรนี่เหมาะสำหรับ ผู้บริหารโรงแรมและเจ้าของโรงแรมที่ต้องการทราบเคล็ดลับการบริการลูกค้าในระดับ 5 ดาวของโรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับโลกเพื่อนำไปใช้ในการบริหารพัฒนาพนักงานของท่าน หัวหน้าแผนกและพนักงานระดับปฏิบัติการผู้ให้บริการกับแขกที่มาใช้บริการโรงแรมโดยตรง เพื่อนำไปสร้างความประทับใจสูงสุดแบบเหนือความคาดหมายให้กับแขก หรือบุคคลทั่วไปที่สนใจพัฒนาความรู้และประสบการณ์ กับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและอดีตบัตเลอร์ (Butler) มือหนึ่งของเมืองไทยที่เคยได้รับรางวัลระดับโลกมาแล้ว คุณสุธน ธิใจ เจ้าของรางวัล Outstanding Butler Service Award of the Mandarin Oriental Worldwide Year 2000 ประสบการณ์บัตเลอร์ในโรงแรม 5 ดาวระดับโลก เคยให้บริการแขก VVIP ระดัับโลกมาแล้วกว่า 20 ปี อดีตบัตเลอร์ดีเด่นและครูฝึกบัตเลอร์ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพและ ผู้จัดการบัตเลอร์ โรงแรมโซฟิเทล สีลม กรุงเทพ หลักสูตร “สุดยอดบัตเลอร์ (Butler) มือโปร” เป็นหลักสูตรการฝึกอบรม 3 วัน คือระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายน 2563 ตั้งแต่เวลา 09.30 - 16.30 น. ณ โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ โดยมีค่าใช้จ่ายในการอบรม 14,900 บาทต่อท่าน www.dtc.ac.th หมายเหตุ: ราคานี้พร้อมอาหารว่าง อาหารกลางวัน และรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองโปรแกรม กรุณาติดต่อสำนักบริการวิชาการ วิทยาลัยดุสิตธานี โทร. 0-2721-8469-70 หรืออีเมล [email protected]
14-05-20 16:59:36 | เปิดอ่าน 105 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
ซื้อบัตรกำนัลห้องพัก “ดุสิต แคร์ การ์ด” ล่วงหน้าในราคาพิเศษ สำหรับเข้าพักที่โรงแรมดุสิตธานีกระบี่ บีช รีสอร์ทในราคาเพียงคืนละ 2,888 บาทสุทธิ รายได้จากการจำหน่ายบัตร “ดุสิต แคร์ การ์ด” ทุกๆ ใบ จำนวน 500 บาท จะมอบให้กับ “โครงการเพื่อสมทบทุนรักษาพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อโรคโควิด-19” ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อร่วมสมทบทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และ “โครงการร่วมด้วยช่วยช้างฝ่าวิกฤต COVID-19” ของสมาคมสหพันธ์ช้างไทย" สามารถสั่งซื้อบัตรกำนัลได้ตั้งแต่วันนี้ และใช้สิทธิ์เข้าพักได้จนถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2564 รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.dusitgiftcard.com.
13-05-20 12:21:50 | เปิดอ่าน 225 ครั้ง
MBK Hotels & Tourism Co.,Ltd.
โปรโมชั่นอาหารสุดพิเศษจากห้องอาหารอิตาเลียน เทอราซซ่า และห้องอาหารเกาหลี คองจู เติมความสุขให้เต็มกระเพราะด้วยเมนูรอร่อยคุ้มถึงบ้านคุณ เพิ่มเป็นเพื่อนทาง (Line: @PPrincess) โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือโทร 02-216-3700 ต่อ 20105 เพื่อสั่งอาหารที่ทำสดใหม่ ส่งร้อนถึงมือคุณด้วยบริการจัดส่งอาหารเพียง 50 บาทและฟรีค่าจัดส่งเมื่อสั่งอาหารครบ 800 บาทขึ้นไป จัดส่งในระยะ 5 กิโลเมตรจากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือคุณจะเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารชั้นนำจากแอพพลิเคชั่นบนมือถือของคุณเอง ไม่ต้องออกจากบ้านก็อิ่มอร่อย สะดวกสบายได้ หิวแล้วสั่งเลยอย่ารอช้า มาเลือกเลย! เซ็ตเมนูอาหารมีให้เลือกถึง 6 แบบด้วยกัน ห้องอาหารอิตาเลียน เทอราซซ่า 1. เซ็ตปลากะพงย่าง ซอสครีมมะเขือเทศ กับพาสต้าเพนเน่ซอสโหระพาและอัลมอนด์ พร้อมมิกซ์สลัด ราคาเพียง 180 บาทสุทธิ 2. เซ็ตลาซานญ่าผัก ขนมปังกระเทียมสไตล์อิตาเลียน และสลัดผักย่าง ราคา 150 บาทสุทธิ 3. เซ็ตที่สาม ลาซานญ่าเนื้อ ขนมปังกระเทียมสไตล์อิตาเลียน และสลัดผักย่าง ราคาเพียง 180 บาทสุทธิ *ทุกเซ็ตจะได้รับ ซุปสตูว์ผักและคุกกี้ช็อกโกแลตชิพ ห้องอาหารเกาหลี คองจู 1. เซ็ตบาร์บีคิวหมูสามชั้นย่าง ข้าวผัดกิมจิ พร้อมเครื่องเคียง กิมจิแตงกวา และถั่วดำหวาน ราคา 180 บาทสุทธิ 2. เซ็ตหมูย่างเตาถ่าน บูลโกกิ ข้าวสวย พร้อมเครื่องเคียง กิมจิ ยำถั่วงอก ถั่วดำหวาน ราคา 150 บาทสุทธิ 3. เซ็ตไก่ทอดพริก เต้าหู้ทอด ข้าวสวยคลุกน้ำมันงา พร้อมเครื่องเคียง กิมจิ ยำถั่วงอก และถั่วดำหวาน ราคา 150 บาทสุทธิ *ทุกเซ็ตจะได้รับ ซุปสาหร่ายและขนมสไตล์เกาหลี สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เวลา 10.00 น. – 19.00 น. โทร. 02-216-3700 ต่อ 20105 หรือ Line: @PPrincess
13-05-20 10:21:44 | เปิดอ่าน 194 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
PHUKET, THAILAND — MontAzure, the spectacular mixed-use development on Phuket’s sunset coast, has reached a series of milestones demonstrating the positive long-term future of the real estate market on the island despite the existing Covid-19 situation. Covering 72 hectares of mountain to beachfront land at Kamala Bay, MontAzure is the first integrated lifestyle destination in Thailand. It comprises luxury residential, hospitality, retail and wellness from brands such as Accor’s MGallery Collection, Mövenpick Hotels & Resorts, InterContinental Hotel Group (IHG), Café del Mar and Twinpalms. MGallery Residences MontAzure Lakeside recently passed its Environmental Impact Assessment, reflecting how the stylish development has been designed in harmony with nature. Since its opening last