Login
ลืมรหัสผ่านหรือเข้าสู่ระบบไม่ได้? คลิกที่นี่
ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จับมือ หางโจว อีสต์ เบย์ เฮดควอเทอร์ส เบส คอนสตรัคชั่น เปิดตัว อมารี อีส เบย์ หางโจว แลนด์มาร์กแห่งใหม่ล่าสุด ในเขตเฉียนถัง เมืองหางโจว
กรุงเทพฯ 14 มกราคม 2563 – ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป หนึ่งในบริษัทผู้นำด้านบริหารจัดการโรงแรมในภูมิภาคเอเชีย เดินหน้าประกาศลงนามความร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทหางโจว อีสต์ เบย์ เฮดควอเทอร์ส เบส คอนสตรัคชั่น จำกัด วางแผนเปิดตัว อมารี อีส เบย์ หางโจว แลนด์มาร์กแห่งใหม่ล่าสุดในเขตเฉียนถัง พื้นที่เขตพัฒนาแห่งใหม่ของเมืองหางโจว โดยนับเป็นโรงแรมภายใต้แบรนด์อมารีแห่งที่สองในประเทศจีนของออนิกซ์ฯ

อมารี อีส เบย์ หางโจว ตั้งอยู่บนพื้นที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำในตำบลเซี่ยชา ไม่ไกลจากแม่น้ำเฉียนถัง และเขตพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมในบริเวณใกล้เคียง ปัจจุบันพื้นที่ในเขตตะวันออกของหางโจวกำลังได้รับการพัฒนาเพื่อเปลี่ยนแปลงให้กลายไปเป็นพื้นที่หลักของเมือง ผ่านการใช้ประโยชน์จากกลยุทธ์การพัฒนาพื้นที่ในฝั่งตะวันออก และระบบสาธารณูปโภคของเขตเจียงตง โดยโครงการหางโจว อีสต์ เบย์ เฮดควอเทอร์ส เบส จะกลายเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ขององค์กรชั้นนำ อุตสาหกรรมการสร้างสรรค์ (creative industries) อาคารพาณิชย์ ศูนย์ประชุม สวนน้ำและถนนคนเดิน ในส่วนของอาคารหลักจะเป็นที่ตั้งของโรงแรม อมารี อีส เบย์ หางโจว ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เชิงนิเวศเซี่ยชา ห้อมล้อมไปด้วยสวนสาธารณะเชิงนิเวศที่มีบริเวณกว้างขวาง ครอบคลุมพื้นที่ถึง 50 เฮกตาร์ ที่ซึ่งสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำอันงดงามตระการตา และพื้นที่บริเวณนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดความสนใจจากนักลงทุน เป็นผู้นำและขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ในด้านต่างๆ ไปยังระดับภูมิภาคต่อไปในอนาคตอันใกล้

อมารี อีส เบย์ หางโจว มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นในปีพ.ศ. 2564 โดยจะตั้งอยู่บริเวณชั้น 33 ถึง 47 ของอาคารหลักในโครงการหางโจว อีสต์ เบย์ เฮดควอเทอร์ส ซึ่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดในเขตเฉียนถัง โดยล็อบบี้ของโรงแรมจะตั้งอยู่บนชั้น 47 บนความสูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นดิน เปิดโอกาสให้แขกเพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศน์อันสวยงามของแม่น้ำเฉียนถังและสวนสาธารณะเชิงนิเวศน์แบบพาโนรามา พร้อมมอบประสบการณ์การใช้ชีวิต “ท่ามกลางหมู่เมฆ” (amidst the clouds experience) ในโรงแรมที่สูงที่สุดของในเขตเฉียนถัง พื้นที่เพื่อการพัฒนาแห่งใหม่ของเมืองหางโจว

อมารี อีส เบย์ หางโจว จะประกอบด้วยห้องพักจำนวน 316 ห้อง แบ่งเป็นห้องพักแบบเกสต์รูม เอ็กเซกคิวทีฟ สวีท และดีลักซ์ สวีท พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้องอาหารที่เปิดให้บริการตลอดวัน ห้องอาหารจีน เอ็กเซกคิวทีฟ เลาจ์ ห้องสำหรับจัดการประชุมและกิจกรรมต่างๆ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ คิดส์ คลับ และสปาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะการบำบัดรักษาแผนไทย พร้อมตอบโจทย์นักเดินทางหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เดินทางมาเพื่อทำธุรกิจหรือเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ โดดเด่นด้วยการออกแบบในสไตล์ไทยร่วมสมัย ผสมผสานกับศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นอันสะท้อนให้เห็นเอกลักษณ์ของหางโจวอย่างลงตัว อีกทั้งยังมอบบรรยากาศแบบ “ไลฟ์ แกลลอรี่” เหมาะสำหรับนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยสีสันและความมีชีวิตชีวาในทุกช่วงเวลา