year, Accor’s first MGallery Residences project in Thailand has received strong interest from buyers. At present, MGallery Residences MontAzure Lakeside is offering a package including a specially priced unit, a complimentary stay valid for one year at one of MontAzure’s hospitality destinations, and, most importantly, a 100-percent refund for three months after the unit is purchased. It’s the first time MontAzure offers such a perk because it’s currently difficult to visit the site but also because the company is confident that buyers will quickly confirm their investment thanks to the quality of its product. There is also a furniture package that enables all residents to equip their property to the same standards as MGallery hotels. MGallery Residences MontAzure Lakeside offers 236 studios and residences, a series of pools, a restaurant, pool bar, fitness centre and clubhouse, all nestled amongst landscaped gardens and lakes. The project recently won a trio of titles at the latest Thailand Property Awards. As for Twinpalms Residences MontAzure, the project has enjoyed a series of successes since it officially opened in 2019. It marked the start of 2020 by reaching THB 200 million (approx. US$ 6.17 million) in terms of total units sold in February. Only a small number of suites and penthouses are still available, and Twinpalms Residences MontAzure, a member of the elite Small Luxury Hotels of the World, expects all to be sold this year. The grand opening of InterContinental Phuket Resort was also held earlier this year, offering 221 rooms, suites and villas, plus restaurants and world-class leisure facilities and event spaces. This will soon be joined by Mövenpick Hotel Kamala Beach Phuket, part of Accor’s stable of brands, which has already broken ground at MontAzure. “MontAzure continues to progress ahead of schedule as we work towards the completion of Thailand’s first integrated luxury lifestyle destination. With every milestone we reach, we are creating new opportunities for clients to make life-changing investments, supported by the hospitality industry’s biggest brands,” said Setthaphol Boottho, Executive Director of MontAzure. “Of course, COVID-19 is having an impact on all of us and our thoughts go firstly to the people affected by it. However, we will rethink and reinvent Thailand’s tourism and real estate sectors and I am confident we will make a full recovery and come back stronger than ever,” he added. As an active member of the Kamala local community, MontAzure donated N95 masks to the medical staff of the newly built Phuket City Hall Hospital. The company also distributed water and milk powder for young kids around Kamala. MontAzure will continue to support the nation’s heroes and will repeat this initiative again in the near future. MontAzure was created by subsidiaries of three of the most prestigious real estate groups in Asia: The Narai Group (Thailand), Arch Capital (Hong Kong) and Philean Capital (Singapore), part of Pontiac Land Group. For more information, please visit www.montazure.com.
12-05-20 15:17:57 | เปิดอ่าน 138 ครั้ง
Deliveringasia
ตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ขอแนะนำโปรโมชั่นสุดพิเศษซื้อ 1 แถม 1 กับเมนูอาหารประจำวันจากห้องอาหารเกาหลี คองจู และห้องอาหารอิตาเลียน เทอราซซ่าที่รับรองความอร่อยไม่แพ้ที่ไหนพร้อมจัดส่งตรงถึงบ้านให้คุณได้ลอง โดยเพิ่มเป็นเพื่อนทาง (Line: @PPrincess) โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือโทร 02-216-3700 ต่อ 20105 ตั้งแต่ 10:00 น. – 19:00 น. เพื่อสั่งอาหารที่ทำสดใหม่ ส่งร้อนถึงมือคุณด้วยบริการจัดส่งอาหารเพียง 50 บาทและฟรีค่าจัดส่งเมื่อสั่งอาหารครบ 800 บาทขึ้นไป จัดส่งในระยะ 5 กิโลเมตรจากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส หรือคุณจะเลือกใช้บริการจัดส่งอาหารชั้นนำจากแอพพลิเคชั่นบนมือถือของคุณเอง ไม่ต้องออกจากบ้านก็อิ่มอร่อยได้ทุกวัน สั่งเลย! มีเมนูถึง 5 แบบด้วยกัน พร้อมชุดครอบครับสุขสันต์อีก 2 แบบ คลาสสิกเมนูวันจันทร์ – วันศุกร์ (ซื้อ 1 แถม 1) วันจันทร์: ไก่ทอดพริกเกาหลี ราคา 360 บาทสุทธิ วันอังคาร: มิกซ์กริลล์แพลตเตอร์ ราคา 350 บาทสุทธิ วันพุธ: ผัดวุ้นเส้นเกาหลี ราคา 290 บาทสุทธิ วันพฤหัสบดี: ผัดกะเพราะเนื้อวัวออสเตรเลียพร้อมข้าวหอมมะลิและไข่ดาว ราคา 180 บาทสุทธิ วันศุกร์: ซุปโสมไก่เกาหลี ราคา 540 บาทสุทธิ ชุดครอบครับสุขสันต์ วันเสาร์ - วันอาทิตย์ ชุดครอบครัวสไตล์เกาหลี 599 บาทสุทธิ (กุ้งย่าง ไก่ย่าง หมูย่างห่อผัก แกงเต้าเจี้ยว ข้าวผัดกระเทียม เครื่องเคียง) ชุดครอบครัวสไตล์ไทย 499 บาทสุทธิ (แกงกะหรี่หมู ปลาผัดขิง ผัดผักคะน้า ไก่สะเต๊ะ ข้าวสวย) สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งอาหารได้ที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โทร. 02-216-3700 ต่อ 20105 เปิดบริการสั่งอาหาร เวลา 10:00 น. – 19:00 น.
12-05-20 15:01:15 | เปิดอ่าน 110 ครั้ง
โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
BANGKOK, Thailand (8 May, 2020) – Jonathan Wigley, CEO of the Absolute Hotel Services group, has announced the implementation of Absolute Hotel Services’ new We Care Programme across all properties managed by the group including U Hotels & Resorts, Eastin Grand Hotels & Resorts, Eastin Hotels & Residences, Eastin Easy and Travelodge hotels branded. The programme was created in partnership with Diversey to redefine the group’s hygiene and sanitisation standards and guidelines in order to minimize any risks to guest and employees’ health given the ongoing COVID-19 pandemic. Absolute Hotel Services’ Quality Assurance Team, a team to ensure operational performance in alignment with company standards, will oversee the rollout and further development of the new We Care Programme, which builds on existing health and safety standards to provide guests and employees with clean and safe environments. The new programme is fully compliant with expert advisories and guidelines from Diversey, who are global leaders in the hygiene and cleaning industry. As part of the We Care Programme, all hotels will implement enhanced levels of sanitisation and use Environmental Protection Agency (EPA) approved disinfectants against COVID-19 and other harmful bacteria throughout all public areas including lobbies, reception areas, fitness centres, pool areas, shower/locker rooms, elevators and guest rooms. Additional precautionary measures will also be implemented as part of the programme which includes the availability of hand sanitisers throughout all properties and the disinfecting of all hotel key cards. The new guidelines and standards with extend beyond guest areas into all back of house operations from supply chain deliveries to culinary preparation areas and housekeeping procedures. All hotels will continue to fully adhere to the health and safety measures and recommendations of local government guidelines and the World Health Organisation. About Absolute Hotel Services (AHS) www.absolutehotelservices.com AHS is the fastest growing hospitality management/branding company in Asia and Europe with an ever-expanding geographic portfolio of hotels, resorts and serviced residences. Headquartered in Bangkok, Thailand with regional offices in Thailand, Vietnam, Indonesia, Hong Kong, India and Europe and with more expansions planned, AHS and its brands have resonated with investors and consumers, and contribute value to all stakeholders. Covering the luxury to economy segments through its brands U Hotels & Resorts, Eastin Grand Hotels & Resorts, Eastin Hotels, Resorts & Residences and Eastin Easy. AHS also has the right to manage hotels under Travelodge brand under Travelodge Thailand and Vienna House brand under Vienna House Asia. AHS is an affiliate company of U City Public Company Limited, which is one of Thailand's largest publicly listed companies.
12-05-20 08:40:56 | เปิดอ่าน 133 ครั้ง
Absolute Hotel Services
กลุ่มโรงแรมเบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท เป็นหนึ่งในเครือโรงแรมแห่งแรกที่ได้พัฒนาและยกระดับมาตรฐานในการรักษาความสะอาดและสุขอนามัยภายในโรงแรม โดยได้จัดตั้งโปรแกรมชื่อว่า “I Care Clean” เมื่อปี พ.ศ. 2555 ซึ่งเกิดจากการพัฒนาร่วมกับบริษัท IDEO หนึ่งในบริษัทที่ปรึกษาด้านการออกแบบและนวัตกรรมชั้นนำของโลก โรงแรมเครือเบสท์เวสเทิร์น โฮเทลส์แอนด์รีสอร์ทเน้นย้ำในเรื่องความสะอาดและสุขอนามัยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อย ๆ ทั้งยังได้ออกมาตรการและขั้นตอนวิธีเพื่อการทำความสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การใช้อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต และการเลือกใช้รีโมทคอนโทรลที่ง่ายต่อการทำความสะอาด ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ปัจจุบันนี้ เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับสุขอนามัยภายในโรงแรมสูงสุด จึงได้พัฒนามาตรการการรักษาความสะอาดและสุขอนามัยใหม่ของโรงแรมภายใต้ชื่อ We Care CleanSM ซึ่งได้มีการปรับปรุงและยกระดับมาตรการด้านความสะอาด ความปลอดภัย รวมถึงการบริการภายในโรงแรม ภายใต้แนวทางปฏิบัติและคำแนะนำจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC) คณะกรรมการบริหารงานความปลอดภัยและสุขภาพอนามัย การประกอบอาชีพ (Occupational Safety and Health Administration หรือ OSHA) สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Agency หรือ EPA) และกระทรวงสาธารณสุขแคนาดา (Health Canada) โปรแกรม We Care Clean นี้จะเน้นย้ำความสะอาดในทุกจุดตั้งแต่ภายในห้องพักแขก พื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึงรูปแบบการบริการที่จะลดการติดต่อสัมผัสระหว่างแขกและพนักงาน แต่ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานการบริการในระดับสากล โดยโปรแกรมนี้จะได้รับการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามมาตรการและคำแนะนำล่าสุดขององค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “โปรแกรม We Care Clean นี้ เป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบของเบสท์เวสเทิร์น โฮเทลส์แอนด์รีสอร์ท ที่มีต่อลูกค้าคนสำคัญและเพื่อนพนักงานของเราทุกคน ความสะอาดและสุขอนามัยภายในโรงแรมเพื่อนักท่องเที่ยวและนักเดินทางนั้นเป็นสิ่งที่เราเน้นย้ำและให้ความสำคัญสูงสุดมาโดยตลอด เราหวังว่าจะได้ต้อนรับและดูแลท่านดุจดั่งบ้านของท่านเองอีกครั้ง ในเร็ว ๆ นี้” มร. เดวิด คอง ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท กล่าว โปรแกรม We Care Clean พัฒนาจาก โปรแกรม I Care Clean เพื่อยกระดับมาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย อาทิ การกำหนดจุดและตำแหน่งเพื่อรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) หรือการติดตั้งฉากกั้นบริเวณแผนกต้อนรับ นอกจากนี้ยังมีมาตรการเพื่อกำชับและเน้นย้ำด้านความสะอาดอย่างถี่ถ้วนใน 5 จุดหลักสำคัญ ได้แก่: 1. บริเวณล็อบบี้และแผนกต้อนรับส่วนหน้า • กำหนดจุดและตำแหน่งเพื่อรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) แสดงป้ายกำกับและแนะนำวิธีดูแลรักษาสุขอนามัยอย่างถูกต้อง • เพิ่มมาตรการและความถี่ในการทำความสะอาดบริเวณแผนกต้อนรับ ล็อบบี้ และจุดที่มีการสัมผัสบ่อย ๆ ให้มากยิ่งขึ้น • จัดเตรียมเจลล้างมือ ผ้าเช็ดมือ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในจุดบริการต่าง ๆ ทั่วโรงแรม 2. ห้องพักแขก และการบริการแผนกแม่บ้าน • เพิ่มมาตรการในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในห้องพักอย่างเข้มข้นและถี่ถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุดที่มีการสัมผัสบ่อย