นายดักลาส มาร์เทล ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า “อมารี เป็นแบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทที่ให้บริการแบบเต็มรูปแบบ (full service) สัญชาติไทย ที่มีการขยายเครือข่ายครอบคลุมทั่วเอเชียอย่างรวดเร็ว อาทิ มัลดีฟส์ ศรีลังกา มาเลเซีย และสปป.ลาว อมารี อีส เบย์ หางโจว จะเป็นโรงแรมภายใต้แบรนด์อมารีแห่งที่สองในประเทศจีนของออนิกซ์ฯ เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ลงนามร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทหางโจว อีสต์ เบย์ เฮดควอเทอร์ส เบส คอนสตรัคชั่น จำกัด เพื่อเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ภายใต้แบรนด์อมารีที่นำเสนอเอกลักษณ์และตัวตนของแบรนด์ไว้อย่างเข้มข้น พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อนในสไตล์ไทยร่วมสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ในแก่แขกผู้เข้าพักทุกคน”

ในขณะเดียวกัน บริษัทหางโจว อีสต์ เบย์ เฮดควอเทอร์ส เบส คอนสตรัคชั่น จำกัด รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ลงนามร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เช่นเดียวกัน เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ โครงการหางโจว อีสต์ เบย์ เฮดควอเทอร์ส เบส จะกลายเป็นโครงการชั้นเลิศระดับประเทศ พร้อมทั้งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทฯที่ทำหน้าที่ดูแลธุรกิจพร้อมกันถึงสองภาคส่วน และเป็นศูนย์กลางสำหรับองค์กรธุรกิจของมณฑลเจ้อเจียงที่ให้ความสำคัญกับการบุกเบิกและนวัตกรรม บริษัทฯเชื่อว่าด้วยอัตลักษณ์อันแข็งแกร่ง ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการโรงแรมระดับมืออาชีพของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จะทำให้อมารี อีส เบย์ หางโจว กลายเป็นหนึ่งในโรงแรมระดับไฮเอนด์ สำหรับภาคธุรกิจ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยทำหน้าที่ผลักดันให้โครงการหางโจว อีสต์ เบย์ เฮดควอเทอร์ส เบส ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางทางสังคมและเศรษฐกิจในพื้นที่พร้อมๆ ไปกับการก้าวเข้าสู่ศตวรรษใหม่อย่างภาคภูมิ

โรงแรมและรีสอร์ทภายใต้แบรนด์อมารี โดยออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อันเป็นผลมาจากการผสมผสานรากเหง้าของวัฒนธรรมไทยอันยาวนาน งดงาม เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมท้องถิ่นในจุดหมายปลายทางต่างๆอย่างลงตัว โรงแรมและรีสอร์ทภายใต้แบรนด์อมารีแต่ละแห่งนำเสนอประสบการณ์และรสชาติของวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่ง ศิลปะ อาหารและการบริการ โดยยังคงมนต์เสน่ห์ความเป็นไทยสไตล์ร่วมสมัยไว้ได้อย่างชัดเจน อมารีได้รับรางวัล “โรงแรมสไตล์เอเชียที่ดีที่สุด” จากงานโกลเด้น พิลโลว์ อวอร์ด สำหรับกลุ่มโรงแรมในประเทศจีน ประจำปีพ.ศ. 2561 โดยช่วงสามปีทีผ่านมา นับเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการเดินหน้าขยายเครือข่ายในภูมิภาคเอเชียของแบรนด์อมารี โดยมีการเปิดให้บริการในหลายประเทศ ได้แก่ ศรีลังกา มาเลเซีย จีน และสปป.ลาว

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันบริหารจัดการโรงแรมและเซอร์วิส อพาร์ทเมนต์ รวมทั้งหมด 50 แห่งในแปดประเทศ และมีแผนรุกขยายเครือข่ายใหม่อีกกว่า 25 แห่งในประเทศต่างๆ อาทิ ประเทศจีน มาเลเซีย และสปป.ลาว โดยมีเป้าหมายจะเปิดให้บริการโรงแรม และเซอร์วิส อพาร์ทเมนต์ในเครือข่ายทั้งหมด 99 แห่งภายในปีพ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการก้าวขึ้นเป็นบริษัทขนาดกลางด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ทและเซอร์วิส อพาร์ทเมนต์ที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก


Bangkok, 14 January 2020 – ONYX Hospitality Group, one of the region’s leading hotel management companies, today announces the signing of a management agreement with Hangzhou East Bay Headquarters Base Construction Co. Ltd., introducing Amari East Bay Hangzhou, a new landmark in the Qiantang New Area of Hangzhou. This will be ONYX Hospitality Group’s second Amari in China.

Located along the riverbank area of the Xiasha subdistrict, Hangzhou East Bay is in close proximity to the Qiantang River, neighbouring the industrial development zone. With the start of the city’s east expansion development strategy and the infrastructure of Greater Jiangdong, the area along the eastern border of Hangzhou is gradually being transformed into one of the city’s major districts. As one of the key infrastructures in the development zone, East Bay Headquarters Base will be home to enterprise headquarters, creative industries, commercial buildings, conference centres, a water park and walking streets. The headquarter building, in which Amari East Bay Hangzhou will be located, is situated in the Xiasha Wetland area, encompassing the interchangeable ring entrance in the south and sitting on more than 50 hectares of wetland landscape park where the most scenic views of the river can be enjoyed. The area will also play a major role in attracting investments, leading and driving the development of the region.

Scheduled to open in 2021, Amari East Bay Hangzhou will occupy levels 33 to 47 of the Hangzhou East Bay Headquarters Main Building, the tallest skyscraper in the Qiantang New Area. The lobby will be nestled on the on 47th floor, approximately 200 metres from the ground, embracing a panoramic view of the Qiantang River and the riverbank wetland. Guests can enjoy an “amidst the clouds” experience in this tallest hotel in Qiantang New District.

Amari East Bay Hangzhou will feature 316 rooms that include guestrooms, executive suites and deluxe suites. A wide range of facilities, including an all-day dining outlet, a Chinese restaurant, lobby bar, executive lounge, multi-function room, fitness centre, swimming pool, kids club and Thai-inspired spa will be offered, providing a wide range of experiences for both business and leisure travellers. The hotel will combine a contemporary Thai-inspired design with touches reflecting the art and culture of Hangzhou, building a magnificent life gallery for a luxury sojourn.

Douglas Martell, President and Chief Executive Officer, ONYX Hospitality Group, said, “Amari East Bay Hangzhou will be our second Amari in China. As the flagship brand of ONYX Hospitality Group, Amari is a fast-expanding full-service hotel and resort brand originated in Thailand with presence across Asian destinations such as the Maldives, Sri Lanka, Malaysia and Laos. It is our honour to partner with Hangzhou East Bay Base Construction Co. Ltd., in introducing a new flagship hotel that embodies the essence of the Amari brand, providing guests with a contemporary Thai experience in this dynamic city.”

Hangzhou East Bay Headquarters Base Construction Co., Ltd. expressed their optimism towards this deal. Upon completion, the Hangzhou East Bay Headquarters Base will become a national first-class facility, the province’s leading dual-core headquarters base, as well as a base for the Zhejiang business enterprise that emphasises 'pioneer and innovation'. The firm believes that, with the exceptional brand essence and the professional hotel management expertise and experience of ONYX Hospitality Group, the new Amari East Bay Hangzhou will shine as one of the most unique high-end business hotels in the region, which will help promote East Bay headquarters base in becoming the social and business hub of the area in the decades to come.

The Amari brand by ONYX Hospitality group is a bright re-imagining of Thailand’s rich cultural roots, with each hotel in its portfolio highlighting the textures and flavours of its unique setting through architecture, design, cuisine and service, complemented by touches of contemporary Thai-ness. In recognition of its brand and service excellence, Amari was awarded the “Best Asian Style Hotel” at the 2018 Golden Pillow Awards of China Hotels. The past three years have been significant for the regional expansion of Amari, with the brand being launched at multiple new locations including Sri Lanka, Malaysia, China and Laos.

Based in Bangkok, ONYX Hospitality Group has a growing regional portfolio of 50 operating properties across three core brands in eight markets. The Group has a robust development pipeline of 25 new properties in markets such as China, Malaysia and Laos, and has set a target of having 99 hotels open by 2024 as part of its journey towards being the best medium-sized hospitality player in the region.