ๆ เช่น ที่จับประตู ก๊อกน้ำ สวิตช์ไฟ นาฬิกาปลุก และไม้แขวนเสื้อ เป็นต้น • ลดการติดต่อสัมผัสระหว่างแขกและพนักงาน ขณะทำความสะอาดห้องพัก 3. การให้บริการอาหารเช้า เรายังคงรักษามาตรฐานของอาหารเช้าตามเดิม โดยจะปรับเพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามมาตรการและคำแนะนำขององค์กรที่เกี่ยวข้องในแต่ละท้องถิ่น • เพิ่มการบริการอาหารเช้าในรูปแบบ Grab & Go เพื่อให้แขกได้เลือกรับประทานอาหารเช้าอย่างเป็นส่วนตัวและสะดวกมากยิ่งขึ้น • ในบางโรงแรมอาจปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการอาหารเช้า เป็นแบบการเสิร์ฟให้แขกเป็นรายบุคคลที่โต๊ะอาหาร เพื่อลดการติดต่อสัมผัสและการปนเปื้อนในอาหาร 4. พื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงแรม • เมื่อได้รับการอนุญาตให้เปิดบริการพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงแรม อาทิ ฟิตเนส เซ็นเตอร์ สระว่ายน้ำ และห้องประชุม โรงแรมจะดูแลรักษาความสะอาด เพิ่มความถี่ในการเข้าทำความสะอาด รวมถึงฆ่าเชื้อโรคในบริเวณเหล่านี้ และมีการตรวจตราอย่างใกล้ชิด • จัดเตรียมเจลล้างมือ ผ้าเช็ดมือ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในจุดบริการต่าง ๆ เหล่านี้ 5. ข้อปฏิบัติของพนักงานในโรงแรม • พนักงานทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงแรม ซึ่งรวมถึงการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด • เพิ่มมาตรการรักษาความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ทำงาน โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนรอบการทำงานของพนักงาน • โรงแรมจะจัดให้มีการอบรมให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพและสุขอนามัยให้แก่พนักงาน พนักงานที่ไม่สบายหรือมีไข้จะได้รับการแนะนำให้พบแพทย์หรือพักผ่อนอยู่ที่บ้าน และต้องรายงานหัวหน้าแผนกทันทีหากพนักงานมีความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิด-19 “โปรแกรม We Care Clean นี้ ยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาความสะอาดและสุขอนามัยเดิมของเบสท์เวสเทิร์น โฮเทลส์แอนด์รีสอร์ทให้มีประสิทธิภาพที่สูงและดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เราคำนึงถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยของแขกผู้เข้าพักและเพื่อนพนักงานของเราเป็นอันดับสูงสุดเหนือสิ่งอื่นใด เพื่อให้ท่านได้วางใจและมั่นใจในทุกครั้งที่เข้าพักและใช้บริการกับเรา” รอน โพล รองประธานกรรมการอาวุโส และประธานฝ่ายปฏิบัติการ เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท กล่าวเสริม การยกระดับและเพิ่มมาตรการในการรักษาความสะอาดและสุขอนามัยนี้ เป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นตั้งใจของเบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท ในการส่งมอบการบริการในมาตรฐานระดับสากล การช่วยเหลือพันธมิตร และชุมชนโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ เบสท์เวสเทิร์นรีวอร์ดส (Best Western Rewards) ยังเป็นโปรแกรมสะสมคะแนนสำหรับโรงแรมแห่งแรกที่ได้ประกาศคงสถานะและยกเว้นเงื่อนไขในการรักษาสถานะของสมาชิกซึ่งอาจได้รับผลกระทบในการเดินทางจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลส์แอนด์รีสอร์ทยังได้จัด แคมเปญ Front Line Heroes* เพื่อแทนคำขอบคุณแก่ฮีโร่ผู้เสียสละท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยการปรับระดับสถานะเบสท์เวสเทิร์นรีวอร์ดสขึ้นและจัดกองทุนเพื่อสนับสนุนให้แก่เหล่าฮีโร่แถวหน้าอีกด้วย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมในเครือเบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท ได้ที่เว็บไซต์ www.BestWesternAsia.com *เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด ### เกี่ยวกับเบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท เป็นส่วนหนึ่งของบีดับเบิลยูเอช โฮเทล กรุ๊ป (BWH Hotel GroupSM) เครือโรงแรมชั้นนำระดับโลก โดยปัจจุบันบีดับเบิลยูเอช โฮเทล กรุ๊ป มีแบรนด์ในเครือทั้งหมด 18 แบรนด์ และมีเครือข่ายโรงแรมมากกว่า 4,700* แห่ง ในกว่า 100* เมืองทั่วโลก ที่ตอบโจทย์ทุกระดับความต้องการของนักพัฒนาโรงแรมและแขกผู้เข้าพักทุกกลุ่ม** ได้แก่ Best Western®, Best Western Plus®, Best Western Premier®, Executive Residency by Best Western®, Vīb®, GLō®, Aiden®, Sadie®, BW Premier Collection®, และ BW Signature Collection®, SureStay®, SureStay Plus® , SureStay Collection® และ SureStay StudioSM จากการขยายเครือโรงแรมครั้งล่าสุด ปัจจุบันบีดับเบิลยูเอช โฮเทล กรุ๊ป ยังนำเสนอกลุ่มโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่ในเครือเวิลด์โฮเทลส์ ซึ่งแบ่งเป็น 4คอลเลคชั่น คือ WorldHotels® Luxury, WorldHotels Elite WorldHotels Distinctive และ WorldHotels Crafted สำนักงานใหญ่ของเบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท ตั้งอยู่ที่เมืองฟีนิกส์ สหรัฐอเมริกา และก่อตั้งสำนักงานภูมิภาคเอเชียที่กรุงเทพมหานครในปี พ.ศ. 2544 พัฒนาดูแลโรงแรมในเครือครอบคลุม 8 ประเทศในภูมิภาค* จำนวนกว่า 100 โรงแรม* ที่กำลังให้บริการและอยู่ในระหว่างการพัฒนา สามารถเข้าชมข้อมูลของโรงแรมเบสท์เวสเทิร์นทั่วโลก หรือข้อมูลเกี่ยวแบรนด์ได้ที่ www.bestwestern.com หรือชมข้อมูลโรงแรมเบสท์เวสเทิร์นในภูมิภาคเอเชียที่ www.bestwesternasia.com และสำหรับด้านการลงทุนธุรกิจโรงแรมร่วมกับเบสท์เวสเทิร์นในภูมิภาคเอเชีย กรุณาเข้าชมที่ www.bestwesternasiadevelopers.com หรือติดต่อที่ [email protected] *ตัวเลขโดยประมาณและอาจมีการเปลี่ยนแปลง **โรงแรมภายใต้แบรนด์เบสท์เวสเทิร์น เวิลด์โฮเทลส์ และ ชัวร์สเตย์ แต่ละแห่งบริหารและดำเนินกิจการโดยบริษัทผู้เป็นเจ้าของอย่างอิสระภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
08-05-20 16:45:16 | เปิดอ่าน 153 ครั้ง
Best Western Hotels & Resorts - Asia
Best Western Hotels & Resorts (BWHR) was the first hotel brand to set a high level of cleanliness with the roll out the I Care Clean program in 2012. The program was developed through a partnership with innovation and design firm, IDEO, and required its hotels to focus on guest high touch items and areas with standards such as usage of ultraviolet sterilization wands and TV remotes that can be disinfected. At the onslaught of the global COVID-19 pandemic, BWHR immediately rolled out enhanced cleaning protocols and breakfast standards. Recognizing that travelers are now more concerned than ever about cleanliness, BWHR is launching the We Care CleanSM program, which ensures an even higher level of cleaning standards and operational best practices at its properties. Based upon guidance provided by the Centers for Disease Control and Prevention (CDC), the Occupational Safety and Health Administration (OSHA), the Environmental Protection Agency (EPA), and Health Canada, We Care Clean addresses everything from guest room and common area cleanliness, to streamlined processes that minimize contact between guests and associates while maintaining industry-leading customer service. The program will be updated regularly based upon the latest standards and recommendations by governmental agencies and industry groups. “The We Care Clean program is the latest example of our commitment to our guests and associates,” said David Kong, President and Chief Executive Officer for BWHR. “We have always been an industry leader in our reputation for providing clean, well-maintained accommodations for travelers and we recognize that hygiene and cleanliness have never been more important. With the We Care Clean program, we are proud to provide a safe and clean home away from home for our guests when the time comes to travel again.” The We Care Clean program expands upon the I Care Clean standards and the enhanced cleaning protocol already in place, and includes the implementation of measures to improve safety – such as the installation of social distancing floor decals and front desk partitions – as well as the enforcement of heightened and comprehensive cleanliness standards on an ongoing basis across five key areas: 1. Front Desk and Lobby: a. New protocols will minimize guest contact with personnel through a streamlined check-in and check-out process such as the use of Best Western’s Mobile Concierge platform. b. Social distancing measures will be implemented, wellness best practices signs will be prominently posted, and all lobby brochures, magazines and papers will be removed. c. Enhanced sanitization procedures will be in place at the front desk, in the lobby and across guest touch points throughout the hotel with disinfecting taking place regularly. d. Sanitizing stations or wipes will be available throughout hotels. 2. Guest Room and Housekeeping: a. Unnecessary items will be removed from guest rooms, such as decorative pillows, bed scarves, paper notepads and pens. b. Housekeeping offerings will be modified for stay-over guests, including the elimination of a full cleaning service unless specifically requested by guests. c. Enhanced and thorough cleaning protocols will be implemented in guest rooms. Guest rooms will not be entered for 24 to 72 hours after check-out, at which time the room, linens and all touch points, for example, faucets, door handles, light switches, thermostats, clocks and hangers will be cleaned with chemicals aimed at killing COVID-19. 3. Temporary Breakfast Offerings: While recognizing the importance of a quality breakfast, offerings have been adapted to prioritize the health and safety of guests, including: a. Breakfast offerings that comply with local regulations, with breakfast rooms closed where required to avoid unnecessary guest congregation. b. Enhanced ‘Grab & Go’ offerings will be implemented in most hotels providing guests with pre-packaged food and beverage options. c. Hotels may opt to provide a “served” or pre-plated breakfast to minimize guest contact with food, beverages and surfaces, and cross contamination. 4. Public Amenities: a. When allowed to open, public amenities such as fitness centers, swimming pools and meeting rooms will be cleaned on closely monitored schedules with disinfecting chemicals. Each evening, these areas may also be sanitized with the use of electrostatic fogging, ozone generators or ultraviolet devices. b. Hand sanitizer or wipes will be provided for guests and employees in all public areas. 5. Hotel Employees and Staff Requirements: a. Hotel employees will follow strict guidelines, including utilizing Personal Protective Equipment, frequent and stringent hand-washing protocols, and housekeepers/laundry staff will wear both gloves and a mask. b. Employee workstations will be cleaned and disinfected after every shift. c. Employees will be empowered to stay home if unwell, communicate their potential exposure to COVID-19 with management, and will be fully educated on how to maintain a safe and clean home. “We Care Clean elevates our existing cleaning practices and protocols to a new level,” adds Ron Pohl, Senior Vice President and Chief Operations Officer for BWHR. “Protecting guests and employees is our highest priority and today that is most often achieved through a tremendous focus on cleaning practices. Travelers can rest easy knowing that We Care Clean is the new standard for hotel cleanliness. We are putting the safety and wellbeing of guests and employees first.” This announcement is the latest example of BWHR’s commitment to supporting its hoteliers, guests and communities during the COVID-19 health crisis. BWHR was the first hotel company to offer a relief package to its hoteliers to help ease the financial burden during this challenging time. BWHR was also the first in the industry to extend loyalty status to its BWR members whose travel plans have been greatly impacted by travel restrictions and cancellations resulting from the COVID-19 pandemic. Just this month, BWHR also launched a support package to lend a helping hand to front line workers during the COVID-19 pandemic. #### About Best Western® Hotels & Resorts: Best Western Hotels & Resorts headquartered in Phoenix, Arizona, is a privately held hotel brand within the BWH Hotel Group® global network. With 18 brands and approximately 4,700 hotels in over 100 countries and territories worldwide*, BWH Hotel Group suits the needs of developers and guests in every market. Brands include Best Western®, Best Western Plus®, Best Western Premier®, Executive Residency by Best Western®, Vīb®, GLō®, Aiden®, Sadie®, BW Premier Collection® and BW Signature Collection®. Through acquisition, WorldHotelsTM Luxury, WorldHotels Elite, WorldHotels Distinctive and WorldHotels Crafted collections are also offered. Completing the portfolio is SureStay®, SureStay Plus®, SureStay Collection® and SureStay StudioSM franchises**. For more information visit www.bestwestern.com, www.bestwesterndevelopers.com, www.worldhotels.com and www.surestay.com. * Numbers are approximate, may fluctuate, and include hotels currently in the development pipeline. **All Best Western, WorldHotels and SureStay branded hotels are independently owned and operated.
08-05-20 16:43:25 | เปิดอ่าน 89 ครั้ง
Best Western Hotels & Resorts - Asia
การตั้งราคาเป็นปัจจัยสำคัญที่ลูกค้าใช้พิจารณาในการตัดสินใจซื้อสินค้าไม่น้อยไปกว่าตัวสินค้า จึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญและนำกลยุทธ์ที่แตกต่างมาใช้เพื่อสร้างความเป็นผู้นำทางด้านราคา เทคนิคการตั้งราคาห้องพักที่ถูกต้องเหมาะสมมีความสำคัญมากอย่างยิ่งยวดต่อความสำเร็จของโรงแรม การที่ผู้ประกอบการสามารถขายห้องพักได้ดี ทำกำไรได้งดงาม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของทีมขายหรือทีมการตลาดเพียงแค่อย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญที่อีกอย่างคือ “การตั้งราคา” ด้วย โดยเฉพาะราคาห้องพักที่ต้องขายผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งขายตรง ขายผ่าน OTA ขายผ่านบริษัททัวร์ หรือผ่านคู่ค้าต่าง ๆ การตั้งราคาห้องพักที่ถูกต้องเหมาะสมจะทำให้โรงแรมสามารถขายห้องพัก ได้ในราคาสูงที่สุดในทุก ๆ ช่วงเวลา ผ่านทุก ๆ ช่องทาง โดยทำกำไรได้มากที่สุด และไม่มีปัญหาหรือการร้องเรียนจากฝ่ายใด ๆ เลย แต่ในทางตรงกันข้ามหากโรงแรมตั้งราคาผิดพลาดไม่เหมาะสม จะทำให้เกิดการตัดราคากันเอง สูญเสียโอกาส สูญเสียลูกค้า สูญเสียรายได้ที่ควรจะได้ ขายได้ในราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น และอาจถูกลูกค้าหรือคู่ค้าตำหนิต่อว่า วิทยาลัยดุสิตธานี เล็งเห็นถึงความสำคัญในจุดนี้ จึงได้จัดหลักสูตรการเรียนการสอนผ่านช่องทางออนไลน์ "กลยุทธ์การตั้งราคา" นี้ขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเพื่อเพิ่มการเรียนรู้ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ โดยเนื้อหาของหลักสูตรนี้จะสอนเทคนิคการตั้งราคาห้องพักแต่ละประเภท ให้เหมาะสมกับในแต่ละช่วงเวลา ผ่านแต่ละช่องทาง ให้ถูกต้องเหมาะสมมากที่สุด เพื่อที่โรงแรมจะได้สามารถทำยอดขายและกำไรได้สูงที่สุด ผู้เรียนยังได้ทำความเข้าใจ เกี่ยวกับราคาโรงแรม กลยุทธ์การกำหนดราคาโรงแรม ตัวอย่างกลยุทธ์การกำหนดราคาโรงแรม การกำหนดราคาห้องพักโรงแรม การกำหนดราคาแบบ Dynamic การคำนวณค่าห้องพักของโรงแรมอีกด้วย หลักสูตรออนไลน์ "กลยุทธ์การตั้งราคา" นี้ เหมาะสำหรับทุกระดับไม่ว่าจะเป็นเจ้าของโรงแรม ผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าฝ่ายขาย หัวหน้าฝ่ายการตลาด ผู้ดูแลยอดขายและรายได้ของโรงแรม โดยหลักสูตรนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้คร่ำหวอดในวงการตั้งราคาขาย คุณณัฐรินทร์ ธนัสกุลศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Pricing และ Revenue Management อดีต Cluster Revenue Manager Pullman Bangkok & Pullman Pattaya Hotels G ปัจจุบันอยู่ในตำแหน่ง Cluster Director of Revenue Sofitel Bangkok Sukhumvit & Mercure Bangkok Sukhumvit 11 หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรการอบรม 2 วัน โดยจัดขึ้นในวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2563 เริ่มเรียนตั้งแต่เวลา 09.30 - 16.30 น. โดยมีค่าใช้จ่ายในการอบรมราคา 6,900 บาทต่อท่าน www.dtc.ac.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรต่าง ๆ หรือสำรองโปรแกรม กรุณาติดต่อสำนักบริการวิชาการ วิทยาลัยดุสิตธานี โทร. 0-2721-8469-70 หรืออีเมล [email protected], [email protected]:dusit.edu
07-05-20 17:21:50 | เปิดอ่าน 126 ครั้ง
วิทยาลัยดุสิตธานี
กรุงเทพฯ - 5 พฤษภาคม 2563 - ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ประกาศยกระดับมาตรฐานการบริการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย เปิดตัวโครงการ “ออนิกซ์ คลีน” (ONYX Clean) เตรียมความพร้อมในการต้อนรับและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและแขกที่จะเดินทางมาเข้าพักและใช้บริการที่โรงแรม รีสอร์ท และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ในเครือฯ ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยจะประกาศใช้โครงการดังกล่าวกับโรงแรมทั้งหมดที่บริหารจัดการในเครือฯ ภายใต้แบรนด์ อมารี โอโซ่ และชามา รวมถึงโรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ “ออนิกซ์ คลีน” เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับแขกผู้เข้าพักตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึงโรงแรมจนถึงวันเดินทางกลับ ด้วยมาตรฐานและขั้นตอนการปฎิบัติงานฉบับปรับปรุงล่าสุด ที่ช่วยส่งเสริมแนวคิดด้านสุขภาพและความปลอดภัยของบริษัทที่ประกาศใช้กับโรงแรมทุกแห่งในเครืออยู่ก่อนหน้านี้แล้วให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น “ออนิกซ์ คลีน” จะนำมาประกาศใช้กับโรงแรมในเครือที่เปิดให้บริการแล้วทั้งหมด 52 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในเจ็ดประเทศ และโรงแรมที่จะเปิดให้บริการใหม่ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าอีกด้วย สำหรับโรงแรมในเครือ ที่ปิดให้บริการชั่วคราว จะกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบอีกครั้ง พร้อมปฏิบัติตามมาตรฐานการบริการภายใต้โครงการ “ออนิกซ์ คลีน” โดยพนักงานของโรงแรมดังกล่าวต้องเข้าอบรม เตรียมงาน และดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อต้อนรับแขกที่จะมาเข้าพัก ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พนักงานในเครือออนิกซ์ฯ ให้ความร่วมมือกับทางบริษัทอย่างต่อเนื่องขณะเก็บตัวอยู่ที่บ้าน โดยเข้าร่วมการอบรมผ่านระบบการเรียนรู้ผ่านทางเครือข่ายออนไลน์ ที่มีโปรแกรมฝึกอบรมที่หลากหลาย รวมถึงวิดีโอการฝึกอบรมที่ทางบริษัทฯ จัดทำขึ้นภายในองค์กรฯ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องความเสี่ยงจากเชื้อโรค และสาธิตวิธีการทำความสะอาด วิธีการฆ่าเชื้อ และระเบียบการให้บริการลูกค้าฉบับปรับปรุงล่าสุด โรงแรมแต่ละแห่ง จะแต่งตั้งผู้นำโครงการ “ออนิกซ์ คลีน จากพนักงานในโรงแรมเพื่อเป็นผู้นำในการดำเนินการตามมาตรการและทำหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงานตามมาตรฐานที่จัดทำขึ้น โดยใช้แนวทางจากรายการตรวจสอบที่ได้จัดทำขึ้นร่วมกับเอ็กโคแล็บ (Ecolab) ผู้นำในการให้บริการด้านเทคโนโลยีด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยและเทคโนโลยีด้านพลังงาน และเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ออนิกซ์ฯ นำมาใช้ที่โรงแรมในเครือ นายดักลาส มาร์เทล ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า “ในฐานะที่ออนิกซ์ฯ เป็นหนึ่งในบริษัทขนาดกลางที่เป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการโรงแรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค เรารู้สึกภูมิใจในการจัดทำมาตรฐานระดับสูงในด้านสุขอนามัยและมีเป้าหมายหลักที่จะให้แขกผู้เข้าพัก พนักงานและชุมชนที่โรงแรมของเราตั้งอยู่ รู้สึกปลอดภัยและมีสวัสดิภาพที่ดี” นายดักลาส กล่าวเสริมว่า “จากผลกระทบการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ (new norms) และมุ่งสนใจด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ออนิกซ์ฯ จึงต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทุกคน ทั้งกลุ่มลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิมที่จะกลับมาใช้บริการอีกครั้ง โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสวัสดิภาพของแขกผู้เข้าพักเป็นอันดับแรก โรงแรมในเครือทุกแห่งจะปฏิบัติตามนโยบายด้านการทำความสะอาดห้องพัก การซ่อมบำรุง ตลอดจนการมอบบริการที่ได้รับการปรับปรุงล่าสุดเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยที่สำคัญต่างๆ ทั้งด้านความปลอดภัย จำนวนโรงแรมในเครือ และระยะเวลาในการดำเนินการแล้ว เราตัดสินใจจะเริ่มดำเนินการและใช้มาตรการฉบับปรับปรุงล่าสุดกับโรงแรมทุกแห่งในเครือ ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” มาตรฐาน “ออนิกซ์ คลีน” ฉบับปรับปรุงล่าสุดนี้ มีรายละเอียดข้อกำหนดที่ครอบคลุมดูแลรักษาสุขอนามัยทุกขั้นตอน ทั้งในพื้นที่แขกผู้เข้าพักใช้บริการ และพื้นที่ในส่วนสำนักงานของโรงแรม ได้แก่ ห้องรับประทานอาหารและห้องเก็บสัมภาระของพนักงาน จุดรับสินค้า บริเวณที่จัดเก็บอาหารและวัตถุดิบและห้องครัว โดยแต่ละพื้นที่มีรายละเอียดและข้อกำหนดระบุไว้ดังต่อไปนี้ - บริเวณจุดต้อนรับ - แขกผู้เข้าพักและผู้ใช้บริการที่เดินทางมาถึงที่โรงแรมจะต้องได้รับการตรวจเช็คอุณหภูมิร่างกาย และทำความสะอาดมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ โดยพนักงานจะเฝ้าสังเกตหากแขกผู้เข้าพักมีอาการป่วย แขกผู้เข้าพักทุกคนที่เดินทางมาเข้าพักจะต้องกรอกแบบสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพและการเดินทาง แขกผู้เข้าพักและผู้ที่ใช้บริการ รวมถึงพนักงานต้องรักษาระยะห่างระหว่างบุคคลเพื่อความปลอดภัยขณะเข้าคิวรอรับบริการ นอกจากนี้กุญแจคีย์การ์ดและปากกาที่ผ่านการใช้งานจากการเช็คอินแล้วจะได้รับการฆ่าเชื้อทำความสะอาดอีกด้วย - ห้องพักและห้องสวีท - ทางโรงแรมจะติดเครื่องหมายยืนยันการตรวจสอบที่บริเวณประตูห้องพักเพื่อแจ้งให้แขกผู้เข้าพักทราบว่าห้องพักดังกล่าวได้รับการทำความสะอาดและผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว พนักงานแผนกแม่บ้านจะดำเนินการทำความสะอาดห้องพักและห้องสวีท โดยสวมหน้ากากอนามัยและถุงมือ และทำความสะอาดจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง ได้แก่ บริเวณมือจับประตู รีโมททีวี แผงควบคุมอุปกรณ์ในห้องพัก และก๊อกน้ำ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และเครื่องมือฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวีซีแบบพกพา - พื้นที่สาธารณะในโรงแรม - พนักงานจะทำการฆ่าเชื้อบริเวณที่มีจำนวนแขกผู้เข้าพักและผู้ใช้บริการเข้าใช้จำนวนมาก และจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้งทุกชั่วโมง ได้แก่ มือจับประตู และแผงกดปุ่มลิฟต์ เฟอร์นิเจอร์และพื้นที่นั่งพักสำหรับแขกผู้เข้าพักจะมีการจัดวางใหม่ และจำกัดจำนวนผู้ใช้ลิฟต์เมื่อเข้าใช้แต่ละครั้งเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล สำหรับแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ แขกผู้เข้าพักและผู้ใช้บริการสามารถกดใช้ได้ตามจุดบริการต่างๆ ที่ทางโรงแรมจัดไว้ นอกจากนี้พนักงานจะทำการฆ่าเชื้อบริเวณโต๊ะและที่นั่งเป็นประจำด้วยเครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวีซีแบบพกพาอีกด้วย - ห้องอาหารและบาร์ - ห้องอาหารและบาร์ทุกแห่งจะได้รับการจัดผังพื้นที่นั่งใหม่เพื่อรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล โดยจัดให้ โต๊ะที่นั่ง และเก้าอี้นั่งบริเวณบาร์ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร พร้อมให้พนักงานจัดคิวแขกผู้เข้าพักที่รับบริการในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากเช่น ช่วงเวลาอาหารเช้า - ห้องครัวและบริเวณจัดเตรียมอาหาร – ทางโรงแรมดำเนินการตามนโยบายด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย ในบริเวณห้องครัวและบริเวณจัดเตรียมอาหารตามมาตรฐานด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด โดยจะเป็นการส่งเสริมมาตรการด้านความปลอดภัยในบริเวณห้องอาหารและบาร์ทั้งหมดอีกด้วย - สปา – ทางโรงแรมจัดให้มีการตรวจเช็คอุณหภูมิร่างกายของผู้ใช้บริการและให้ทำความสะอาดมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้ารับบริการ พนักงานต้อนรับและพนักงานให้บริการสปาทุกคน ต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา - สระว่ายน้ำและพื้นที่ออกกำลังกาย - พนักงานจะทำการฆ่าเชื้อบริเวณเตียงอาบแดด จัดผังโต๊ะและที่นั่งบริเวณริมสระว่ายน้ำเพื่อให้รักษาระยะห่างระหว่างบุคคล สำหรับห้องออกกำลังกาย ทางโรงแรมจัดให้มีน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับทำความสะอาดมือและเช็ดทำความสะอาดอุุปกรณ์ออกกำลังกาย ในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก แขกผู้เข้าพักและผู้ใช้บริการต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อจองเวลาเข้าใช้บริการและจองพื้นที่สำหรับอาบแดดล่วงหน้า เพื่อเป็นการจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการในแต่ละช่วงเวลา - การดูแลสุขอนามัยให้กับพนักงาน - พนักงานที่เข้าปฏิบัติงานต้องได้รับการตรวจเช็คอุณหภูมิร่างกายเมื่อเข้าปฎิบัติงาน โดยจะได้รับการตรวจสอบการสุขอนามัยในการแต่งกายก่อนเข้าเริ่มงานในแต่ละช่วงเวลา สำหรับห้องเก็บสัมภาระพนักงาน ห้องรับประทานอาหาร และพื้นที่ติดต่องานธุรการ รวมถึงโถงทางเดินและลิฟต์โดยสารในส่วนของพนักงาน ทางโรงแรมจัดให้มีการฆ่าเชื้อทำความสะอาด และจัดระเบียบเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างบุคคลในช่วงเวลาที่พนักงานเข้าปฎิบัติงาน - จุดรับสินค้า – ทางโรงแรมมีระเบียบการขนส่งที่เข้มงวดและร่วมมือกับผู้ขายเพื่อรักษาความสะอาดและสุขอนามัยให้มากที่สุดขณะนำส่งสินค้า นอกจากนี้จัดให้มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของพนักงานส่งสินค้า และตรวจสอบความสะอาดของยานพาหนะและอุปกรณ์ในการขนส่งสินค้าอีกด้วย ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เป็นบริษัทสัญชาติไทยที่บริหารจัดการโรงแรมและขยายเครือข่ายอย่างรวดเร็วทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างมากกว่า 20 แห่ง โดยมีกำหนดจะเปิดให้บริการในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าในเมืองต่างๆ หลายแห่ง อาทิ เมืองนิเซโกะ ประเทศญี่ปุ่น มัลดีฟส์ เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย เมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว และพัทยา นอกจากการขยายเครือข่ายแล้วออนิกซ์ฯ ยังมุ่งให้ความสำคัญกับสุขอนามัยและความปลอดภัย เมื่อขอบข่ายการดำเนินงานของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนอกเหนือจากการถ่ายทอดรากฐานความเป็นไทย
05-05-20 16:38:36 | เปิดอ่าน 180 ครั้ง
ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป
“เวียดนาม” ยังคงเป็นดาวแดงแห่งเดสติเนชั่นท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมาและยังคงฮอตอย่างต่อเนื่อง (ถ้าไม่โดนโควิดเบรกเสียก่อน!) มีโรงแรมและรีสอร์ทสวย ๆ ผุดขึ้นมากมายบนทำเลแหล่งท่องเที่ยวที่สวยจับใจ หนึ่งในนั้นคือ “เรดิสัน บลู รีสอร์ท คัมรัน” (Radisson Blu Resort Cam Ranh) รีสอร์ทห้าดาวขนาดใหญ่มหึมาที่ให้บริการห้องสวีทและพูลวิลล่าถึง 292 ห้อง ตั้งอยู่บนหาดลองบีช (Long Beach) ทอดยาวริมอ่าวคัมรันถึง 18 กิโลเมตร เมืองตากอากาศใหม่ของเวียดนามที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างกล่าวขวัญถึงความสวยงามและสงบชนิดที่ใครต่อใครก็อยากมาเยือน “เรดิสัน บลู รีสอร์ท คัมรัน” ตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติคัมรันเพียง 10 นาที มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ อีกด้วย โดดเด่นด้วยความงามของวัฒนธรรมท้องถิ่น “อ่าวคัมรัน” ที่เป็นองค์ประกอบของการตกแต่งตั้งแต่ประตูทางเข้าไปจนถึงห้องพักของรีสอร์ท ไม่ว่าจะเป็นลวดลายตระกร้าสาน วิถีการตกปลาของชาวประมง หน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานที่มองเห็นทะเลได้สุดสายตา และสีโทนอบอุ่นสะท้อนแสงของมหาสมุทรอันสงบเงียบที่สัมผัสได้ทุกย่างก้าวภายในรีสอร์ทแห่งนี้ เช่นเดียวกับห้องอาหารและบาร์ทั้ง 6 แห่งของ “เรดิสัน บลู รีสอร์ท คัมรัน” ที่แฝงเอกลักษณ์ของ “ชาวญวณ” เอาไว้ได้อย่างลงตัว ทั้งการตกแต่งร้านและรสชาติแบบดั้งเดิมที่รังสรรค์โดยเชฟระดับรางวัล โดยเฉพาะห้องอาหาร “BLU Lobster” ร้านอาหารริมทะเลที่เสิร์ฟอาหารเวียดนามฝีมือพ่อครัวที่เชี่ยวชาญในการปรุงอาหารเวียดนามแท้ และอาหารทะเลปิ้งย่างสดใหม่ที่มาจากหมู่บ้านชาวประมง มาพักที่ “เรดิสัน บลู รีสอร์ท คัมรัน” ไม่มีคำว่าน่าเบื่อ นอกจากจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศเมืองทะเลอันเงียบสงบและอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังมีกิจกรรมให้ผู้เข้าพักเลือกเพลิดเพลินได้อย่างไม่รู้เบื่อ อาทิ กิจกรรมริมทะเล กีฬาทางน้ำ สระว่ายน้ำอินฟินิตี้พูล ฟิตเนสเซ็นเตอร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมบริการที่จะต้องประทับใจอย่างไม่รู้ลืมภายใต้ปรัชญา “Yes I Can!” (เราทำได้) ของ เรดิสัน บลู ทั่วโลก ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือ “The Spa” สปาในเปลือกหอยสุดเก๋ที่เนรมิตห้องสปาทรีทเมนต์เป็นรูปทรงเปลือกหอย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรือตะกร้าโบราณของเวียดนาม ตั้งอยู่รายล้อมโถงกลางที่เป็นเซ็นเตอร์สำหรับพักผ่อนก่อนและหลังทำสปา มีเมนูทรีทเมนต์ให้เลือกออกแบบได้ตามความต้องการของแต่ละคน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Getaway” (ผ่อนคลาย) “Recharge” (เติมเต็มพลัง) และ “Revive” (ฟื้นฟู) โดยใช้ผลิตภัณฑ์จากทะเลและธรรมชาติ อาทิ สาหร่ายและผงมุก นอกจากนั้น ยังมีบริการไฮโดรเทอร์มอล โซน (Hydrothermal Zone) สำหรับการดีท็อกซ์ เพิ่มการไหลเวียนโลหิต และปรับปรุงสภาพผิว ประกอบด้วย ถ้ำน้ำแข็ง (Ice Grotto) หอเกลือหิมาลัยคริสตัล (Himalayan Crystal Salt Chamber) และห้องอบดอกไม้ / สมุนไพร (The Herbal / Floral Steam) ใครอยากสัมผัสการพักผ่อนแบบเหนือระดับ ทริปหน้าลองเช็คอินที่ “เรดิสัน บลู รีสอร์ท คัมรัน” แล้วจะหลงรักเวียดนามมากกว่าที่เคย ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.radissonhotels.com/en-us/hotels/radisson-blu-resort-cam-ranh
01-05-20 21:25:48 | เปิดอ่าน 143 ครั้ง
Thai Hospitality News